ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ วังวนการเมืองว่าด้วยเรื่องความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องพึงตระหนักอย่าทำเป็นเล่นไป วันนี้รัฐบาลเจอเข้าไปหลายดอกแบบโรคซํ้ากรรมซัดอาการหนักจนน่ากังวลล่าสุดเกิดเหตุที่นราธิวาสกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดและกราดยิง ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นายชาวบ้านและเด็กบาดเจ็บอีกส่วนหนึ่งนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” บอกว่าต้องจัดการอย่างเด็ดขาดเพราะอุกอาจมากเสนาธิการทหารบกบอกว่าจากนี้ไปต้องเป็นฝ่ายไล่ล่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตามรัฐมนตรีกลาโหมบอกว่าเรื่องนี้ต้องมีการเจรจาถึงจะแก้ปัญหาได้ก็เลยถูกโซเชียลรุมถล่มจนต้องแก้ตัวเป็นพัลวันบอกว่าเขายังมีเลือดสีเขียวเต็มตัวไม่ใช่นักการเมืองไม่ได้ขัดแย้งกับเสนาธิการทหารบกนี่เป็นบรรยากาศหลังเกิดเหตุแต่ก็แสดงให้เห็นความไม่เป็นเอกภาพ และมองปัญหาคนละมุมทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความรู้สึกไม่ดีคิดว่ารัฐบาลคงจะปกป้องคุ้มครองพวกเขาไม่ได้นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆเช่นเดียวกับสหรัฐฯ–อิหร่าน ก็มา เปิดศึกกันอีกรอบทำท่าจะบานปลายหยุด ไม่ได้ ย่อมกระทบต่อประเทศต่างๆแน่เพราะราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นก็ต้องปรับกระบวนกันใหม่แถมสหรัฐฯประกาศเรื่องการเสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯ คราวนี้ไทยต้องเสียถึง 12% ถือว่าสูงมากก็ต้องแก้ไขกันอีกแบบว่ายุ่งชุลมุนกันไปหมดหรืออย่างเรื่องการโกงสอบเข้ารับราชการระดับท้องถิ่นก็ทำท่าจะส่อเค้าไปในทางไม่ชอบมาพากลเหมือนกำลังจะช่วยตัวใหญ่และนักการเมืองให้รอดตัวด้วยพฤติกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลอย่างแน่นอนไม่ใช่แค่นี้อย่างเรื่องฮั้ว สว.แม้เป็นเรื่องเก่าแต่ก็ยังตามราวีไม่เลิก โดยมีการเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 9 คนมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีด้วยจนเกิดการฟ้องร้องกันทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเสียหายเป็นอย่างมากแม้จะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องข้อมูลและพยานหลักฐานแต่แค่นี้ก็พอจะชี้วัดได้ว่า ความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างไรเมื่อไล่เรียงหลายเรื่องหลายราวทำให้รัฐบาลตกอยู่ในอาการที่ไม่ค่อยจะดีนัก จนทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ดีความเชื่อมั่นก็ถดถอยลงไปเรื่อยๆหากไม่แก้ไขอาจจะไม่ทันกาลได้เพราะเห็นมานักแล้วว่า รัฐบาลที่ตกอยู่ในภาวะอย่างนี้มักจะไปไม่รอด เพราะเรียกความเชื่อมั่นคืนกลับมาได้ยากเนื่องจากมันเข้าขั้นที่เรียกว่า “วิกฤติ” แล้วเมื่อเกิดวิกฤติศรัทธาก็ต้องเกิดความเสื่อมการไม่ยอมรับ!ลิขิต จงสกุลคลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม