“สวนกุหลาบฯคอนเนกชัน” มีแค่ในวงเหล้าเท่านั้นจริงๆ เพราะตามหน้าที่ก็ซัดกันนัว แบบที่ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ osk122 ล่อเป้ารุ่นพี่ “แบด” ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ osk115 แฉเป็น 1 ใน 9 มีเอี่ยวปฏิบัติการ “ฮั้ว สว.” เลยโดนลูกเทพอ่างทอง “แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล osk118 ด่าลั่น “ยิ่งชีพ ยิ่งชั่ว”จังหวะนัวเนียลามถึง “สวนกุหลาบฯรุ่นเดอะ” อย่าง “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. osk90 รุ่นดังรุ่นเดียวกับ “เนวิน ชิดชอบ” เจ้าสำนักเขากระโดง ลงทุนเปิดบัญชีรับบริจาคค่าทนายช่วย “ยิ่งชีพ” ที่โดนทีมเซราะกราวไล่ฟ้องหมิ่นประมาทกระจายกลิ่นอายของเด็กสวนฯปะทะกัน มันพอๆกับเตะบอล “โกลหนู” ที่โรงเรียนเติมดีกรีความเร้าใจน่าติดตาม สถานการณ์ไล่บี้ไล่ต้อน “สว.โพยฮั้ว” ที่กำลังร้อนแรงมาถึงภาค 2 ตามฟอร์มแนวร่วมฝ่ายค้าน กองทัพส้ม ค่ายประชาธิปัตย์ แท็กทีม สว.สำรองรัวกลองบุกหนัก แฉเข้าเนื้อลึกถึงขั้นเดิมพันคดีอาญา ลากชนวนร้อนโหมลามผสมกระแสมรสุมโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นถึงจุดที่เกรียนโซเชียลฯเล่นมุกอำกันเป็นนัย ใครกำลังรู้สึกท้อแท้ในชีวิต ให้ดูสภาพของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ที่โดนสารพัดมรสุมรุมกระหน่ำ“แล้วท่านจะมีกำลังใจสู้ชีวิตขึ้นมาทันทีทันใด”แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในสายตาโคตรเซียนการเมืองมองทะลุเกมร้อนผ่านฝุ่นฟุ้งกระจาย ประเมินอัตราต่อรองรัฐบาลภูมิใจไทยในสภาพสะบักสะบอม อาการ “อนุทิน 2 พลัส” สำลักกระแสราคาฝั่งที่แทง “รอด” ก็ยังจ่ายน้อยกว่า “ร่วง” อยู่ดีเพราะเทียบกับห้วงอำนาจลุงๆทหารเฒ่า 3 ป. ที่โดนกระแสถล่มหนัก “ลุงพี่ใหญ่” ต้องแบก “นาฬิกายืมเพื่อน” ส่วน “ลุงน้องเล็ก” โดนถล่มเผด็จการทหาร พลังโซเชียลฯรุมกระหน่ำ ม็อบคนรุ่นใหม่ไล่อัปเปหิบนถนนแต่กว่าจะแยกย้ายทางใครทางมันก็ถึงตอนที่ลุงๆฝืนสังขารไม่ไหวลุง 3 ป.ลากอำนาจยาวมากว่า 8 ปี ภายใต้ฐานอำนาจจากการรัฐประหาร ต่อเนื่องถึงการเลือกตั้งภายใต้พรรคการเมืองท็อปบูต และ “สว.ลากตั้ง” คาบลูกคาบดอก ก้ำกึ่งกติกาตามรัฐธรรมนูญต้นทุนทางสภาฯต่ำกว่าทีมอำนาจ 2 น. ที่มีฐานอำนาจ สส.เกือบ 300 เสียงที่มาจากการเลือกตั้งตามกติกาประชาธิปไตย หรือ “สว.โพยฮั้ว” ก็ยังถือว่าตามกลไกรัฐธรรมนูญ “ซือแป๋มีชัย” ที่เอื้อให้เองโดยเงื่อนไข “ความชอบธรรม” เหนือกว่า 3 ป.ด้วยซ้ำตามกติกา “นายกฯอนุทิน” ยังลากอำนาจได้ยาวๆไปจนครบเทอม 4 ปี นั่นไม่นับตั๋ววีไอพี ผู้ถือธงนำขบวนโหนอำนาจอนุรักษ์นิยม ที่ยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลง “ผู้ถูกเลือกใช้” แต่อย่างใด อ้างอิงตามสัญญาณแน่นๆที่นายกฯนั่งหัวโต๊ะ ก.ตร.โหวตเลือก “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร.คนใหม่“สำราญ นอนมา” 12 เสียงเต็มๆไม่มีกระเพื่อม ไม่มีกระฉอก“ของจริงหน้างาน” ไม่อิงกระแส เรื่องที่ “นายกฯอนุทิน” จะหมดโปรฯต้องออกจากอำนาจวันนี้ พรุ่งนี้ บรรดาคู่แข่ง ฝ่ายที่ลุ้นเสียบแทนคิดได้ แต่ผู้คนในสังคมอย่าเพิ่งหลงมโนไปไกลณ จุดที่จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่ภายในรัฐบาลจริงๆมันอยู่ที่การขยับใหญ่ในโหมดของการขับเคลื่อนการบริหารเศรษฐกิจ ตามไฟต์บังคับต้องรีบดึงการลงทุน สร้างงาน สร้างรายได้มาเติมคลังที่กำลังบักโกรก หาเงินโปะงบประมาณแจกบัตรคนจนและถึงจุด “ผ่าตัดใหญ่” ปรับทิศทาง “เรือธง” ของรัฐบาลกันมโหฬารตามจังหวะที่ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นคนกำกับสัญญาณธงด้วยตัวเอง ประกาศล้มเมกะโปรเจกต์ “แลนด์บริดจ์”ด้วยเหตุผลชัดๆผลทางเศรษฐกิจไม่คุ้มค่าความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามแนวทางที่ “เดอะท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวยง ได้ส่งสัญญาณทักท้วงในวง ครม.ไว้ตั้งแต่ต้น และก็เป็น “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ที่ถูกปรับให้พ้นจาก “เป้าหวาดระแวง” ของสังคม โดนเวนคืนงานที่ฉุดการบริหารของรัฐบาลต่อเนื่องจากที่ “นายกฯอนุทิน”ส่งสัญญาณระหว่างนำคณะหางเครื่องชุดใหญ่เยือนจีน พร้อมเดินหน้าตามโจทย์ที่พี่ใหญ่แห่งเอเชีย หวังให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลาง” ทางผ่านเข้าสู่อาเซียนในเส้นทาง “วันเบล วันโรด”โหมดของการหาเงินอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลเน้นโชว์เชิงบริหารให้เห็นเนื้องานจับต้องได้“อนุทิน–เอกนิติ” ต้องกู้เศรษฐกิจปากท้อง เติม “บัตรคนจน” ต่อโปรฯอำนาจไว้ก่อน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม