จบสงครามลูกหนังโลก “กระทิงดุ” สเปนคว้าแชมป์เวิลด์คัพ 2026 ไปครอง ชาวโลกลุ้นระทึกต่อ สงครามอ่าวเปอร์เซีย ภาค 2 ที่ดีกรีดุเดือดเลือดพล่าน ถึงจุดที่ “คาวบอยไบโพลาร์”โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คำรามลั่นโลก สั่งเปิด“ประตูนรก”ลุยถล่มอิหร่านให้ย่อยยับ ล็อกเป้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สะพานถนนสายสำคัญ แหล่งสาธารณูปโภคของฝ่ายเตหะราน ตอบโต้ที่ทหารมะกันโดนสังหารคาฐานทัพสหรัฐฯในประเทศจอร์แดน อิรัก ติดๆกันดันราคาน้ำมันโลกทะลัก 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดึงไม่หยุดฉุดไม่อยู่สถานการณ์ยากจะกู้วิกฤติพลังงานจากสงคราม ฉุดภาวะเศรษฐกิจโลกดำดิ่งและยิ่งกดทับเศรษฐกิจประเทศไทยที่ต้องเผชิญ“สงครามกับความยากจน”สภาพแนวรบ “บัตรคนจน” กำลังล้อมรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส”ตามตัวเลขน่าหดหู่ ใจหายกับจำนวนผู้โดนตัดสิทธิเกือบสิบล้านคน จากที่ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการจากรัฐเดือนละ 300 บาท 18.82 ล้านคน ผ่านด่านสแกนคุณสมบัติแค่ 9.5 ล้านคนโดยสถิติคนไทยติดหล่ม “จนดักดาน” มากขึ้นทุกขณะหักมุมสวนทางกับศักยภาพการคลังของประเทศที่อยู่ในภาวะ “ถังแตก” จากฝีมือนักการเมืองแบบไทยๆที่มุ่งแต่แจกประชานิยมหาเสียง ซื้อคะแนนนิยมกันจนน็อกรอบมีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับ ที่สุดก็ “ตูดขาด” ปะกันไม่ทันรัฐบาล “ถังแตก” ไม่มีเงินแจกแบบเทกระจาด นี่คือสภาพแห่งความเป็นจริงที่ไม่มีใครกล้าพูด โดยเฉพาะเหลี่ยมทางการเมืองของฝ่ายบริหารพูดแล้วกลัวเสียฟอร์ม เสียแต้ม เสียเครดิตเศรษฐกิจมาถึงจุดนี้ ถ้าไม่มีการเติมรายได้เข้าคลัง เอวังแน่และมันก็ถือเป็นการ “จุดประกายความหวัง” แม้จะริบหรี่ๆ ยากเหมือนจุดเทียนกลางพายุฝน ตามโปรแกรมที่ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ขนคณะหางเครื่องชุดใหญ่เหินฟ้าไปแดนมังกร เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการแบบยาวๆเกือบสัปดาห์แต่มีการส่งข่าวดีกลับมาก่อนล่วงหน้า ตามจังหวะรัวกลอง ตีฆ้องร้องป่าวความสำเร็จในการเจรจาการค้ากับ “พี่ใหญ่” แห่งเอเชีย และมหาอำนาจเศรษฐกิจเบอร์ต้นๆของโลกโฟกัสอยู่ที่ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลังตั้งโต๊ะแถลงจากเมืองจีน ยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ จากการที่ “นายกฯอนุทิน” นำทีมลุยโรดโชว์ สามารถ “ปิดดีล” กับ “บิ๊กเทคฯ–ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอีวี ระดับโลก” ทั้ง “ฉางอาน–อินโนไลท์–อีออปโตลิงค์–เสียวหมี่”คาดดึงเม็ดเงินมหาศาลมาลงทุนในเมืองไทยกว่า 7 หมื่นล้านบาทเป็นความหวังทั้งในมุมการสร้างงานและฐานการผลิตส่งออกเพิ่มรายได้เข้าประเทศ นับเป็นช็อตเดินงานด้านเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนสุดนับตั้งแต่รัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” บริหารมา 4–5 เดือนโชว์ให้เห็นว่า “อนุทิน” ก็เชี่ยวเชิงบริหาร “หาเงิน” เป็นเหมือนกันสำคัญคือเครดิตที่ทางการแผ่นดินใหญ่ให้กับ “เฉิน ซีเหยา” ตั๋วพิเศษ “อนุทิน” ผู้มีเลือดจีนโพ้นทะเลแต่ทั้งหมดทั้งปวง คิว “นายกฯหนู” เหินฟ้าไปเยือนแดนมังกร มันยังมีมุมแฝงที่ใหญ่กว่านั้นตามภาพข่าวที่เห็นทั้งผู้นำรัฐบาลไทยและ “ฮุน มาเนต” นายกฯกัมพูชา ถูกจัดให้เดินขนาบข้างซ้าย-ขวา พญามังกร “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีจีน ที่ยืนอยู่ตรงกลางเหมือนจงใจสื่อนัยโดยที่ “นายกฯอนุทิน” ยอมรับเองเลยว่า “สี จิ้นผิง” ได้แสดงท่าทีชัดเจนรับเป็น “กาวใจ” ประสานไมตรี เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยจีนพร้อมอำนวยความสะดวกในการเจรจาหากทั้งสองประเทศต้องการและยังมีบทเปิดใจพูดกันตรงๆถึงความกังวลเรื่อง “รถถัง” ที่จีนแดงส่งให้กองทัพกัมพูชาตามจังหวะสัญญาณที่แปร “รหัสแดง” ได้ สถานการณ์ถึงจุดที่พญามังกรจีนต้องขยับตัวแรงๆ ในการรักษาผลประโยชน์ของนักลงทุนแผ่นดินใหญ่ ที่ปักหมุดทุ่มทุนมหาศาลในโซนอินโดจีน แต่ส่อใกล้พังพาบ เพราะเศรษฐกิจในภูมิภาคติดล็อกปัญหาสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา ด่านปิดทำการค้าสะดุดนานแรมปีเซ่นก๊วน “ชาตินิยมสุดโต่ง” แห่สงครามเพื่อผลประโยชน์เกมอำนาจการเมืองตามท้องเรื่อง จีนรวมถึงมหาอำนาจอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ ต่างมุ่งธงไปที่การรักษาผลประโยชน์กลุ่มทุนของชาติที่ส่อเจ๊งยับในอินโดจีน ไม่ได้อินกับพวกคลั่งชาติทำเศรษฐกิจวายป่วงพร้อมเดินพลังทุบ “ตัวถ่วง” ไล่บี้ให้รีบเปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม