“เรืองเดช ศิริกิจ” ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาฯ มศว เข้ามอบตัวกองปราบปรามตามนัด แจ้งความผิด 7 ข้อหา เค้นสอบ 6 ชม.รวดให้การปฏิเสธ ยันไม่เกี่ยวข้องการทุจริต อ้างทำงานตามสั่งของอธิบดี สถ.ในฐานะลูกจ้างเท่านั้น ขณะที่ผู้ต้องหากลุ่มแก้กระดาษคำตอบที่ถูกล็อกตัวคาหนังคาเขาที่บ้าน “จ่าพิชิต ทั้งพรม” เข้ามอบตัว 4 คน แยกสอบเครียดกว่า 5 ชม.ให้ความร่วมมือดี รับในข้อเท็จจริงวันถูกจับ แต่ปฏิเสธ 5 ข้อหาที่ตำรวจแจ้งดำเนินคดี ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือนัดมอบตัววันที่ 10 ส.ค. “ลิซ่า” โฆษก ปชน. โพสต์เย้ยการสืบสวนคลี่คลายคดีโกงสอบ หลังผ่านไป 36 วัน ไม่คืบ ไล่ไทม์ไลน์ดั้นเมฆเปลี่ยนผู้ชนะการประมูลจาก ม.บูรพา ไปเป็น มศว จนถูกร้องเรียน ตั้งข้อสงสัยทำไมเมินสอบเส้นทางการเงินผู้เกี่ยวข้องความคืบหน้าการสอบสวนคลี่คลายคดีโกงสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ศูนย์แจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 31 ก.ค. นายเรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) หนึ่งในผู้ต้องหาคดีทุจริตการสอบแข่งขันบรรจุบุคคลเข้ารับราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สวมสูท คาดแมสก์ปิดหน้า เข้าพบ พ.ต.อ.ชัยวุฒิ เกียรติก้องกำจาย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. และพนักงานสอบสวนกองปราบฯเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาการดำเนินคดีนายเรืองเดชครั้งนี้ สืบเนื่องจากคำให้การของนายอัศวิน โชติพนัง หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ให้การซัดทอดว่า นายเรืองเดชเป็นผู้ประสานนำข้อสอบและไฟล์ข้อสอบของผู้สมัครสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่น ไปส่งให้กลุ่มผู้ต้องหาที่บ้านเลขที่ 93/64 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ ที่ตั้งของบริษัทสามเมืองรุ่งเรืองกิจ จำกัด เพื่อแก้ไขกระดาษคำตอบ ก่อนหน้านี้นายเรืองเดชเคยถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.รวมทั้งพนักงานสอบสวน บก.ปปป.เชิญมาให้ปากคำแล้ว ประกอบกับพยานหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมได้ นำมาเป็นหลักฐานการแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น นายเรืองเดชถูกแจ้งดำเนินคดีรวม 7 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2.เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ 3.เป็นเจ้าพนักงานรับรองข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ 4.ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น 5.ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ 6.ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ และ 7.ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลุ่มผู้ร่วมแก้ไขกระดาษคำตอบในบ้านเกิดเหตุรายอื่น ทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาวันนี้ 4 คน ประกอบด้วย 1.นายฉัตรพิศุทธิ์ ธรรมศิริ ลูกจ้างบริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด 2.นายกิตติ์พิพัฒน์ วัจนภรณ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม 3.นายธนพล สุขอิ่ม นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ เทศบาลเมืองปลายบาง 4.น.ส.วราพร ลบล้ำเลิศ นักทรัพยากรบุคคล ปฏิบัติการองค์การบริหารส่วนตำบลบางขุนกอง ทั้งหมดถูกแจ้ง 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2.ข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น 3.ข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จตามมาตรา 157, 161 และ 162 4.ข้อหาทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ 5.ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จหลังสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนานกว่า 5 ชม. มีรายงานว่าทั้งหมดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ยอมรับในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์และรายละเอียดบางส่วน แต่ยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนบันทึกถ้อยคำไว้ทั้งหมดเพื่อนำไปประกอบกับพยานหลักฐานอื่นที่รวบรวมไว้พิจารณาดำเนินการต่อไปด้านนายเรืองเดชมีรายงานว่า ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ที่นำแฟลชไดรฟ์ไปส่งให้นายวิน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้จริง แต่ยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งฐานะลูกจ้างตามขอบเขตของงาน (TOR) พร้อมอ้างว่า ได้รับคำสั่งมาจากนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จึงดำเนินการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีส่วนร่วมการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ส่วนความสัมพันธ์กับนายวิน รู้จักกันเนื่องจากอยู่ในแวดวงการศึกษาเช่นเดียวกัน หลังสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวน บก.ป.ปล่อยตัวทั้งหมดกลับไปมีรายงานด้วยว่า นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ต้องหาอีกรายขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นวันที่ 6 ส.ค. ส่วนกลุ่มแก้กระดาษคำตอบที่เหลือนัดเข้าพบตำรวจวันที่ 10 ส.ค.ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า จนถึงขณะนี้ เวลาล่วงเลยมากว่า 36 วันแล้ว แต่มหากาพย์ทุจริตสอบท้องถิ่นมูลค่า 5,000 ล้านบาทควรจะคืบหน้ามากกว่านี้ กลับยังไม่มีอะไรมากไปกว่าข่าวการจ่อออกหมายเรียกหรือจ่อออกหมายจับ ยังไม่มีท่าทีว่าขยายผลไปตรวจเส้นทางการเงินใครเลยแม้แต่รายเดียว จากการติดตามซักถามใน กมธ. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่าทำถูกต้องทุกขั้นตอน ขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ยืนยันว่าดำเนินการตามข้อตกลงและขอบเขตของงาน (TOR) อย่างเคร่งครัด ข้อสังเกตตั้งแต่แรกว่าเรื่องนี้ไม่มีทางสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานแน่ๆ เพราะกระทบกับตัวใหญ่ทั้งนั้น อย่างน้อยกระบวนการที่จะย้อนให้เห็นต่อไปนี้ จุดเริ่มต้นการรู้เห็นเป็นใจระหว่าง สถ.และ มศว นำไปสู่ความเสียหายมากมาย ไม่ใช่เรื่องการแอบทุจริตกันกลางทาง มีข้อสังเกตว่าจัดวางและวางแผนกันมาตั้งแต่แรกน.ส.ภคมนระบุว่า เรื่องระดับนี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำเพียงลำพังได้ ผู้ร่วมมือกันไม่ใช่ตัวเล็กๆ เป็นระดับหัวหน้ามีอำนาจตัดสินใจ เริ่มตั้งแต่กระบวนการ เลือกผู้รับจ้าง ทำไมสุดท้ายกลายเป็น มศว ทั้งที่ ม.บูรพา เป็นผู้ชนะการเสนอราคาตั้งแต่แรก กลับเปลี่ยนผู้รับจ้างเป็น มศว ภายหลังอ้างว่า ม.บูรพามีประวัติทุจริต ต่อมา ม.บูรพายื่นอุทธรณ์คำสั่งเปลี่ยนแปลง และชนะอุทธรณ์ ตั้งแต่ ธ.ค.66 ถึง ก.พ.68 สถ.ออกประกาศและหนังสือลงวันที่ 13 ก.พ.68 ยกเลิกประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา (ยกเลิก ม.บูรพา) สถ.ชี้แจงว่าไม่พบข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตของ ม.บูรพา อีกทั้ง สถ.ไม่เคยแจ้งผลการยุติการตรวจสอบข้อร้องเรียนให้ ม.บูรพา หนึ่งในเหตุผลหลักที่ สถ.นำมาอ้างยกเลิกคือขอบเขตงาน (TOR) เดิมไม่รัดกุม เปิดช่องไม่ให้ผู้ว่าจ้างเข้าไปตรวจสังเกตการณ์ได้ทุกขั้นตอนน.ส.ภคมนโพสต์อีกว่า ข้อสงสัยเรื่องการล็อกสเปก หลังจากยกเลิก ม.บูรพา แล้ว สถ.จัดหาผู้จัดสอบรายใหม่ ได้ มศว พร้อมปรับแก้ TOR ขึ้นมาใหม่ สิ่งที่น่าสังเกตคือ TOR ฉบับใหม่ แม้ไม่ได้เขียนชื่อผู้ชนะออกมาตรงๆ แต่เปลี่ยนกติกาหลายจุดพร้อมกัน ส่งผลให้ผู้เสนอราคาได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด การไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้กำลังบอกว่า หาก ม.บูรพาได้จัดสอบแล้วจะไม่เกิดการโกง (อันนี้ไม่มีใครทราบ) แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า กระบวนการเลือกผู้รับจ้างมีความตั้งใจที่จะล็อกเป้ามาตั้งแต่แรกอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่