ทีม พฐ.พยายามเข้าจุดต้นเพลิง “คลองถมเซ็นเตอร์” แต่เจอซากชั้น 2 ถล่มลงมาทับพื้นที่ชั้น 1 โซนซี คาดเป็นจุดต้นเพลิงต้องส่งชุดรื้อซากอาคารนำเครื่องจักรลงไปเปิดทางให้ เข้าไปเก็บหลักฐานสำคัญให้ได้ “ชัชชาติ” เผยเพลิงที่คุกรุ่นอยู่ด้านใต้ซากอาคารใกล้สงบ หลังจากนั้น จะถอนกำลังให้เจ้าของอาคารรื้อซากเอง ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ ผบก.น.6 ยังไม่สรุปปม ระหว่างอุบัติเหตุกับจงใจ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนนำข้อมูลมาพิจารณาอีกครั้งความคืบหน้าการคลี่คลายคดีเพลิงไหม้ศูนย์ การค้าคลองถม เซ็นเตอร์ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ส.ค. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) ลงพื้นที่ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอาคารคลองถม เซ็นเตอร์ แต่ยัง ไม่สามารถเก็บหลักฐานจุดต้นเพลิงได้ เนื่องจากพื้น ชั้น 2 และ 3 ถล่มลงมา และยังไม่ตัดประเด็นทั้งอุบัติเหตุ และการจงใจ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานพล.ต.ต.วาทีเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ พื้นที่โดยรอบ แต่ยังไม่สามารถเข้าไปเก็บพยานหลักฐานบริเวณจุดเกิดเหตุได้ เนื่องจากพื้นลานจอดรถ ชั้น 2 และ 3 ถล่มลงมา จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 1 โซนซี ขณะนี้ พฐ.ทราบจุดต้นเพลิงจากภาพวิดีโอแล้ว แต่ยังต้องตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ จำเป็นต้องรื้อถอนโครงสร้างชั้น 2 และ 3 ออกก่อน เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและเก็บพยาน หลักฐานอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ระหว่างการตรวจพื้นที่ยังมีกลิ่นสารเคมีรุนแรง ทำให้พยานบุคคลที่เจ้าหน้าที่นำเข้ามาชี้จุดเกิดเหตุเป็นลมด้านนายศุภกรณ์ สอนใหม่ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ระบุว่า แจ้งให้เจ้าของ อาคารจัดหาผู้รับเหมา รวมถึงวิศวกรควบคุมงานเพื่อรื้อถอนโครงสร้างที่ได้รับความเสียหาย ต้องคำนึง ถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ พฐ.ที่จะเข้าตรวจสอบพื้นที่ด้วย เบื้องต้นเจ้าของอาคารให้ความร่วมมือ จะเร่งดำเนินการภายในสัปดาห์นี้ส่วน พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 เผยว่า ขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งความแล้ว 170 ราย สอบปากคำแล้ว 138 ราย ส่วนผู้เสียหายที่ก่อนหน้านี้อาจจำรายละเอียดความเสียหายได้ไม่ครบ สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติม ได้ที่ สน.พลับพลาไชย 1 จัดเจ้าหน้าที่ไว้รองรับโดยเฉพาะ ด้านการสอบสวนตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวม พยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม และข้อมูลจากกองพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงประสานกรุงเทพ มหานคร เพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทั้งหมดเข้าด้วยกัน ส่วนประเด็นสาเหตุเพลิงไหม้ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งอุบัติเหตุหรือจงใจ มอบหมายฝ่ายสืบสวนตรวจสอบหลายแนวทาง และรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานประกอบสำนวนคดี สำหรับเรื่องประกันภัยของอาคารเบื้องต้นได้รับข้อมูลว่า ทำประกันไว้แต่ยังไม่มีเอกสารยืนยัน ต้องรอหลักฐานให้ชัดเจนอีกครั้งขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.เผยว่า เมื่อคืน กทม.เฝ้าติดตามสถานการณ์หน้าที่หลักคือ การควบคุมไฟที่ยังคุกรุ่นพบจุดความร้อน 3 จุดแต่อุณหภูมิไม่สูงมาก สถานการณ์น่าจะดีขึ้นใกล้เข้า สู่ภาวะไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญคือ จัดเตรียมแบบและ พยายามรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้สภาพอาคารชั้น 2 พังลงมาทับชั้น 1 ทำให้ค้นหาจุด ที่เป็นต้นเพลิงยาก ต้องใช้หลักฐานประกอบทั้งภาพในติ๊กต่อก และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเพื่อระบุต้นเพลิง คาดว่าอยู่บริเวณล็อก 5 เข้าไปประมาณ 20 เมตรถามว่า เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานต้องเข้าไป ตรวจสอบจุดไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า หากดูจากแผนที่จะอยู่โซนซี มีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ กทม.ว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงคนแรกเดินทางมาด้วยรถ จยย.เข้าทางด้านหลัง ก่อนลากสายดับเพลิงประมาณ 30 เมตร ไปถึงจุดต้นเพลิงพอดี จุดดังกล่าวต้องดูหลักฐานอื่นประกอบด้วย ที่เกิดเหตุมีพยานจำนวนมาก เนื่องจากมีพนักงานและผู้อยู่ในพื้นที่พยายามเข้าไปดับเพลิง จึงมีผู้เห็นเหตุการณ์สามารถให้ข้อมูลได้ การตรวจสอบต้องรวบรวมข้อมูลจากพยานบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับพยานวัตถุผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ชุดความปลอดภัย “SECURITY” ทีมเอกชนพร้อมอุปกรณ์พิเศษใช้ตัด และรื้อชิ้นส่วนอาคารเข้าตรวจสอบพื้นที่ เตรียมนำอุปกรณ์เข้าดำเนินการรื้อถอนจุดเกิดเหตุ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงปฏิบัติงานบริเวณด้านในอาคาร ต่อเนื่อง มีการฉีดน้ำและใช้สายยางดับความร้อนเป็น ระยะ สังเกตได้จากปล่องน้ำ ชุด “SECURITY” และ “DEMOLISH” ส่งทีมเข้าดำเนินการรื้อถอนโดยใช้ รถแบ็กโฮรื้อสิ่งกีดขวางบริเวณที่จะลงตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ก่อน เน้นไปที่จุดโซนซี ขั้นตอนการรื้อถอนจะดำเนินการรื้อ หรือเจาะเฉพาะส่วนที่จำเป็นเพียงเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปยังบริเวณจุดเกิดเหตุได้ต่อมา เวลา 14.10 น. ปภ.นำเจ้าหน้าที่ พฐ.เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุบริเวณจุดโซนซี เพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้บริเวณจุดต้นเพลิง ใช้เวลานาน 15 นาที ก่อนออกมาชี้จุดให้เจ้าหน้าที่กรม โยธาธิการและ ปภ.เข้ารื้อถอนเพื่อส่งทีม พฐ.เข้ามาตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่