เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลผสม ในเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป ใครว่าการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรู ที่ถาวร ถึงเวลาคับขัน ผลประโยชน์ขัดกันก็บรรลัยทุกราย พรรคภูมิใจไทย มีความมั่นใจบางประการด้วยจำนวน สส.ในสภา 191 คน เมื่อคำนวณสัดส่วนของพรรคการเมืองต่างๆแล้วโอกาสที่จะถูกโค่นล้มเป็นไปได้ยาก จึงกล้าที่จะจับมือกับ พรรคเพื่อไทย ที่ได้ สส.มา 74 คน ได้ สส.เกินครึ่ง 265 คน เหตุผลก็คงจะไม่ต้องการแบ่งโควตา รมต.ให้กับพรรคอื่น และต้องการสร้างบารมีให้เห็นว่าการปกครองโดยสีน้ำเงินเท่านั้นที่จะเอาอยู่ถึงฝ่ายค้านจะมี สส.รวมกัน 3 พรรคใหญ่ ประชาชน 120 คน กล้าธรรม 58 คน ประชาธิปัตย์ 21 คน ก็ได้เสียงแค่ 199 เสียง พรรคเล็กต่ำสิบที่เหลือ ไทรวมพลัง 6 คน พลังประชารัฐ 5 คน ประชาชาติ 5 คน เศรษฐกิจ 3 คน ไทยสร้างไทย 2 คน รวมไทยสร้างชาติ 2 คน เพื่อชาติไทย 2 คน รวมใจไทย 1 คน พรรคใหม่ 1 คน ไทยทรัพย์ทวี 1 คน ประชาธิปไตยใหม่ 1 คน มิติใหม่ 1 คน ไทยภักดี 1 คน รวมพลังประชาชน 1 คน เสรีรวมไทย 1 คน ทางเลือกใหม่ 1 คน ไทยรวมพลัง 1 คน รวมเป็น 36 คน ถ้าไม่หูเบา หรือไปเชื่อคนชั้น 7 ง่ายๆ จะมีกำลังต่อรองสูงกว่านี้36 เสียงไปรวม 265 เสียง เป็น 301 เสียง ถ้าไปรวมกับ 199 เสียง ก็ไม่ถึงครึ่งอยู่ดี ได้อยู่ 235 เสียง เพราะฉะนั้น พรรค ที่จะเป็นตัวแปรให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาลได้ จึงมีแค่ 2 พรรคคือ พรรคเพื่อไทย 74 เสียงกับ พรรคประชาชน 120 เสียง ส้มกับแดง รวมกันได้ 194 เสียง เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลทันที ทีนี้ พรรคต่ำสิบ ก็จะมีราคา ไปอยู่กับฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นก็ได้เป็นรัฐบาลเพราะฉะนั้นการเมืองจะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ตามหลักประชาธิปไตย ก็จะอยู่กับสูตรนี้เท่านั้น เท่ากับเป็นการ ล้างระบอบ สีน้ำเงิน ได้สำเร็จ จากนั้นก็จะไปถึงขั้นตอนที่สองคือ สว.กับ กกต. จาก คดีฮั้ว สว. ที่ สีส้มขย่มจนถึงรากถึงโคน รอขึ้นเขียง กระบวนการยุติธรรม รอบต่อไปที่ไม่ว่าจะเปิดไพ่ออกมาหน้าไหน ก็รอดจากวิบากกรรมได้ลำบาก ยกเว้นว่ากระบวนการยุติธรรม ก็เป็นสีน้ำเงินไปเรียบร้อย ถ้าเช่นนั้นก็ตัวใครตัวมันการเมืองก็จะถูลู่ถูกังกันต่อไปแบบนี้ การเมืองภาคบังคับ ให้มีการชิงอำนาจกัน นอกกรอบประชาธิปไตย มากขึ้น เอาปริมาณอย่างเดียวไม่เอาคุณภาพ สินค้าที่มีแต่ปริมาณไม่มีคุณภาพ ส่งผลกระทบกับภาพรวมของการเมืองการปกครอง และอนาคตประเทศโดยตรงพฤติกรรมของบุคลากรสีน้ำเงิน ทั้งส่วนตัวและส่วนรวมที่เห็น เป็นที่ประจักษ์ ก็พอจะบอกถึงคุณภาพได้เป็นอย่างดิี แม้ว่าสีน้ำเงิน จะมีความมั่นใจเต็มร้อยว่า สามารถบริหารปกครองประเทศได้จน ครบเทอมและเป็นการถาวร ไม่มีอะไรที่จะมาล้มล้างระบอบสีน้ำเงิน ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องอย่าลืมว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราความแน่นอน คือความไม่แน่นอน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม