ครม.อนุมัติแผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับแรกของประเทศไทย ปี 2568-2570 ตามที่สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ สขญ. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอ เพื่อปูทางดำเนินการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่เนื่องจากไทยเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ในการขับเคลื่อนข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งปัญหาข้อมูลแยกส่วนแบบไซโล โดยมีลักษณะกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ขาดแคลนกำลังคนเฉพาะทาง ความเสี่ยงด้านภัยไซเบอร์ และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ข้อจำกัดทางกฎระเบียบที่ยังไม่เอื้อต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีมูลค่าสูงนอกจากนี้ การใช้ประโยชน์จาก Big Data ยังลงไม่ถึงระดับพื้นที่ ขณะเดียวกันไทยมีความเสี่ยงการเสียอธิปไตยทางเทคโนโลยี เพราะไทยรับเทคโนโลยีจากประเทศผู้นำทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าผลิตเทคโนโลยีเพื่อการส่งออก ตลอดจนขาดแคลนงบประมาณในการเชื่อมโยงข้อมูล พัฒนาแพลตฟอร์มและระบบอย่างยั่งยืนตั้งเป้า ปี 2570 ปักหมุดไทยติดท็อป 25 ดิจิทัลโลก เดิมอยู่อันดับ 33 ผ่านกลยุทธ์พัฒนาแพลตฟอร์ม Big Data พร้อมเน้นย้ำให้หัวใจของยุทธศาสตร์ที่จะผุดโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัย มี 13 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีบุคลากรระดับผู้เชี่ยว ชาญครบทุกมิติช่วยขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมล่าสุด ครม.ไฟเขียวมาตรการยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุบัญชีผู้ใช้งานสำหรับยืนยันตัวตนรั่วไหล ด้วยมาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย ตามที่คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) เสนอ ปัญหานี้เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในเมื่อกระทรวงดีอีครองภารกิจยุทธศาสตร์ ทั้งการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัล การปราบอาชญากรรมไซเบอร์ ถึงเวลานายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ที่เป็นคนรุ่นใหม่ คุมบังเหียนกลไกดิจิทัลเกือบทั้งระบบ ต้องมองข้ามงานรูทีน แล้วตั้งโจทย์ใหญ่ระดับโลก เดินหน้าปักหมุดประเทศ ไทยบนแผนที่ดิจิทัลโดยเริ่มต้นด้วยการตั้ง TOR โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสเปกขั้นสูงสุด หรือ TOR Tier เน้นเชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้รอยต่อ เรียลไทม์ และปลอดภัยสูงสุด พร้อมเปิดเวทีประชันนวัตกรรมระดับโลก สนับสนุนให้สตาร์ตอัพ ประชาชน นักศึกษา และภาคเอกชนแข่งขันกันอย่างเต็มที่ รายใดผ่านด่านหิน รัฐบาลต้องสนับสนุน จับเซ็นสัญญาทันที.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม