สส.พรรคประชาชน เปิดข้อมูลเครือข่าย “พ่อทิพย์” พบมี รพ.ที่ 6 ใน กทม.ร่วมทำเป็นขบวนการ มี จนท.สำนักงานเขตร่วมมือ จี้ “อนุทิน-ผวจ.” จัดการสกัดแม่ชาวจีนพาลูกหนี นอกจากนี้ยังพบชาวจีนที่โอนสัญชาติไทยแล้ว มีบัตรประชาชนหมายเลข 8 มาประกอบธุรกิจที่ภูเก็ต หลังไปสืบค้นพบมารดาผู้รับรอง บุตรสามารถรับรองบุตรได้หลายคน ส่วนบิดามีสถานะทางทะเบียนราษฎรไม่ชัดเจน แถมพฤติกรรมบิดาเรียกเงินล้านชาวจีนแลกบัตร ปชช.ไทย ขณะที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดี “พ่อทิพย์กุมารจีน” เตรียมตรวจสอบ รพ.เอกชน ย่านพระราม 9 กทม. เพิ่มอีกแห่ง หลังพบมีพ่อ-แม่ชาวจีนมาคลอดบุตรที่ รพ.นี้ แต่เจ้าหน้าที่ รพ.กลับเป็นผู้ไปแจ้งเกิดแทนพ่อแม่ความคืบหน้าคดี “พ่อทิพย์” ที่ขณะนี้พบผู้ร่วมขบวนการเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ที่รัฐสภาเมื่อบ่ายวันที่ 15 ก.ค. นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงถึงเรื่องพ่อทิพย์ ขบวนการสัญชาติไทยโดยคนจีนว่า เป็นความเน่าเฟะของระบบราชการและระบบสาธารณสุขไทย ในกระบวนการได้มาซึ่งสัญชาติ ที่ขณะนี้กำลังกวาดล้างกลุ่มขบวน การ “พ่อทิพย์” จากการขยายผลของตำรวจจากเดิมที่มี 5 รพ.เกี่ยวข้องกับขบวนการ ล่าสุดพบเพิ่ม รพ.ที่ 6 เป็น รพ.เอกชน ย่านพระราม 9 มีรายละเอียดในใบสูติบัตรที่ได้รับมอบจากเจ้าหน้าที่ ที่มีเจตนาดีเพื่อไปแจ้งต่อตำรวจ เป็นชื่อเด็กหญิง...นามสกุล ถัง ชื่อมารดา...นามสกุล ถัง เป็นคนจีนมาคลอดบุตรในไทย แจ้งว่ามีพ่อชื่อนาย ป. (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ส่วนแม่อายุ 36 ปี เรื่องนี้เกิดเมื่อเดือน ก.ค.2566 มีการไปแจ้งเกิดโดยเจ้าหน้าที่ รพ.เป็นคนแจ้งเกิดให้ ไม่ทราบว่าเป็นบริการแพ็กเกจเหมาของ รพ.หรือไม่นายปิยรัฐกล่าวอีกว่า หนังสือที่นำไปแจ้ง เพื่อขอสูติบัตรให้เด็กหญิง...ถัง ไม่มีแม้กระทั่งหนังสือรับรองการเกิด ใบแจ้งเกิด แต่เจ้าหน้าที่สำนักงานทะเบียนของสำนักงานเขต กลับลงลายมือชื่อรับผิดชอบเพียงผู้เดียว ทั้งที่มีช่องให้ลงรายชื่อ 2 แห่ง คือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและเจ้าหน้าที่นายทะเบียน แปลว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวรับผิดชอบเองทั้งหมด ทำให้เด็กหญิง...ถัง คนนี้มีสัญชาติไทยแล้ว หากยังอยู่ในประเทศไทยขณะนี้อายุ 2 ขวบ แม้มารดาจะเป็นคนจีนโดยสายเลือดและพ่อเป็นคนไทยจริง แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นการรับสมอ้าง รับจ้างมา เนื่องจากข้อมูลที่ตำรวจให้มา พ่อคนดังกล่าวมีประวัติอาชญากรรมจำนวนมาก ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดีนายปิยรัฐกล่าวด้วยว่า อยากฝาก 3 เรื่องคือ 1.