หากไม่มีคลื่นใต้น้ำพยายามล้มกระดานคำตอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปนั่งเป็นประธาน ก.ตร.ประชุม “วาระสำคัญ” ที่มาเร็วกว่าปกติ เพื่อแต่งตั้ง “แม่ทัพคนใหม่” แทน พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะครบเกษียณอายุปลายเดือน ก.ย.2569ท่ามกลางกระแสการแข่งขันกัน “ดุเดือด” อาศัยโลกโซเชียล “ปั่น” เอา กฎหมาย–กฎเกณฑ์ ที่อ้างเป็น “กฎเหล็ก” กดดัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องเป็นผู้นำรายชื่อ “เพียงคนเดียว” เสนอขึ้นทูลเกล้าฯทั้งที่ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติปี 2565 ระบุไว้ว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ให้แต่งตั้งตามหลักเกณฑ์จากข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.อ.ที่ดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ หรือรอง ผบ.ตร.ระบุไว้ด้วยให้คำนึงถึง “อาวุโสและความรู้ความสามารถ” ประกอบกัน โดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวน หรืองานป้องกันปราบปรามเสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเที่ยวนี้มีผู้เหมาะสมได้สิทธิชิงตำแหน่ง “ผู้นำปทุมวัน” มากถึง 4 คนเรียงตามลำดับอาวุโส ประกอบด้วย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี นรต.43 เกษียณอายุปี 2571 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร นรต.42 เกษียณอายุปี 2571 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา นรต.50 เกษียณอายุปี 2576 และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ นรต.43 เกษียณอายุปี 2572ทุกคนมีความรู้ความสามารถผลงานดีเด่นแตกต่างไม่น้อยกว่ากันขึ้นอยู่กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจ “ใส่แต้ม” เลือกใครมีเหตุผลตอบกลางที่ประชุมและสังคมตำรวจได้แค่ไหน."สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม