“บิ๊กราญ” นำทีมชุดพิเศษจับมือฝ่ายปกครอง บุกจับกุมพ่อทิพย์อีกคดี คุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ร่วมตรวจค้นทาวน์โฮม กลางกรุง รวบ 2 ผัวเมียชาวจีน ขณะที่ลูกอีก 2 คน ที่ได้สัญชาติไทยอยู่ในบ้าน แม่ชาวจีนยัน แค่ชอบเมืองไทย อยากให้ลูกได้สัญชาติ ไหว้วานคนไทยที่ทำงานบริษัทเดียวกันมาเซ็นรับรองลูก ไม่ได้จ้างและไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย กำลังอีกชุดตรวจค้น รพ.เอกชนชื่อดัง และสำนักงานเขตห้วยขวาง รื้อหลักฐานออกสูติบัตรย้อนหลัง อธิบดีกรมการปกครองคาดโทษเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทั่วประเทศ ถ้าพบว่าเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ด้านรองอธิบดี สบส.ขยายการตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนกว่า 470 แห่งทั่วประเทศ ว่ามีเด็กต่างชาติแจ้งเกิดได้สัญชาติไทยเท่าไหร่ นอกจากจะมีความผิดทางอาญาแล้ว ยังจะถูกดำเนินการทางวินัยและจรรยาบรรณด้วยความคืบหน้าการคลี่คลายคดีพ่อทิพย์เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.ค. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 นำกำลังชุดเฉพาะกิจ และผู้แทนจากหลายหน่วยงาน ทั้งคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E) สำนักงาน ปปง. ป.ป.ท. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการขยายผลขบวนการ “พ่อทิพย์” ลักลอบสวมสิทธิ์แจ้งเกิดให้เด็กต่างด้าวกว่า 1,500 คนนำหมายศาลเข้าตรวจค้นทาวน์โฮม 3 ชั้น เลขที่ 516/48 หมู่บ้านกลางเมืองรัชดา-เหม่งจ๋าย ถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. จับกุมนายเจิ้นซาน หู (Zhenshan hu) อายุ 40 ปี และ น.ส.สี ถัง (xi tang) อายุ 39 ปี สามีภรรยาชาวจีน อาชีพผู้จัดการฝ่ายขาย (อุปกรณ์เครือข่ายด้านเทคโนโลยี) บริษัทแห่งหนึ่งของจีนในกรุงเทพฯ ทั้ง 2 มีลูกผู้หญิง 2 คน ที่ทางการสืบสวนพบว่า เกิดจากการใช้บริการพ่อทิพย์ มีหลักฐานเอกสารทั้ง พาสปอร์ต รูปถ่าย สูติบัตร เอกสารการทำประกันสุขภาพ ประกันชีวิต สมุดบัญชีธนาคาร และเอกสารสำคัญอื่นๆที่เกี่ยวข้องน.ส.สี ถัง กล่าวว่า ไม่ได้ว่าจ้างชายไทยมารับรองบุตรหรือเป็นพ่อทิพย์ ตนเดินทางมาทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทยเกือบ 20 ปีแล้ว ด้วยความรักและผูกพันกับประเทศไทย จึงเลือกใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตลอด เมื่อมีลูกต้องการให้ใช้ชีวิตในประเทศไทยได้สะดวกและได้รับสัญชาติไทย แต่ไม่ทราบว่าการดำเนินการลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ส่วนชายไทยที่ลงนามรับรองบุตรให้คือ “นายมงคล” เป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานตั้งแต่ปี 2015 ราว 11 ปี ขณะนั้นนายมงคลยังไม่มีครอบครัวไม่มีลูก ยินยอมรับรองให้ด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ว่าจ้างหรือจ่ายเงินตอบแทน“นอกจากนี้ ขอยืนยันว่าไม่มีบุคคลใดแนะนำหรือชักชวนให้รู้จักกระบวนการดังกล่าว ระหว่างตั้งครรภ์และฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลยังเคยปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการให้ลูกได้รับสัญชาติไทย ส่วนการเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับเอกสารอนุญาตทำงานตามขั้นตอนปกติ และไม่ได้ประกอบธุรกิจใดๆในประเทศไทย” น.ส.สี ถัง กล่าว ขณะที่นายเจิ้นซาน หู ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ บอกเพียงว่า “ไม่รู้เรื่องหรือไม่ได้รู้จักขบวนการกุมารจีน” อ้างว่าเข้ามาอยู่ประเทศไทยเมื่อปี 2006 รวม 20 ปีแล้วจนถึงปัจจุบันมีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 นำหมายจับเข้าควบคุมตัวนายมงคล เกตุเห่ง อายุ 50 ปี อาชีพรับจ้าง บริเวณถนนอัษฎางค์ เขตพระนคร และนายอรเมธ เปรินท์ อายุ 25 ปี อาชีพเกษตรกร ที่บ้านใน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ทางการสืบสวนพบว่าทั้ง 2 คนเป็นพ่อทิพย์ในขบวนการการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ ชุดจับกุมนำตัวนายมงคล เกตุเห่ง มาชี้ยืนยันตัวสามีภรรยาชาวจีนด้วย นายมงคล กล่าวว่า ไม่อยากพูดอะไร แค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ยืนยันเขาไม่ได้ให้ค่าจ้าง เพราะทำงานอยู่ที่เดียวกัน ตัวเองไม่ได้ถูกหลอกแต่เต็มใจช่วยเพราะไม่รู้ว่าผิดวันเดียวกัน พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 นำกำลังเข้าตรวจค้นเอกสารหลักฐานที่โรงพยาบาลปิยะเวช และสำนักงานเขตห้วยขวาง เพื่อรวบรวมหลักฐานการออกใบสูติบัตรผิดกฎหมายพล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า เนื่องจากประชาชนร้องเรียนและส่งหลักฐานให้ตรวจสอบขบวนการลักลอบช่วยให้ลูกชาวต่างชาติได้สัญชาติไทย ด้วยการว่าจ้างชายไทยที่ไม่ใช่พ่อแท้ๆมาจดทะเบียนรับรองลูก ทำให้เด็กได้รับสูติบัตร ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และสิทธิฐานะคนไทย ทั้งที่ข้อมูลทั้งหมดเป็นเท็จ จากการสืบสวนของตำรวจร่วมกับชุดเฉพาะกิจ DOPA N.I.C.E. พบข้อมูลเด็กต้องสงสัยกว่า 1,483 คน เชื่อมโยงโรงพยาบาลต้องสงสัย 8 แห่ง ก่อนหน้านี้ตรวจสอบโรงพยาบาลแห่งแรกพบเด็กต้องสงสัย 62 คน ยืนยันการทุจริตแล้ว 19 คน อยู่ระหว่างขยายผลอีก 43 คน“ส่วนปฏิบัติการครั้งนี้ ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 พบเด็กต้องสงสัย 3 คน พบพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริตแล้ว 2 คน อีก 1 คนอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ก่อนที่ DOPA N.I.C.E. จะเข้าแจ้งความกับ สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง” รอง ผบ.ตร.กล่าวพล.ต.อ.สำราญกล่าวอีกว่า ตำรวจลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งสอบปากคำพยาน ตรวจเวชระเบียน ตรวจเอกสารการแจ้งเกิด และตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของพ่อ แม่ และเด็ก จนพบว่า หญิงชาวจีนและสามีชาวจีนต้องการให้ลูกทั้ง 2 คนได้สัญชาติไทย ติดต่อขบวนการนายหน้าให้หาชายไทยมารับรองบุตรแทนพ่อที่แท้จริง ชายไทยที่ถูกว่าจ้างมี 2 คน คือ นายมงคล และนายวรเมธ ทั้งคู่ไม่เคยรู้จักหรือมีความสัมพันธ์กับหญิงชาวจีนมาก่อน แต่ยอมใช้เอกสารส่วนตัวและแสดงตัวเป็นพ่อเด็กแลกค่าจ้าง นายวรเมธมีประวัติคดียาเสพติดและการพนันในพื้นที่ จ.พิจิตร ด้วย ตำรวจเชื่อว่าขบวนการนี้ทำกันเป็นเครือข่าย มีการอาศัยช่องโหว่ของระบบและขั้นตอนการรับรองบุตรพล.ต.อ.สำราญเผยด้วยว่า คดีนี้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้งหมด ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ใช้เอกสารราชการอันเป็นเท็จ และทุจริตทะเบียนราษฎรเพื่อให้ได้สัญชาติไทยโดยมิชอบ นายทะเบียนเพิกถอนทะเบียนและสัญชาติไทยของเด็กที่ได้มาโดยทุจริตทั้งหมดแล้ว พร้อมประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้อง รวมผลการปฏิบัติทลายเครือข่าย “พ่อไทยทิพย์” ห้วงวันที่ 9-24 ก.ค. พบเด็กต้องสงสัย 22 คน จับกุมพ่อไทยทิพย์ 16 คน แม่ชาวจีน 13 คน พ่อคนจีน 6 คน เจ้าหน้าที่รัฐ 1 คน และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 คน รวมทั้งสิ้น 37 คนที่ สน.ห้วยขวาง เวลา 10.30 น. ชุดจับกุมและผู้เกี่ยวข้องเปิดแถลงข่าว นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ฐานะนายทะเบียนกลาง กล่าวว่า เราตรวจพบความผิดปกติในฐานข้อมูลระบบทะเบียนราษฎรโดยเฉพาะเรื่องการแจ้งเกิดเด็กที่มีแม่เป็นชาวต่างชาติ ตรวจสอบทำให้ทราบว่าเด็กที่เกิดจากแม่ชาวต่างชาติ และอ้างว่าพ่อเป็นคนไทยผิดปกติหลายประเด็น เมื่อตรวจพบจึงดำเนินการในวันนี้ การกระทำความผิดวันนี้มุ่งเน้นไปที่การกำชับให้เจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐและหน่วยงานทางการแพทย์ อย่าช่วยเหลือและดำเนินการผิดจากระเบียบกฎหมาย มีโทษสถานเดียวคือให้ออกจากราชการ ลงโทษวินัยขั้นสูงสุด และดำเนินคดีตามกฎหมาย“หากเป็นเจ้าหน้าที่เอกชนจะขอความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขที่ควบคุมการปฏิบัติของโรงพยาบาลเอกชน จากการพูดคุยเบื้องต้นต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับโรงพยาบาลนำไปสู่เจ้าหน้าที่ผู้อนุมัติอนุญาตเรื่องทะเบียน หากอยู่ในส่วนกลางคือ สำนักงานเขต หากอยู่ในภูมิภาคคือ สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักท้องถิ่นแล้วแต่ประเภท ยืนยันดำเนินคดีทุกรายให้รับโทษสูงสุด” อธิบดีกรมการปกครองกล่าวด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ฐานะหน่วยงานกำกับดูแลโรงพยาบาลเอกชน กำลังเร่งตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารรับรองการเกิดทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการฝากครรภ์ การทำคลอด ไปจนถึงการออกหนังสือรับรองการเกิด ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแจ้งเกิดและการออกสูติบัตร พร้อมอธิบายว่าตามขั้นตอนพยาบาลผู้ทำคลอดจะเป็นผู้บันทึกข้อมูลเด็กและบิดามารดา ก่อนให้แพทย์ผู้ทำคลอดลงนามรับรอง จากนั้นผู้รับมอบหมายจากโรงพยาบาลจะนำเอกสารไปแจ้งเกิดต่อฝ่ายทะเบียน หากนำบุคคลอื่นมาสวมสิทธิ์เป็นบิดาหรือมารดา จะทำให้การตรวจสอบของนายทะเบียนเป็นไปได้ยาก และเป็นต้นทางของการกระทำความผิด“ขณะนี้สั่งอายัดเอกสารที่เกี่ยวข้องจากโรงพยาบาล อยู่ระหว่างตรวจสอบ เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนใช้เป็นพยานหลักฐาน พร้อมขยายการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลเอกชนกว่า 470 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีการกระทำลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส หากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับการออกเอกสารรับรองการเกิด ผู้บริหารโรงพยาบาลและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีหน้าที่กำกับดูแลบุคลากรทางการแพทย์ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ หากพบแพทย์หรือพยาบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกระทำผิด นอกจากจะมีความผิดทางอาญาแล้ว ยังอาจถูกดำเนินการทางวินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพ รวมถึงอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วย” รองอธิบดี สบส.กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่