ตร.สนธิกำลังฝ่ายปกครองเปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่าย นอมินีต่างด้าว เฟส 4” จับ 4 หนุ่มรัสเซียร่วมคนไทยตั้งบริษัท นอมินีกว้านซื้อบ้านจัดสรรในชลบุรี 775 หลังมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท เพื่อปล่อยขาย-เช่าให้กับ ชาวรัสเซียโดยเฉพาะ เผยยังมี 350 บริษัทอสังหา ริมทรัพย์เกี่ยวข้องต่างชาติถือครองที่ดินเสี่ยงผิดกฎหมาย รอง ผบ.ตร. ยันเดินหน้าปราบการกระทำผิด กลุ่มทุนต่างชาติทั่วประเทศจริงจัง เปิดรับแจ้งเบาะแสสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมงตำรวจเปิดปฏิบัติการในจังหวัดชลบุรีถือเป็นระยะที่ 4 ต่อเนื่องจากการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะพะงัน) ภูเก็ต กระบี่ และพังงา เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 17 ก.ค. พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 สนธิกำลังร่วมกับนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.ชลบุรี และหน่วยที่เกี่ยวข้อง นำกำลังตำรวจร่วม 200 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 4” ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เข้าตรวจสอบบริษัทจำนวน 33 แห่ง เชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินลักษณะนอมินี 32 แปลง มูลค่ารวมประมาณ 235 ล้านบาท ตามหมายจับชาวรัสเซีย 4 ราย และหมายค้น 41 จุด ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรีปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากตำรวจ ตม.ชลบุรี และ ภ.จ.ชลบุรี จับกุมหญิงต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ คดีนอมินีในพื้นที่จ.ชลบุรี เมื่อเดือน เม.ย.2569 และขยายผลตรวจพบว่าจ.ชลบุรี มีนิติบุคคลจดทะเบียน 76,343 ราย เป็นนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ 28,463 ราย และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบนิติบุคคลเข้าข่ายใช้ “นอมินี” จำนวน 14,264 ราย นอกจากนี้ ยังพบผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ทำบัญชีชาวไทย 2 ราย เข้าไปถือหุ้นในบริษัทจำนวนมาก รายแรกถือหุ้น 146 บริษัท มูลค่าประมาณ 142 ล้านบาท และอีกรายถือหุ้น 40 บริษัท มูลค่าประมาณ 74 ล้านบาท เชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินในโครงการหมู่บ้านดุสิตพัทยาเลค ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง ตามที่กลุ่มชาวรัสเซียใช้เว็บไซต์ในประเทศรัสเซียประกาศขายและให้เช่าบ้าน ในชื่อ “หมู่บ้านของชาวรัสเซีย”เวลา 11.00 น. ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.ชลบุรี ร่วมกันแถลงว่า ผลปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาครบทั้ง 4 ราย พร้อมตรวจยึดเอกสารจดทะเบียนบริษัท เอกสารบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลถึงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เบื้องต้นทราบว่าทั้งหมดเข้ามาอยู่ในประเทศไทยนาน 20 ปี ร่วมกับคนไทยและผู้ทำบัญชีจัดตั้งบริษัทถือครองบ้านเดี่ยวในโครงการหมู่บ้านดุสิตพัทยาเลคจำนวน 6 โครงการ รวมประมาณ 775 หลัง มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ผ่านนิติบุคคล 495 บริษัท ในจำนวนนี้มี 435 บริษัทเป็นนิติบุคคลต่างด้าว 19 บริษัทเข้าข่ายใช้นอมินี และอีก 14 บริษัทเป็นนิติบุคคลต่างด้าวที่ถือหุ้นเกินร้อยละ 50 แต่ถือครองที่ดิน เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายที่เกี่ยวข้องพล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามการใช้นอมินีหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย โดยเฉพาะการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย พร้อมจะดำเนินคดีอย่างรอบคอบ เป็นธรรม และยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบกฎหมาย ยืนยันว่าจะขยายผลปราบปรามเครือข่ายนอมินีทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของกลุ่มทุนต่างชาติได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมงด้านนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.ชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดตั้งคณะทำงานปราบปรามนอมินีต่างชาติ และคณะทำงานตรวจสอบการถือครองที่ดินของบุคคลต่างด้าว จากการตรวจสอบบริษัทที่ถือครองที่ดินหลายพันแห่ง พบประมาณ 350 บริษัท เข้าข่ายมีชาวต่างชาติถือครองที่ดินหรือเกี่ยวข้องกับที่ดินประมาณ 549 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 1,100 ไร่ ประเมินมูลค่าขั้นต่ำกว่า 1,300 ล้านบาท ต้องตรวจสอบรายละเอียด และองค์ประกอบความผิดเป็นรายกรณีต่อไป นอกจากนี้ จังหวัดเตรียมเพิ่มมาตรการตรวจสอบการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร การประกอบกิจการโรงแรมและการขออนุญาตอื่นที่ต้องใช้เอกสารสิทธิในที่ดิน โดยเฉพาะบริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้น หรือมีพฤติการณ์เสี่ยง เพื่อป้องกันการถือครองที่ดินแทนบุคคลต่างด้าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่