ฝนถล่มเหนือน้ำท่วมหลายจังหวัด ที่แม่ฮ่องสอนเกิดน้ำป่า ไหลหลากพัดท่อนไม้ใหญ่ฟาดสะพานซูตองเป้ข้ามลำน้ำแม่สะงา ขาดสะบั้นเป็นรอบที่ 2 ขณะที่แม่น้ำปายเพิ่มสูงขึ้นเกินระดับวิกฤติ ที่เชียงใหม่ฝนกระหน่ำ 3 อำเภอชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 180 ครัวเรือน ส่วนที่พะเยาแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน ขณะที่ ภาคอีสานที่บึงกาฬน้ำโขงหนุนสูงย้อนกลับลำน้ำสาขาทะลักเข้าพื้นที่เกษตร ชลประทานต้องปิดประตูน้ำทั้ง 6 บาน ช่วยลดผลกระทบชาวบ้านฝนกระหน่ำน้ำท่วมหลายจังหวัด โดยเมื่อคืนวันที่ 7 ส.ค. ต่อเนื่องวันที่ 8 ส.ค. เกิดฝนตกหนักใน อ.เมืองแม่ฮ่องสอน นานหลายชั่วโมง โดยเฉพาะ ต.ห้วยผา ต.หมอกจำแป่ และ ต.ปางหมู ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงลำน้ำแม่สะงา กระแสน้ำไหลเชี่ยวพัดท่อนไม้ใหญ่กระแทกสะพานซูตองเป้เชื่อมระหว่างวัดภูสมะณารามกับบ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู พังเป็นรอบที่ 2 ในรอบปีนี้ สะพานขาดระยะทางยาวกว่า 10 เมตรและเกิดการทรุดเอียงไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ส่วนนาข้าวที่เขียวขจีถูกน้ำท่วมจมมิดกว่า 70 ไร่ ชาวบ้านกลัวว่าหากฝนยังตกต่อเนื่อง น้ำไม่ลดไม่เกิน 3 วันต้นข้าวเน่าตายหมดส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำปายน่าเป็นห่วง ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนล้นเกินระดับวิกฤติ ล่าสุดปริมาณน้ำบริเวณสถานีวัดระดับน้ำบ้านท่าโป่งแดง ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน แม่น้ำปายเพิ่มสูงเกินระดับวิกฤติที่ 2.75 เมตร เจ้าหน้าที่ชลประทานเฝ้าระวังระดับน้ำปายอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่เหนือน้ำด้านบนไล่ตั้งแต่ อ.ปาย อ.ปางมะผ้า และ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ยังมีฝนตกลงมาไม่หยุด คาดว่ามวลน้ำจากตอนเหนือจะไหลลงสู่แม่น้ำปายจนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตตัวเมืองแม่ฮ่องสอนที่ จ.เชียงใหม่ ฝนตกหนักหลายอำเภอ ที่ อ.แม่อาย น้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่ ต.สันต้นหมื้อ รวม 5 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 59 หลังคาเรือน อ.พร้าว เกิดน้ำป่าไหลหลาก 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 78 ครัวเรือน และ อ.เวียงแหง น้ำป่าไหลท่วมบ้านในพื้นที่บ้านห้วยหก ต.เมืองแหง กว่า 50 หลัง เจ้าหน้าที่เร่งอพยพผู้ป่วยติดเตียง เด็กและคนชราไปยังพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน อ.เชียงดาว เป็นพื้นที่รับน้ำต่อจาก อ.เวียงแหง ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมนายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ช่วงค่ำวันที่ 7 ส.ค.รับรายงานเกิดฝนตกและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.เวียงแหง อ.แม่อาย และ อ.พร้าว ประชาชนได้รับผลกระทบรวมกว่า 180 ครัวเรือน ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เชียงดาว เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำจากอำเภอทางตอนเหนือ ก่อนที่มวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงแม่น้ำปิงเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ ล่าสุดช่วงเวลา 11.00 น. เพิ่มขึ้นเป็น 1.07 เมตร และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจ.พะเยา เกิดฝนตกติดต่อกันตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า ส่งผลกระทบให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในหลายอำเภอ ที่ อ.ภูซาง น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 4 หมู่ 5 และหมู่ 9 ต.ป่าสัก และหมู่ 2 กับหมู่ 3 ต.สบบง หลังเกิดเหตุนายบัณฑูร ประดิษฐ สุวรรณ์ นายอำเภอภูซาง ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ อ.ปง แม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม ต.ออย ต.นาปรัง ต.ควร และ ต.ขุนควร ได้รับผลกระทบหลายหมู่บ้าน และ อ.เชียงม่วน น้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำยมบริเวณสะพานบ้าน ทุ่งมอก หมู่ 5 ต.บ้านมาง สะพานบ้านทุ่งหนองหมู่ 5 ต.สระ และสะพานบ้านท่าฟ้าเหนือ ต.สระส่วนที่ จ.บึงกาฬ ฝนตกต่อเนื่องนานกว่า 1 สัปดาห์ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงแม่น้ำโขง ประกอบกับมีน้ำเหนือจาก จ.เลย จ.หนองคาย และมวลน้ำสาขาฝั่ง สปป.ลาวไหลงมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ น้ำเริ่มไหลย้อนกลับเข้าตามลำน้ำสาขาต่างๆ เช่น บริเวณสะพานห้วยผาคางติดกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 น้ำในแม่น้ำโขงเริ่มไหลย้อนกลับเข้าลำห้วยเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในที่ลุ่มต่ำใน ต.วิศิษฐ์ และ ต.ไคสี คาดว่าหากน้ำยังเพิ่มขึ้นทำให้พื้นที่เกษตรเสียหายไม่ต่ำกว่า 1,000 ไร่นายสรายุทธ ม่วงทอง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบึงกาฬ เผยว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดประตูระบายน้ำห้วยกำแพงที่อยู่ในพื้นที่บ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ทั้ง 6 บาน เพราะระดับน้ำโขงเริ่มสูงขึ้นพร้อมเดินเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำ 3.11 ลบ.ม./วินาที ออกจากหนองกุดทิงที่อยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำโลกให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขง เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากเริ่มเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรใน 3 ตำบล คือ ต.บึงกาฬ ต.โนนสมบูรณ์ และ ต.โคกก่อง เพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน พื้นที่การเกษตร และเตรียมรองรับการเร่งระบายน้ำในช่วงที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปอย่างรวดเร็วด้านภาคใต้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพังงา แจ้งเตือนชาวเรือและผู้ควบคุมเรือให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง พร้อมขอให้เรือขนาดเล็กที่มีความยาวเรือน้อยกว่า 12 เมตร งดออกจากฝั่งไปยังทะเลเปิดในช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัย ขณะนี้หลายพื้นที่ของจังหวัดพังงาได้รับอิทธิพลจากฝนตกหนักและฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้คลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง สร้างความเสี่ยงต่อการเดินเรือและการประกอบอาชีพของชาวประมงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่