กองปราบฯจ่อบุกเรือนจำแจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่นฐานสนับสนุน เจ้าพนักงานให้ทุจริต “อนุทิน” เข้ามหาดไทยประชุมผู้บริหาร โวจะมาทำงานสัปดาห์ละ 2 วัน ขันนอตแก้ทุจริต ชี้จับโกงสอบท้องถิ่นเกือบหมดวงจรภายใน 2 สัปดาห์ แย้มมีแอ็กชันต่อเนื่อง 8-10 มั่นใจคดีไม่มีมวยล้ม ชมเปาะประธาน ป.ป.ช.ลงมาลุยเอง พร้อมรวบเส้นเงินและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเร็วๆนี้ “นิรัตน์” เผยแอ็กชันที่ 8 ผลตรวจสอบกระดาษคำตอบสอบท้องถิ่น งัดบัญชีถูกต้องแทนบัญชีทุจริต พบมีผู้ถูกแก้ไขคะแนน 5,925 ราย บรรจุไปแล้วกว่า 3 พันคน จ่อเพิกถอน สัปดาห์หน้าลุยแอ็กชันที่ 9 และ 10 ต่อไปกรณี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. และ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. และพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้มารับทราบ 7 ข้อกล่าวหาหนัก หลังแนวทางสืบสวนพบว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นในปีที่ผ่านมา ให้มาพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ภายในวันที่ 31 ก.ค.ที่จะถึงนี้นั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. มอบหมาย พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. ให้นำพนักงานสอบสวนไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหารวม 3 คน ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ในเรือนจำคือ นายวิน ธนพชรโภคิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และจ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ข้อหาที่แจ้งเพิ่มคือข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น โดยก่อนนี้แจ้งไป 3 ข้อหาคือ มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จส่วนผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และตำรวจ ปปป. พบอยู่ที่บริษัท จ่าพิชิต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะกำลังแก้ไขข้อมูลข้อสอบทั้ง 11 ราย จะถูกเรียกมาแจ้งข้อหามีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่, ซ่องโจร, ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และจะต้องถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยเช่นกันก่อนนี้เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเชิญผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยมาหารือแบบไม่เป็นทางการหลังลงนามถวายพระพรว่าไม่ได้มีวาระอะไร ตนต้องจัดเวลาเข้ากระทรวงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ต้องหาเวลามาพบปะผู้บริหารกระทรวง เพื่อทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในการให้บริการประชาชน เมื่อถามว่าที่ผ่านมาหย่อนยานหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ระบบระเบียบไม่ได้หย่อนยาน แต่คนใช้ระเบียบและระบบมีความไม่สุจริต ฉะนั้น มันอยู่ที่คน ตอนที่ตั้งคนเหล่านั้นขึ้นมา เพราะดูเป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต ต้องดูว่าทำไมถึงเกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นได้ที่ต้องมาแก้ไขเมื่อถามว่าการเข้ากระทรวงสัปดาห์ละ 2วัน เพื่อขันนอตเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นที่กระทบต่อความศรัทธาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เกิดเหตุขึ้นมาแค่ 2 สัปดาห์กว่าๆ ก็จับโกงได้เกือบหมดแล้ว คณะกรรมการที่ได้รับมอบอำนาจให้ไปดำเนินการ ประกาศเพิกถอนรายชื่อคนที่ทุจริตแล้วด้วยกลไกของรัฐบาลที่มีทั้งหมด ทำให้เราหาจุดที่ทำผิดได้ แล้วเรื่องนี้ไม่มีประสิทธิภาพตรงไหน หาได้ครบหมดเลย เดี๋ยวมีมาต่อเรื่อยๆ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. มี 7 แอ็กชันแล้ว วันนี้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) บอกว่า วันนี้แอ็กชันที่ 8 มาแล้ว ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรให้ถามเจ้าตัว รวมไปถึงจะมีแอ็กชันที่ 9-10 ด้วย ทุกอย่างจะถูกตีแผ่ออกมา เมื่อช่วงเช้าได้พบนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. ที่มาเป็นประธานคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. สืบสวนสอบสวน บอกท่านว่า นานๆได้เห็นปรากฏการณ์แบบนี้สักที ยิ่งมีความสบายใจและดีใจใหญ่ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นมวยล้มต้มคนดู ขนาดประธาน ป.ป.ช.ยังใส่ใจลงมาดูคดีด้วยตัวเอง ฝ่ายรัฐบาลมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ดูอยู่ จะทำหนังสือรายงานมาที่ตนภายใน 2-3 วันนี้ ทุกอย่างจะมาบรรจบกันและเห็นกระบวนการอันชั่วร้ายนี้ทั้งหมดเมื่อถามว่าเห็นรายงานของนายปกรณ์พบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ตอนนี้อยู่ในคุก 3 คน ประกันตัวไม่ได้ ออกหมายเรียกแล้วไม่รู้ตั้งกี่คน ยังไม่นับผู้ที่ร่วมกระทำผิด เจ้าของกระดาษคำตอบ ที่คะแนนในกระดาษกับในประกาศไม่ตรงกัน รวมถึงตัวคนประกาศผล ทุกอย่างต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่าไม่นาน คิดว่าการทำงานมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถรวบรวมวงจรนี้มาได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว และยังขยายผลไปถึงเส้นเงิน การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ มีหลายหน่วยงานที่ร่วมกันดูและสุดท้ายแม่น้ำเหล่านี้ก็มาบรรจบกัน หวังว่าผลทุกอย่างจะตรงกัน เป็นการถ่วงดุล ทำให้ทุกสายต้องทำงานด้วยความแม่นยำ มีความจริงจัง ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน”ต่อมาเวลา 12.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจกระดาษคำตอบข้อสอบท้องถิ่น ประจำปี 68 ว่า “กระดาษคำตอบของผู้สอบ 279,949 คน รวมทั้งที่สอบไปตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 ส่วนของภาคใต้ที่สอบเมื่อเดือน ก.พ.69 หลังประกาศผลและบรรจุ มีการขึ้นบัญชีเดิมไว้ 55,193 คน ภายหลังพบว่าได้มาโดยผิดปกติ ไม่สุจริต ไม่เป็นไปตามกระบวนการสอบที่ควรจะเป็น ต้องยกเลิกบัญชีนั้นและใช้บัญชีที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ไม่ได้ตรวจกระดาษคำตอบใหม่ เนื่องจากถูกตรวจตั้งแต่วันที่สอบ มีตัวเลขดิจิทัลกำกับวันเวลาชัดเจนเป็นบัญชีที่ถูกต้อง”นายนิรัตน์กล่าวต่อว่า แต่จากการประชุม คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) พบว่ามีการนำบัญชีอื่นไปใช้ในการรับรอง 55,193 ราย มีการส่งไปบรรจุตามที่ต่างๆ ภายหลังปรากฏการทุจริต จึงนำบัญชีที่ถูกต้องและมีอยู่แล้วกลับมาใช้ได้เลย ทำให้มีผู้สอบผ่านอยู่ 50,064 ราย โดยบัญชีที่ผิดปกตินั้น มีผู้สอบผ่านโดยสุจริต 49,468 ราย และผู้ที่พบว่ามีการแก้ไขคะแนน 5,925 ราย ในจำนวนนี้มีทั้งสอบไม่ผ่าน แต่แก้ให้ผ่าน 5,129 ราย และผู้ที่สอบผ่านอยู่แล้วและไม่รู้แก้คะแนนทำไม อีก 790 ราย ดังนั้น บัญชีทั้งหมดจะถูกประกาศโดยบัญชีใหม่ ที่เป็นบัญชีเดิมที่ไม่ได้เอามาใช้ โดยประธาน กสถ.ลงนามแล้ว ที่ใช้เวลาตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ถึงเมื่อวันที่ 27 ก.ค. เป็นเวลา 10 วัน โดย สถ.ใช้ทั้งคนร่วมตรวจสอบกับเครื่องอีกรอบหนึ่ง เพื่อตรวจทานลดความผิดพลาดให้ถูกต้องมากที่สุด ยอมรับว่าช้านิดนึง แต่ก็ทำงานกันไม่เคยหยุด กระบวนการนี้คือแอ็กชันที่ 8นายนิรัตน์กล่าวอีกว่า ส่วนแอ็กชันที่ 9 จะเรียกประชุม กสถ. สัปดาห์หน้า กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ละกลุ่มใหม่ สำหรับกลุ่มที่สอบได้อยู่แล้ว จะดำเนินการต่อไปอย่างไร กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลง จากที่คะแนนต่ำไม่น่าจะได้บรรจุ แต่บรรจุไปแล้วรวม 5,000 กว่าคน จะดำเนินการอย่างไร ที่จะแจ้งไปยังแต่ละจังหวัด กลุ่มที่ 3 ที่มีการ แก้ไขคะแนน ทั้งที่สอบผ่าน จะดำเนินการอย่างไร ทาง กสถ.จะกำหนดแผนขึ้นมา เป็นแอ็กชันที่ 9 แม้ใช้เวลามากอาจไม่ทันใจ แต่ถือว่าเดินมาสู่จุดที่ถูกต้องแล้ว จะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีที่สุดเมื่อถามว่ามีข้อเสนอจากนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ. ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ต้องขึ้นแบล็กลิสต์กับ มศว ด้วยหรือไม่ นายนิรัตน์ตอบว่าคุยเรื่องนี้กันอยู่ เพราะเกิดความเสียหายในวงกว้าง กระทบคนหมู่มาก ตอนนี้กำลังหารือกับกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด และกรมบัญชีกลางจะเดินอย่างไรให้ถูกกฎหมาย ป้องกันความเสียหายจะเกิดขึ้นอีก เมื่อถามต่อว่า ภายหลังที่ประชุม กสถ. พิจารณากลุ่มที่ 1 แล้วเสร็จสามารถประกาศผลคะแนนได้ทันทีหรือไม่ นายนิรัตน์ตอบว่ากลุ่มที่ 1 เป็นผู้สอบที่ภายหลังตรวจสอบและประกาศผลใหม่แล้ว สถานะไม่เปลี่ยนแปลง ยังรับราชการได้ตามปกติมี 11,030 คน แม้อันดับอาจเปลี่ยนแปลง แต่ผลสอบยังคงเดิม เพราะเป็นผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง ส่วนผู้ที่ได้รับบรรจุแต่งตั้งทั้งหมด 14,988 คน รวมทั้งผู้ที่สอบได้ด้วยตนเองและผู้ที่ตกแต่งคะแนน จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์กว่า 5,129 คน ต้องหลุดทันที และถูกเพิกถอนการบรรจุ ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการแล้วกว่า 3,000 คน ที่ต้องถูกเพิกถอนเช่นกันเมื่อถามว่าหลังจากนี้มีแอ็กชันที่ 10 หรือไม่ นายนิรัตน์กล่าวว่า ภายหลังที่ กสถ.กำหนดแนวทางดำเนินการสำหรับผู้สอบแต่ละกลุ่มแล้ว จะถูกส่งต่อให้ ก.กลาง พิจารณา ทั้งในส่วนของบัญชีเดิมและบัญชีใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบ เมื่อประกาศบัญชีใหม่แล้ว ก. กลาง จะจัดส่งรายชื่อไปยังแต่ละจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดจะเห็นเฉพาะรายชื่อในพื้นที่ของตนเอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกับผู้ที่เกี่ยวข้อง จากนั้น ก.จังหวัด จะส่งข้อมูลต่อให้ส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้ว หรือผู้ที่ต้องถูกเพิกถอนการบรรจุและเลิกจ้าง โดยจะมีการแจ้งเหตุผลและฐานกฎหมายประกอบอย่างชัดเจน ขณะนี้ได้ประกาศผลคะแนนเรียบร้อยแล้ว แต่จะเปิดเผยเฉพาะข้อมูลของแต่ละจังหวัด เนื่องจากการเผยแพร่รายชื่อทั้งหมดอาจกระทบสิทธิส่วนบุคคล แม้ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ความลับ รายละเอียดทั้งหมดจะมีความชัดเจนหลังการประชุม กสถ.ในสัปดาห์หน้า ขณะนี้บัญชีรายชื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่