เรื่องนี้เกิดตั้งแต่ปี 2566 ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ แต่แปลได้ว่า มีการติดต่อกันหลายปี มีขบวนการรับจ้างแบบนี้ รวมหัวกับเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ รพ. เอกชน คดีผ่านรัฐมนตรีหลายคน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ในฐานะดูแลกรมการปกครอง คุมทะเบียนราษฎรทั้งหมด ต้องถามนายอนุทินได้ตั้งกรรมการสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นกระบวนการสอบการอนุมัติทะเบียนราษฎร 2.กรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ และ ผวจ.จังหวัดที่มีคดีแบบนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ ต้องรับผิดชอบเช่นกัน ได้ตั้งคณะกรรมการสอบหน่วยงานกำกับแล้วหรือไม่สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ยังกล่าวต่อว่า 3.ขณะนี้แม่ชาวจีนที่มีลูกสัญชาติไทยเริ่มไหวตัว มีเริ่มไปขอทำพาสปอร์ต เพื่อนำลูกหนีออกไปต่างประเทศพร้อมกัน นายกฯได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศระงับการออกหนังสือเดินทางแล้วหรือไม่ ถ้ามีการออกนอกประเทศได้ ใครจะรับผิดชอบ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรกับเด็กเหล่านี้ เมื่อถอนสัญชาติแล้ว จะให้อยู่ในประเทศไทยหรือผลักดันออกนอกประเทศขณะที่ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวว่า กรณีออกบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยหมายเลข 8 ให้กับต่างด้าวที่มาประกอบธุรกิจจ.ภูเก็ต ตรวจพบคนจีนคนหนึ่งโอนมาเป็นสัญชาติไทย มีบัตรประชาชนหมายเลข 8 เมื่อไปสืบค้นพบมารดาผู้รับรองบุตร สามารถรับรองบุตรได้หลายคน ส่วนบิดามีสถานะทางทะเบียนราษฎรไม่ชัดเจน พฤติกรรมบิดาที่เป็นนอมินี เป็นหุ้นส่วนบริษัทใน จ.ภูเก็ต 5 บริษัท มีพฤติกรรมเรียกเคลียร์ค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์กับชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน รวมถึงชวนกลุ่มชาวจีนไปทำบัตรประชาชน หรือโอนสัญชาติ มีมูลค่าบัตรใบละ 1 ล้านบาท ได้ยื่นเรื่องพฤติกรรมอำพรางให้พาณิชย์จังหวัด ตรวจสอบบุคคลดังกล่าวว่าเป็นนอมินีหรือไม่ และยื่นศูนย์ดำรงธรรม จ.ภูเก็ต ตรวจสอบทะเบียนราษฎรบุคคลนี้ว่า ได้ขออนุญาตบัตรประชาชนถูกต้องหรือไม่ เพราะสถานะการขออนุญาตบัตรขณะนั้นอยู่ภาคเหนือ แต่ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ จ.ภูเก็ตขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีพ่อทิพย์กุมารจีน เตรียมเข้าตรวจสอบ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 9 กทม. หลังมีผู้แจ้งข้อมูลและให้เบาะแสชุดสืบสวนว่า มีพ่อ-แม่ชาวจีน มาคลอดบุตรที่ รพ.แห่งนี้ มีการยื่นขอสูติบัตรทั้งที่เอกสารไม่ครบถ้วน และการแจ้งเกิดเจ้าหน้าที่ รพ.เป็นผู้ไปแจ้งเอง โดยตรวจสอบเพื่อหาข้อมูลว่า มีส่วนเกี่ยวกับขบวนการแจ้งเกิดเท็จ เช่นเดียวกับ รพ.ที่พบทั้ง 5 แห่งหรือไม่ จากการตรวจเด็ก 13 ราย ตรวจพบเพิ่มมีการแจ้งเท็จรวม 5 รพ.นั้น พบบางรายมีการแจ้งเกิดเท็จตั้งแต่ปี 58 ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบ ก่อนขยายผลจับกุมขบวนพ่อทิพย์และแม่ชาวจีนเพิ่มต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่