การเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับ Galaxy Z Fold8 Series ของซัมซุงเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของบริษัท หลังยอมเปลี่ยนดีไซน์จอพับครั้งใหญ่เพื่อรับมือการแข่งขันจากผู้ผลิตจีน และรักษาความได้เปรียบก่อนที่แอปเปิลจะเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนจอพับ ซึ่งจะมีการเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ขณะเดียวกันยังประกาศเร่งขยาย Galaxy AI ให้รองรับอุปกรณ์กว่า 800 ล้านเครื่องทั่วโลกภายในสิ้นปี 2569 เปลี่ยนเกมการแข่งขันจากการขายฮาร์ดแวร์ไปสู่การสร้างบริการ AI ครอบคลุมอุปกรณ์ทุกประเภท ซัมซุงยังขยายไลน์สมาร์ทโฟนจอพับเป็น 3 รุ่น ได้แก่ Galaxy Z Fold8 Ultra, Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 โดยไฮไลต์อยู่ที่ Galaxy Z Fold8 ซึ่งปรับเป็นหน้าจออัตราส่วน 4:3 หรือ “ทรงพาสปอร์ต” กว้างขึ้นและสั้นลงจากเดิม และเป็นครั้งแรกที่แนะนำ Galaxy Z Fold Ultra ที่ยังคงดีไซน์ทรงหนังสือแบบเดิมไว้ให้กลุ่มผู้ใช้ที่คุ้นเคยแต่ราคาตัวท็อปสุดราคาสูงถึง 93,900 บาท ห่างจากหลักแสนเพียง 6,100บาทการปรับสัดส่วนหน้าจอครั้งนี้ แก้จุดอ่อนของจอพับรุ่นเดิมที่หลายคนมองว่าสูงและแคบ ทำให้หน้าจอด้านนอกใช้งานได้เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไปมากขึ้น ขณะที่เมื่อกางออกยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำงานหลายหน้าต่างและรับชมคอนเทนต์ ดีไซน์ “ทรงพาสปอร์ต” ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะหัวเว่ยนำมาใช้ก่อนในตลาดจีน การที่ซัมซุงปรับตามครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดจอพับกำลังแข่งขันกันที่การใช้งานมากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำเครื่องให้บางและเบา ทั้งนี้ การแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนจอพับกำลังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทวิจัย Counterpoint Research คาดการณ์ล่าสุดว่าตลาดสมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลกจะเติบโตประมาณ 21% ในปี 2569** ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของซัมซุงจะลดลงจาก 40% ในปี 2568 เหลือราว 32% ในปีนี้ แต่ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้แรงกดดันไม่ได้มาจากผู้ผลิตจีนเพียงด้านเดียว เพราะมีรายงานยืนยันตรงกันจากหลายแหล่งว่า แอปเปิลเตรียมเปิดตัวจอพับ iPhone Ultra ในเดือนกันยายนนี้ พร้อมกับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ทำให้หลายฝ่ายมองว่าซัมซุงเลือกปรับดีไซน์ Galaxy Z Fold ครั้งใหญ่ในช่วงเวลานี้ เพื่อรักษาความได้เปรียบก่อนการแข่งขันจะเข้มข้นมากขึ้น ขณะเดียวกัน ซัมซุงยังได้ประกาศผลักดัน Galaxy AI ให้ทำงานอยู่บนอุปกรณ์ซัมซุงถึง 800 ล้านเครื่องทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 400 ล้านเครื่องในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในเวลาเพียงหนึ่งปี ครอบคลุมทั้งธุรกิจสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต นาฬิกา อุปกรณ์สวมใส่ ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดเบื้องหลังของยุทธศาสตร์ดังกล่าว คือความร่วมมือกับกูเกิลในการนำ Gemini Intelligence มาเป็นผู้ช่วย AI หลักบนอุปกรณ์ Galaxy โดยฟีเจอร์เด่นของจอพับรุ่นใหม่คือระบบสั่งงานอัตโนมัติที่ทำงานข้ามแอปพลิเคชันได้กว่า 40 แอป ครอบคลุมทั้งการสรุปข้อมูล การค้นหาข้อมูลเชิงบริบทการช่วยสร้างคอนเทนต์ และการทำงานหลายหน้าต่างบนจอพับ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ช่วยให้จอขนาดใหญ่ของ Galaxy Z Fold แสดงศักยภาพของAI ได้เต็มประสิทธิภาพและขยาย Galaxy AI ไปยังอุปกรณ์สวมใส่รูปแบบใหม่ ด้วยการเปิดตัวแว่นอัจฉริยะรุ่นแรกของบริษัทภายใต้ชื่อ Intelligent Eyewear ที่พัฒนาร่วมกับกูเกิลบนแพลตฟอร์ม Android XR และแบรนด์แว่นตา Gentle Monster กับ Warby Parker การเปิดตัว Galaxy Z Fold8 ซีรีส์ นอกจากเปลี่ยนโฉมสมาร์ทโฟนจอพับแล้วเป็นอีกก้าวในการปรับเกมแข่งขัน จากเดิมที่เน้นฮาร์ดแวร์ไปสู่การสร้างบริการและซอฟต์แวร์ให้ผู้ใช้ผูกพันกับอุปกรณ์ Galaxy มากขึ้น เพราะยิ่งฐานผู้ใช้ใหญ่ ความได้เปรียบก็ยิ่งเพิ่มขึ้น และคู่แข่งยิ่งตามได้ยาก.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม