พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดเสวนาครบรอบ 2 ปี เลือก สว. ชำแหละขบวนการโกงเลือก สว. โดยพยาน 4 คนกล้าเดินชนความอยุติธรรม เปิดคำให้การสะเทือนการเมือง แม้พยานบางคนจะถูกตัวแทนพรรคใหญ่เสนอเงินหลักล้าน เพื่อปิดปากไม่ให้แฉถึงพฤติการณ์จัดตั้งและแจกโพยเลือก สว.สิ่งที่น่าวิตกต่อระบอบประชาธิปไตยที่เข้าข่ายเซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศไทย คือ คำแฉที่ระบุว่า กลุ่มยังเติร์กพรรคใหญ่วางยุทธศาสตร์ดึงกลุ่มบ้านใหญ่เข้าร่วม เพื่อปูทางเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า หลังคุมองค์กรอิสระเบ็ดเสร็จสอดคล้องกับข้อกังวลของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้ว่า สว.เข้าสู่อำนาจโดยมิชอบ ย่อมส่งผลมิชอบตามมา ทั้งกลั่นกรองกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่งตั้งองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ การโกงเลือก สว.จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่ระบบการเมืองที่ฮั้วได้ทั้งกระดานและจงใจทำลายกลไกตรวจสอบให้พิการทั้งหมดในวงเสวนาได้ปลุกกระแสสังคมช่วยกันกดดัน 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่ง กกต. 4 ใน 7 ถูกโหวตโดย สว.ชุดนี้ที่ส่วนใหญ่มีชื่ออยู่ในสำนวนคดีฮั้ว สว. อาจทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในการลงมติเป่าคดี ที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 มีมติว่าผู้มีความผิดรวม 229 คนแต่ กกต.ตั้งคณะไต่สวนชุดที่ 36 ขึ้นมาอีก ท่ามกลางสำนวนของชุดนี้มีกระแสว่าจะมีการหา “แพะ” โดยส่งฟ้อง สว.แค่ 10–20 คน เพื่อสังเวย ประธานวิปฝ่ายค้านถึงดักคอ กกต.ให้เร่งสืบสวนขยายผลส่งรายชื่อนักการเมืองพรรคการเมืองใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการทั้งหมดให้ศาลฎีกาเช่นเดียวกับข้อกังวลถึงการทำหน้าที่ของดีเอสไอ กำลัง “เกียร์ว่าง” เพื่อรอดูอาการหลังพิงฝาของ กกต.ที่ต้องมีมติภายในต้นเดือน ก.ย.69 ว่าจะส่งฟ้องศาลหรือไม่ ประกอบกับการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำให้สังคมเป็นห่วงปมแทรกแซงโยกย้ายบุคลากรภายในดีเอสไอ เพื่อตัดตอนคดีพิเศษฐานความผิด “อั้งยี่”ในจังหวะลูกผีลูกคน ปรากฏว่า เมื่อต้นเดือน ก.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาคดีดำหมายเลขที่ ลต สว 19/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 66/2569 เพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกผู้บงการของผู้สมัคร สว.ฉะเชิงเทราคนหนึ่ง 10 ปี แถมต่อไปจะถูกดำเนินคดีอาญาตามมาอีกดอกแนวคำพิพากษาชี้ชัด คดีนี้ไม่ใช่แค่ผู้สมัคร สว.จับคู่แลกคะแนนแบบธรรมดาทั่วไป แต่เป็นพฤติการณ์และหลักกฎหมายอย่างเป็นระบบ มันคือเครือข่ายจัดตั้งโกงเลือก สว. ที่มีโครงสร้างแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ทั้งผู้บงการที่ยืนอยู่หลังฉาก ผู้วางแผนระดับจังหวัด ทีมกระจายงาน ท่อน้ำเลี้ยง ขบวนการบล็อกโหวตนายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ยกให้เป็นการวางหลักกฎหมายและวิธีพิจารณาคดีเลือก สว.ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะน้ำหนักพยานหลักฐานที่ร้อยรัดอย่างเป็นระบบ ทั้งคำซัดทอดของพยาน นิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นคลิปเสียงไม่ตัดต่อ หลักฐานดิจิทัล แชตไลน์ล็อกคะแนนตรงกับยอดเงินที่สัมพันธ์กัน พฤติการณ์แวดล้อม การใช้โทรศัพท์อย่างผิดปกติ คำเบิกความ การกันผู้ร่วมกระทำความผิดเป็นพยานโดยบรรทัดฐานที่ศาลวางเอาไว้ คือ พยานดิจิทัลมีน้ำหนักสูง การยอมรับระบบกันพยานอย่างเป็นรูปธรรม การมองภาพรวมของพฤติการณ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าคดีโกง สว.กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อกระบวนการยุติธรรมขยับรับมืออาชญากรรมทางการเมืองที่ซับซ้อนถึงขั้นกล้าโกงเลือก สว.ระดับประเทศนับจากนี้สปอตไลต์ทุกดวงจับจ้องไปที่ กกต. ต้องเลือกทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพื่อกอบกู้ศรัทธาของประชาชนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกลับมา ได้หรือไม่.“วายุ บูรพา”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม