สงครามสมัยใหม่มีเรื่องประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือประเทศที่มีเครื่องบินรบดีที่สุด มีระเบิดแม่นยำที่สุด และมีดาวเทียมมองเห็นแทบทุกตารางนิ้วของโลก อาจประสบปัญหาที่คนธรรมดาฟังแล้วต้องเกาศีรษะ นั่นคือมีระเบิดอยู่เต็มคลัง แต่หาเป้าหมายที่ควรระเบิดไม่ได้26 กรกฎาคม 2026 พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซ็นต์คอม เสนอให้รัฐบาลทรัมป์ ยุติการทิ้งระเบิดชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ เพราะปฏิบัติการนั้นไม่รู้จะทำต่อไปทำไม คำแนะนำนี้รวมกับความเห็นของที่ปรึกษาฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนคนอื่นๆ มีส่วนทำให้ทรัมป์สั่งพักการโจมตีอิหร่านบางคนเห็นข่าวนี้แล้วอาจคิดว่า นายทหารอเมริกันเกิดใจอ่อน หรือเริ่มกลัวอิหร่าน ความจริงมิใช่อย่างนั้นครับ หน้าที่ของนายทหารอาชีพไม่ใช่เพียงบอกผู้นำว่าโจมตีได้ แต่ต้องกล้าบอกด้วยว่าโจมตีต่อไปแล้ว เราได้อะไรพล.ร.อ.คูเปอร์รายงานว่า การโจมตีนานเกือบ 2 สัปดาห์ทำลายความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเรือในช่องแคบฮอร์มุซไปมากแล้ว เป้าหมายที่กำหนดไว้สำหรับการทิ้งระเบิดก็เกือบหมด เหลืออีกเพียงประมาณร้อยละ 20 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เคยกำหนดไว้ในปฏิบัติการครั้งใหญ่ก่อนหน้านั้น หากสหรัฐฯไม่ตั้งใจกลับไปเปิดสงครามขนาดใหญ่เพื่อทำลายเป้าหมายส่วนที่เหลือ การส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดต่อวันละเล็กวันละน้อยก็ไม่มีประโยชน์ทางยุทธศาสตร์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างคำว่า “ทำลายเป้าหมาย” กับคำว่า “บรรลุเป้าหมาย”เครื่องบินอาจทำลายเรดาร์ คลังอาวุธ สะพาน อุโมงค์ ท่าเรือ หรือฐานปล่อยขีปนาวุธได้ แต่เครื่องบินไม่สามารถบังคับให้รัฐบาลฝ่ายตรงข้ามยอมรับเงื่อนไขทางการเมืองได้เสมอไป ยิ่งระเบิดลงมากเท่าใด ฝ่ายที่ถูกโจมตีก็อาจยิ่งกระจายกำลัง ซ่อนอาวุธ ย้ายฐานบัญชาการ และใช้กลุ่มพันธมิตรในประเทศอื่นตอบโต้แทนสงครามทางอากาศจึงคล้ายการใช้ค้อนทุบโต๊ะเพื่อบังคับให้คนที่นั่งอีกฝั่งลงนามในสัญญา ค้อนอาจทำให้โต๊ะแตก แต่เจ้าของลายเซ็นไม่ยอมเซ็นการระเบิดชายฝั่งอิหร่านไม่สามารถรับประกันได้ว่าเรือพาณิชย์จะเดินทางผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัย อิหร่านไม่จำเป็นต้องนำกองเรือขนาดใหญ่ออกมารบตรงๆ เพียงใช้ทุ่นระเบิด โดรน ขีปนาวุธ เรือเร็ว หรือประกาศให้บริษัทเดินเรือรับรู้ว่ามีความเสี่ยง เบี้ยประกันสูงขึ้น เจ้าของเรือก็เปลี่ยนเส้นทาง ตลาดน้ำมันก็เกิดความหวาดกลัวสงครามไม่จำเป็นต้องจมเรือทุกลำครับ บางครั้งเพียงทำให้เจ้าของเรือไม่กล้าออกจากท่า ก็ได้ผลทางเศรษฐกิจแล้วพล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ เตือนว่า กระสุนสกัดกั้นทางอากาศเริ่มมีจำนวนจำกัด หากสงครามดำเนินต่อไป สหรัฐฯอาจมีปัญหาในการป้องกันทหาร ฐานทัพ และพันธมิตรของตนในตะวันออกกลางขีปนาวุธสกัดกั้นหนึ่งลูกมีราคาแพงและผลิตไม่ได้ชั่วข้ามคืน ต่อให้ประเทศมีเงินก็ใช่ว่าจะสั่งวันนี้แล้วพรุ่งนี้มีของส่งถึงคลัง การผลิตต้องอาศัยโรงงาน ชิ้นส่วน วิศวกร วัตถุดิบ และเวลาทดสอบ เมื่อใช้ไปกับสงครามแห่งหนึ่งมากเกินไป ความสามารถในการรับมือวิกฤติในภูมิภาคอื่นย่อมลดลงนายทหารอาชีพจะเริ่มถามว่า เรากำลังใช้อาวุธราคาแพงเพื่อป้องกันอะไร และกำลังทิ้งระเบิดเพื่อให้ได้ผลทางการเมืองข้อไหนกันแน่หลังการโจมตีติดต่อกัน 13 คืน สหรัฐฯพักปฏิบัติการทางอากาศ ทรัมป์ตะโกนว่า อ้า สหรัฐฯกำลังเจรจากับเตหะราน อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นฝ่ายร้องขอให้เปิดการเจรจา ราคาน้ำมันลดลงทันทีเมื่อตลาดเห็นโอกาสที่การสู้รบชะลอตัวสิ่งที่เกิดขึ้นมิได้แปลว่าอิหร่านชนะ แล้วก็มิได้หมายความว่าสหรัฐฯแพ้ แต่แสดงให้เห็นว่า ต่อให้เป็นมหาอำนาจ ก็หนีหลักพื้นฐานของสงครามไม่พ้น คือทุกปฏิบัติการต้องมีเป้าหมายทางการเมืองที่ชัดเจนหากโจมตีเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็ต้องตอบให้ได้ว่า เมื่อระเบิดหยุดลง ใครจะดูแลเรือ ใครจะเก็บกู้ทุ่นระเบิด ใครจะตรวจสอบข้อตกลง และอิหร่านจะได้อะไรเป็นการแลกเปลี่ยน หากตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ การทิ้งระเบิดเพิ่มเติมก็อาจเป็นเพียงการทำลายสิ่งปลูกสร้าง โดยมิได้ทำลายเจตจำนงของคู่สงคราม.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม