กวาดบ้านตัวเอง เหตุทั้งหลายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าไฟไหม้ โกงสอบ ล้วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งนั้น ไหนๆ เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ทุกหน่วยก็ต้องไปตรวจสอบความบกพร่อง เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้เกิดซ้ำอีกอย่างเรื่องไฟไหม้สถานบันเทิง เห็นมหาดไทย และ กทม.สั่งตรวจสอบเข้มไปทั่วประเทศใน 30 วัน กทม.ทำเช็กลิสต์เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยเป็นไปตามกฎกติกาที่กำหนดไว้ใครละเมิดกฎก็ต้องสั่งปิดไม่ให้ดำเนินกิจการต่ออย่างใน กทม.ที่จะกำหนดพื้นที่โซนนิงใหม่ก็เป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงใครฝ่าฝืนก็สั่งปิดประเด็นสำคัญมันอยู่ที่เจ้าหน้าที่จะต้องควบคุมอย่างเข้มข้นอย่าไปมีผลประโยชน์ เพราะมิฉะนั้นระวังกันแทบตายก็แก้ไม่ได้!การโกงการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นก็เช่นกันทำผิดกันถึง 5,000 กว่าราย นี่แค่เบื้องต้นเท่านั้นก็ต้องสอบสวนกันต่อไปให้สิ้นกระบวนความอย่างที่ มศว ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการสอบ ตอนแรกบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่ล่าสุดตรวจพบว่ามี 1 รายตอนแรกก็แปลกใจเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ผู้คนเกี่ยวข้องมากมาย ผู้รับผิดชอบเรื่องการสอบไม่รู้เรื่องอะไรเลยมันไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นที่สุดความจริงก็หนีความจริงไม่พ้นเรื่องนี้ กทม.ได้สั่งให้ยุติการสอบไว้ก่อนและตรวจสอบการลงนามเอ็มโอยูกับหน่วยงานที่ว่าจ้างรับผิดชอบการสอบเพื่อดูว่ามีช่องโหว่อะไรหรือไม่?อีกทั้งไม่แน่ใจโปร่งใสจริงหรือไม่จึงยกเลิกการทำเอ็มโอยูและหาหน่วยงานใหม่น่าจะเหมาะสมกว่าว่าไปแล้วก็เป็นวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหา เพียงแต่มันเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดเหตุไปแล้วทั้งนั้น เหตุเพราะการพิจารณาไม่รอบคอบที่สำคัญคือเชื่อใจกันมากเกินไปไม่คิดว่าสถาบันการศึกษาที่โด่งดังจะกล้าทำผิดเสียเองทำไปทำมาเรื่องนี้ดูท่าว่าจะไปไม่ถึง “นักการเมือง” เสียแล้ว เพราะหลักฐานต่างๆยังโยงใยไม่ถึง เฉียดไป เฉียดมาเท่านั้นทั้งๆที่สังคมเชื่อว่าเกี่ยวข้องแน่อย่างเรื่องฮั้ว สว.ก็เช่นเดียวกัน ดีเอสไอได้ข้อมูลมาเพียบ รู้ว่าใครเป็นใครก็ยังเอาตัวมาลงโทษไม่ได้เพราะการเมืองมันคุมเบ็ดเสร็จเรื่องนี้ลองเป็นรัฐบาลอื่นป่านนี้รู้เรื่องไปแล้วการที่หวังเข้ามาคุมอำนาจรัฐนั้นก็เพื่อหวังอำนาจและผลประโยชน์และปกป้องความผิดที่เป็นชนักติดหลังอยู่ด้วย!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม