รัฐบาลจากการเลือก ตั้งต้องฟังเสียงประชาชนตลอดเวลา ซึ่งต้องมีเสียงชมและเสียงด่าเป็นของคู่กันถ้าเสียงชมมากกว่าเสียงด่าแสดงว่าผลงานรัฐบาลเป็นที่ถูกใจ แต่ถ้าเสียงด่ามากกว่าเสียงชมก็แสดงว่าผลงานรัฐบาลไม่ถูกใจ ช่วงนี้รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังรับพายุเสียงด่าจนหูบานเป็นจานดาวเทียม เพราะมีประเด็นร้อนๆประดังเข้ามาหลายเรื่องพร้อมๆกันประเด็นร้อนฉ่าที่สุดคือการประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเหลือเพียง 9.5 ล้านราย จากยอดผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิ รวมทั้งสิ้น 18.8 ล้านรายทำให้มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์เป็นผู้มีฐานะยากจน (ตามสเปกใหม่ของรัฐบาล) ต้องถูกตัดสิทธิไปถึง 9.3 ล้านคน!!เรื่องนี้จะเป็นไฟลนก้นรัฐบาลนายกฯอนุทินไปอีกหลายวัน“แม่ลูกจันทร์” สรุปย่อๆพอกล้อมแกล้มดังนี้คือ...1, ผู้เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม และลงทะเบียนยืนยันสิทธิ 12.7 ล้านคนมีผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรคนจนต่อไป 7.2 ล้านคนเท่ากับมีผู้โดนตัดสิทธิบัตรคนจนมากถึง 5.5 ล้านคน2, กลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงที่ยังไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน 7.4 แสนคนมีผู้ผ่านการคัดกรองเพียง 2.3 แสนคนถูกเททิ้งกลางทางไป 5.1 แสนคน3, กลุ่มตกหล่นที่ไม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเพิ่มเติมเข้ามาใหม่อีก 5.4 ล้านคนมีผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 ล้านคนมีผู้ไม่ผ่านด่านสกัดอีก 3.4 ล้านคนเมื่อรวมทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น จึงเหลือผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรคนจนเพียง 9.5 ล้านคน จากทั้งหมด 18.8 ล้านคน“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าผู้เคยได้รับการสงเคราะห์ค่าครองชีพจากรัฐบาลในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5.5 ล้านคนเมื่อพบว่าตัวเองถูกตัดชื่อออกไป ย่อมรู้สึกหงุดหงิดผิดหวัง และโมโหรัฐบาลเป็นธรรมดาหากพิจารณาในแง่การเมืองการทำให้ประชาชนเกิดโมโหรัฐบาลพร้อมกันมากถึง 5.5 ล้านคน ย่อมเป็นผลลบต่อคะแนนนิยม และความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอย่างแน่นอน!!แต่ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีฐานะยากจนของรัฐบาลมีข้อมูลถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์แม้รัฐบาลจะโดนถล่มจนหูชาก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้สุดซอย!!เพื่อคัดแยกเฉพาะผู้มีฐานะยากจนและเดือดร้อนจริงๆที่ควรได้รับการสงเคราะห์ค่าครองชีพจากรัฐบาลเพียง 9.5 ล้านคน“แม่ลูกจันทร์” พูดอย่างตรงไปตรงมาว่ารัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยทั้ง 18.8 ล้านคนได้ตลอดไปถึงจุดที่รัฐบาลต้องปรับลดงบประชานิยมแจกฟรีให้เหมาะสมกับงบรายจ่ายรัฐบาลที่มาจากภาษีประชาชนการตัดโควตาโครงการบัตรสวัสดิการจาก 18.8 ล้านคนแห่งรัฐเหลือเพียง 9.5 ล้านคน จะลดภาระรายจ่ายโครงการบัตรคนจนไปได้เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์จะช่วยแก้ปัญหาถังแตกเรื้อรังของรัฐบาลได้อย่างสำคัญเรื่องมันเป็นอย่างนี้แหละโยม."แม่ลูกจันทร์"คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม