หัวหน้าทีมซอกแซกเขียนเกริ่นไว้ในคอลัมน์เหะหะพาที “เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ว่า ณ นาทีนี้ในการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลประเภท “มหาวิทยาลัย” ที่สหรัฐฯนั้น สื่อที่โน่นกำลังจับตาและให้ความสนใจผู้เล่นรายหนึ่งเล่นในตำแหน่ง “ควอเตอร์แบ็ก” ซึ่งเปรียบเสมือนแม่ทัพในทีมรุกของทีมอเมริกันฟุตบอล และเป็นตำแหน่งที่มีค่าตัวแพงที่สุดของกีฬาประเภทนี้มาทุกยุคทุกสมัยเลยทีเดียวได้แก่ เจ้าหนุ่ม แบร์ บัคไมเออร์ Bear Bachmeier บางสื่ออ่านนามสกุลว่า บาคไบเออร์ วัยครบ 20 ปีพอดีในวันพรุ่งนี้ (21 กันยายน) แห่งมหาวิทยาลัย Brigham Young University หรือ BYU ณ รัฐยูทาห์ ซึ่งมีชื่อเสียงพอสมควรสำหรับเกมระดับมหาวิทยาลัยเหตุที่สื่ออเมริกาให้ความสนใจเจ้าหนุ่มรายนี้ก็เพราะตำแหน่ง “ควอเตอร์แบ็ก” ที่เขาเพิ่งย้ายมารับหน้าที่เมื่อปีกลาย และมาถึงก็ได้เล่นตัวจริงเลย ในกลุ่ม “Big 12” ซึ่งมีทีมดังร่วมกลุ่มทั้งหมด 12 ทีม และเจ้าหนุ่ม Bear หรือ “เจ้าหมี” ก็นำทีมชนะได้ถึง 12 ครั้ง แพ้ 2 ครั้ง ได้เข้าชิงแชมป์กลุ่ม “Big 12” แต่ไปแพ้มหาวิทยาลัย เท็กซัสเทค 7-34 แต้ม เลยได้แค่รองแชมป์เท่านั้นทว่าทีม BYU ก็ได้รับเชิญไปแข่งขันใน Pop-Tarts Bowl ในศึก “Bowls” หลังฤดูกาลสามารถเอาชนะมหาวิทยาลัย จอร์เจียเทค ไปได้ 25-21 ทำให้จบฤดูกาลในอันดับ 11 ของการจัดอันดับ โดยสำนักข่าว AP ถือเป็น 1 ใน 25 ทีม ที่ได้รับการยกย่องหลังจบฤดูกาล 2025 เนื่องจาก BYU เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่อายุประมาณ 150 ปี และในอดีตเคย “ครองแชมป์” หรือได้รับการโหวตจากสำนักข่าว เอพี และ ยูพีไอ ให้เป็นหมายเลข 1 ของสหรัฐฯมาแล้ว 1 หน เมื่อปี 1984แถมผู้เล่นในตำแหน่งควอเตอร์แบ็กของมหาวิทยาลัยนี้ยังมาโด่งดังในการแข่งขันอาชีพใน NFL ถึง 2 ราย ได้แก่ สตีฟ ยัง นำ ซานฟรานซิสโก เป็นแชมป์ซุปเปอร์โบว์ล 3 หน และ จิม แม็คแมน นำทีม ชิคาโกแบร์ เป็นแชมป์ซุปเปอร์โบว์ล 1 หนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมาเล่นในตำแหน่งควอเตอร์แบ็กของมหาวิทยาลัยนี้ จึงมักจะตกอยู่ในเป้าสายตาของแฟนอเมริกันฟุตบอลประเภทมหาวิทยาลัยอยู่เสมอว่าจะเก่งเหมือนรุ่นพี่ๆหรือไม่?รวมทั้ง แบร์ บัคไมเออร์ ที่ย้ายมาจากมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด เมื่อปีกลาย ได้ลงตัวจริงเลย สื่อต่างๆจึงจับตาดูเป็นพิเศษในขณะเดียวกัน เนื่องจาก “แบร์” หรือเจ้าหมีคนนี้เป็น “ลูกครึ่งไทย” เพราะคุณแม่ของเขาเป็นคนไทย จึงกลายเป็นที่สนใจของแฟนอเมริกันฟุตบอลชาวไทย ทั้งที่อเมริกาและในประเทศไทยควบคู่ไปด้วยเรื่องราวของเขาเริ่มเป็นที่โจษขานในกลุ่มแฟนๆชาวไทยตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเฉพาะหัวหน้าทีมซอกแซก ซึ่งชอบดูการแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัย ที่เรียกว่า College Football อยู่แล้ว จึงตามดู “น้องหมี” ลงเล่นมาตลอดทั้งปีครบทั้ง 14 นัดเหตุเพราะยุคนี้ระบบเทคโนโลยีสื่อสารพัฒนาไปไกลมาก มีการรายงานสดประเภทมหาวิทยาลัยคู่ดังๆมาให้ดูผ่านระบบออนไลน์ทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะถ้าจะดูเฉพาะ “ไฮไลต์” ซึ่งก็ดูได้ยาวมาก และอิ่มมากอยู่แล้วนั้น กล่าวได้ว่ามีให้ดูแทบทุกคู่ทางยูทูบในปัจจุบันทำให้สามารถติดตามการเล่นของ แบร์ บัคไมเออร์ ได้ทุกสัปดาห์ รวมทั้งปีนี้ 2026 แข่งไปแล้ว 2 นัด ทีม BYU ประเดิมเอาชนะได้ทั้ง 2 นัด ภายใต้การนำทัพของ “บัคไมเออร์” คนเดิมแม้จะไม่ค่อยมีข่าวคราวเกี่ยวกับ “คุณแม่” ของเขามากนัก...บางสำนักบอกเพียงว่า ชื่อ April จากประเทศไทย แต่ก็ชัดเจนแล้วว่า แบร์ เป็น “ลูกครึ่งไทย” จากการที่เขาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อท้องถิ่นและสื่อของมหาวิทยาลัยหลายครั้งหนุ่ม แบร์ บอกภูมิใจมากที่สื่อที่โน่นเขียนถึงเขาในฐานะ “ตัวแทนของชาวเอเชียตะวันออก” ที่มีโอกาสได้มาเล่นอเมริกันฟุตบอลให้กับมหาวิทยาลัยดัง ในตำแหน่งสำคัญสุดๆของทีมแม้ตัวเขาจะไม่เคยมาเมืองไทยเลยแต่ก็คิดว่า วันใดวันหนึ่งจะต้องหาโอกาสมาสักครั้ง เพราะเขาก็ทราบว่า ในประเทศไทยมีแฟนๆอเมริกันฟุตบอลอยู่มากพอสมควร...จึงหวังว่าวันหนึ่งเขาอาจได้มาจัดอบรมหรือสาธิตอเมริกันฟุตบอลให้แก่เด็กไทยด้วย“เจ้าหมี” มีส่วนสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว หรือ 1.88 เมตร ถือว่าสูงพอสมควร แม้จะเป็นลูกครึ่ง แต่ก็มิใช่คนตัวเล็กแต่อย่างใด ขณะเดียวกันเขาก็มีน้ำหนักถึง 230 ปอนด์ หรือ 104 กิโลกรัม อันเป็นน้ำหนักมาตรฐานของควอเตอร์แบ็กยุคนี้ดังที่ทราบแล้วว่า อเมริกันฟุตบอล ประเภทมหาวิทยาลัย ของสหรัฐฯ เป็นการแข่งขันที่สนุกมาก สนุกทั้งผู้เล่นและกองเชียร์ที่เต็มไปด้วยสีสัน ถือว่าเป็นกีฬาวัฒนธรรมประจำชาติของเขาก็ว่าได้ และที่สำคัญยังเป็น “รากฐาน” ของการแข่งขันประเภทอาชีพ หรือ NFL โดยตรง“ดาวรุ่ง” ประเภทมหาวิทยาลัยมักจะก้าวไปเป็น “ดาวโรจน์” ในประเภทอาชีพเป็นส่วนใหญ่...รวมทั้งควอเตอร์แบ็กรุ่นพี่ของ แบร์ บัคไมเออร์ จากมหาวิทยาลัยนี้ ที่ไปประสบความสำเร็จอย่างสูงมากดังที่กล่าวไว้แล้วเรามาติดตามให้กำลังใจเจ้าหนุ่มลูกครึ่งไทยรายนี้กันต่อไปนะครับ...ตามเส้นทางเขาคงจะต้องเล่นในระดับมหาวิทยาลัย ปีนี้อีก 1 ปี และปีหน้าอีก 1 ปีจึงมีสิทธิเข้าสู่การ “ดราฟต์ตัว” เพื่อเล่นในประเภทอาชีพ หรือ NFL ต่อไปอย่างที่บอกน่ะแหละถ้าเขาได้เล่น NFL ในตำแหน่งนี้เมื่อไร ก็จะเป็นลูกครึ่งไทยคนแรกเลยครับที่จะได้เล่นตำแหน่งควอเตอร์แบ็ก ตำแหน่งสำคัญที่สุดของอเมริกันฟุตบอล...ติดตามเชียร์กันด้วยนะครับป.ล.1 จริงๆแล้ว แบร์ มีพี่ชายชื่อ ไทเกอร์ หรือ “เจ้าเสือ” เล่นในทีมเดียวกันย้ายมาจาก สแตนฟอร์ด ด้วยกัน ในตำแหน่งปีก หรือตัวรับลูก...เป็นตัวจริงเช่นกัน แต่สื่อพูดถึงน้อย จึงขออนุญาต ป.ล. แนะนำไว้เพียงสั้นๆเท่านั้นป.ล.2 ขออนุญาตแก้ข้อเท็จจริงที่รายงานผิดพลาดไว้ในคอลัมน์ เหะหะพาที ที่กล่าวเสมือนหนึ่งว่ายังไม่มี ลูกครึ่งไทย คนไหนเล่นกีฬาประเภทนี้มาก่อน...ที่ถูกต้องเคยมีแล้วครับและก็เคยเขียนถึงด้วย แต่พอแก่ตัวอายุมากเริ่มเป็นอัลไซเมอร์อ่อนๆทำให้ลืมไปเสียสนิท ขออภัยด้วยครับ...ผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลอาชีพลูกครึ่งไทยคนแรกที่ดังมาก คือ เควิน เกษวิหาร ไงครับ มีคุณพ่อเป็นคนไทยไปทำงานที่อเมริกา...เล่นในทีมรับตำแหน่ง เซฟตี้...ให้หลายๆทีม เช่น เบงกอลล์, นิวออร์ลีนส์ ฯลฯ ยังเคยมาสาธิตกีฬาประเภทนี้ในเมืองไทยด้วยเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “ซูมซอกแซก” เพิ่มเติม