ฟัง คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.สมัย 2 พูดเรื่อง “โซนนิ่ง” ใน กทม.แล้วก็รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง หลังจากที่เกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มีผู้เสียชีวิต 30 ศพ บาดเจ็บอีก 75 ราย ร้านเบียร์แห่งนี้ขอใบอนุญาตเป็นร้านอาหาร แต่ทำเป็นสถานบันเทิง คุณชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เอง แต่ กทม.ก็ไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายแต่อย่างใด หนำซ้ำยังชี้ช่องโหว่อีกว่า ปัจจุบันกฎหมายกำหนดพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการไว้เพียง 3 แห่ง คือ อาร์ซีเอ รัชดาภิเษก และสีลม ทำให้สถานประกอบการรุ่นใหม่ขอจดทะเบียนเป็นร้านอาหารแทนสถานบันเทิง ทำกันอย่างนี้จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่การปรับปรุงผังเมือง ให้มีโซนนิ่งชัดเจน รองรับการเติบโตของเมืองหลวงที่โตขึ้นทุกวัน เป็นสิ่งที่นายกเมืองทำกันทั่วโลก แต่ 4 ปีที่ผ่านมา ผู้ว่าฯชัชชาติ ยังไม่ได้ทำเรื่องนี้เลย กรุงเทพมหานครจึงเติบโตไปตามอำนาจอิทธิพลของธุรกิจเอกชนอย่างที่เป็นอยู่เมื่อวันอังคาร ครม.เพิ่งเห็นชอบ “ร่างปฏิญญาการพัฒนาเมืองฉบับแรกของสหประชาชาติ” เพื่อให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ไปร่วมรับรองปฏิญญานี้ในที่ประชุมระดับสูงว่าด้วย “การทบทวนกลางรอบของวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง” ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ 16—17 ก.ค.นี้ สาระสำคัญของร่างปฏิญญาพัฒนาเมืองฉบับนี้มี 7 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ผมคิดว่า คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ควรนำไปเป็นไกด์ในการปรับปรุงผังเมืองของ กทม. 4 ปีจากนี้ เพื่อให้ทันสมัยขึ้นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน 7 ด้าน มีดังนี้1.แก้ปัญหาเมือง มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ วิกฤติที่อยู่อาศัย และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ 2.ช่วยกลุ่มเปราะบาง ดูแลคนไร้บ้าน 3.กระตุ้นเศรษฐกิจ หนุน SMEs พัฒนาทักษะแรงงาน 4.รับมือภัยพิบัติ 5.กระจายอำนาจ เพิ่มบทบาทให้ท้องถิ่น และดึงภาคเอกชน—ประชาชนมาร่วมพัฒนา 6.นำระบบดิจิทัลและ AI มาช่วยบริหารจัดการเมือง และ 7.ติดตามผล สร้างกลไกประเมินความคืบหน้าร่วมกับสหประชาชาติสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาเมืองให้เจริญและน่าอยู่ก็คือ “ผังเมือง” ช่วงนี้ ผังเมืองใหม่ กรุงเทพมหานคร กำลังอยู่มือ ผู้ว่าฯชัชชาติ ก่อนประกาศใช้ต้นปี 2570 จึงเป็นโอกาสทองของผู้ว่าฯชัชชาติที่จะแก้ไขปรับปรุงผังเมือง กทม.ให้ทันสมัยน่าอยู่ แล้วจัดโซนนิ่งให้ชัดเจน ย่านไหนเป็นย่านที่อยู่อาศัย ย่านธุรกิจ ย่านอบายมุข และกำหนดราคาที่ดินย่านที่อยู่อาศัยไม่ให้แพงเกินไป หรือแพงเท่ากับย่านธุรกิจเช่นในปัจจุบันEconomist Intelligence Unit (EIU) ในเครือ นิตยสารอีโคโนมิสต์ มีการจัดอันดับ “เมืองหลวงที่มีผังเมืองดีที่สุดในโลก” Global Livability Index ทุกปี โดยวัดจาก เกณฑ์การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ พื้นที่สีเขียว การแก้ปัญหาความแออัด คุณภาพชีวิต (Livability & Quality of Life) โดยเน้นคุณภาพชีวิตที่ดีของคนเมือง การจัดอันดับปี 2026 มี 10 เมืองหลวงที่ครองอันดับเป็นเมืองหลวงที่มีผังเมืองดีที่สุดในโลก ดังนี้1.โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก แชมป์เมืองหลวงแห่งการอยู่อาศัย มีการวางผังเมืองที่เน้นความยั่งยืน เป็นมิตรกับจักรยาน ลดการใช้รถยนต์ และเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียว2.เวียนนา ออสเตรีย โดดเด่นด้านการจัดสรรที่อยู่อาศัยราคาประหยัด ผสานเข้ากับพื้นที่สีเขียว และระบบขนส่งมวลชนอย่างลงตัว3.โตเกียว ญี่ปุ่น แม้เป็นมหานครที่หนาแน่น แต่มีผังเมืองแบบ Transit-oriented Development ที่เชื่อมต่อรถไฟได้อย่างไร้รอยต่อ4.สิงคโปร์ เมืองอัจฉริยะที่ผสมผสานธรรมชาติเข้ากับตึกสูง มีการแบ่งโซนพื้นที่พักอาศัยและอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน5.เบิร์น สวิตเซอร์แลนด์ ผังเมืองกลางที่ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม ผสานความคลาสสิกเข้ากับระบบสัญจร เน้นคนเดินเท้าและสิ่งแวดล้อมแค่ 5 เมืองก็น่าจะเห็นภาพแล้วนะครับ แต่ละเมืองมีจุดเด่นผังเมืองที่แตกต่างกัน กรุงเทพฯโชคดีที่มีผังเมืองอันสวยงามของ “เกาะรัตนโกสินทร์” เป็นที่เชิดหน้าชูตา หวังว่า 4 ปีจากนี้ ผู้ว่าฯชัชชาติ จะแก้ไขผังเมือง กทม.ให้น่าอยู่ขึ้นกว่าปัจจุบันนี้นะครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม