เรื่องราคาข้าวแกง ถือเป็นอีกดัชนีหนึ่งที่ใช้ชี้วัดศักยภาพและฝีมือรัฐบาล และอาหารจานเดียวไม่ใช่แค่เรื่องของปากท้อง แต่ยังสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำ และโครงสร้างอำนาจที่แท้จริงในสังคมไทย มันคือดัชนีด้านความรู้สึก เงินเฟ้อภาพใหญ่อาจรู้สึกไกลตัว แต่ถ้าข้าวแกงราคาขึ้น 5–10 บาท จะส่งผลโดยตรงทางจิตวิทยาทันทีหากมือเศรษฐกิจของรัฐ ที่นั่งเก้าอี้ในกระทรวงพาณิชย์แก้ปัญหาไม่ได้ รัฐบาลในภาพรวมจะถูกมองว่า ไร้ฝีมือบริหารเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้นจากบทเรียนการเมืองโลกหลายครั้ง วิกฤติค่าครองชีพ คือเชื้อเพลิงชั้นดีในการปลุก ระดมมวลชนขับไล่รัฐบาล ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ คงทราบดีถึงจุดที่อันตรายนี้เพราะกลุ่มผู้บริโภค กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่ง รวมถึงลูกค้าร้านข้าวแกง คือประชาชนส่วนใหญ่ หากควบคุมราคาได้อย่างเหมาะสม ก็เป็นการเพิ่มฐานคะแนนนิยม แต่หากคิดอ่านไม่ถี่ถ้วนพูดเรื่องเดินหน้าโครงการข้าวแกง 40 บาท ไม่ทันไรก็สั่งถอย นอกจากทำรัฐเสียคะแนน ยังสร้างความสับสนแก่ประชาชนกรณีนี้ชี้ชัดว่าราคาข้าวแกงนั้น ยังสะท้อนอีกหลายอย่างที่ลึกลงไปอย่างมีนัยสำคัญของโครงสร้างสังคมไทย เช่น เรื่องของความล้มเหลวในการกระจายรายได้ และความเหลื่อมล้ำเรื้อรัง รายได้ประชาชนโตไม่ทันรายจ่าย ข้าวแกงกลายเป็นที่พึ่งหวังท้ายๆของแรงงาน ที่รัฐบาลต้องคอยพยุงราคา และอาหารจานเดียวยังสะท้อนว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไม่มีกลไกที่ช่วยให้ประชาชนมีรายได้สูงพอที่จะรองรับค่าครองชีพตามธรรมชาติได้เลย นอกจากนี้โครงสร้างอำนาจทุนผูกขาดในห่วงโซ่อาหารข้าวแกง 1 จาน ประกอบด้วย ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก แก๊สหุงต้ม ซึ่งต้นทุนต่างๆเหล่านี้ผูกขาดโดยกลุ่มทุนเกษตรอุตสาหกรรม และทุนพลังงานขนาดใหญ่ เป็นต้นการเลือกใช้วิธีขอความร่วมมือร้านค้าให้ขายถูก หรือตรึงราคาปลายทาง แทนการผ่าตัดโครงสร้างทุนผูกขาดต้นทาง สะท้อนถึงการหลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับกลุ่มทุนใหญ่ แล้วผลักภาระให้แม่ค้าพ่อค้ารายย่อยแบกรับแทน นายอนุทิน และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ มือเศรษฐกิจคนสำคัญ ต้องรู้เท่าทันว่าเป็นทางแก้ที่ไม่ยั่งยืนในวงจรอุบาทว์ นโยบายประชานิยมแบบระยะสั้นรอบ 20 ปี หลายรัฐบาลมักแก้ปัญหาแบบเดียวกัน คือการแจกเงินอุดหนุนชั่วคราว โครงการธงฟ้า หรือการคุมราคาแบบฝืนกลไกตลาด นโยบายเหล่านี้สะท้อนว่า การเมืองไทยเน้นบรรเทาอาการเพื่อความอยู่รอดของรัฐบาลไปวันๆ พอครบ 4 ปี ถึงฤดูหาเสียงก็วนกลับมาขายฝันกันใหม่.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม