เหยื่อแห่งการไม่เคารพกติกาต้อนรับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ สดๆร้อนๆวันแรกฝนตกหนักน้ำท่วมอุโมงค์รถไฟฟ้าที่วงเวียนใหญ่ ดีที่แก้ไขได้ทันท่วงทีไม่มีเหตุน่าวิตกล่าสุด เกิดไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เบื้องต้นเสียชีวิต 30 คน เจ็บ 70 กว่าคนเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าใจนักแม้เหตุลักษณะนี้จะเกิดไม่บ่อยนัก แต่เกิดขึ้นมาทีไรก็สยดสยองใจทุกครั้ง เขาบอกว่าให้ถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำอีกก็พูดกันอย่างนี้ทุกที...แต่ปัญหานี้ดูเหมือนจะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าสำหรับประเทศไทย คือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่สนกฎกติกาคิดแต่จะรวยอย่างเดียวเจ้าหน้าที่ก็หย่อนยาน เพราะมีได้เสียด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพราะการอนุญาตเปิดร้านอาหารมีดนตรี แต่ก็ไม่แปลงโฉมเป็นผับเป็นบาร์ มีดนตรี เต้นรำได้พูดง่ายๆเป็นสถานบันเทิงที่หลีกเลี่ยงกติกาเพราะไม่ต้องเสียภาษีมาก ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำให้ร้านปฏิบัติตามกฎ เช่น ทางเข้าทางออก เครื่องดับเพลิง ป้องกันเสียงดังที่ใช้แค่โฟมธรรมดาที่มีสารเคมี พอไฟไหม้ก็จะเกิดความรุนแรงอย่างที่เกิดขึ้นครั้งนี้แม้ไฟจะดับเร็วแต่เนื่องจากไฟแรงลุกลามรวดเร็วจนหายใจไม่ทันนี่แค่ยกตัวอย่างคร่าวๆด้านเจ้าของกิจการไม่มีอะไรซับซ้อน แค่เคยมีกิจการลักษณะนี้แล้วเกิดไฟไหม้ที่ต่างจังหวัด เผอิญเป็นกลางวันก็เลยไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บพูดง่ายๆว่ามีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนครั้งนี้ระหว่างเกิดเหตุไม่ได้หนีไปไหน แต่เข้าไปช่วยลูกค้า จึงได้รับบาดเจ็บต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลดีหน่อยที่ยังมีจิตใจงาม!แต่โดยสรุปแล้วการไม่เข้มงวดกวดขันให้เป็นไปตามกฎหมายคือสาเหตุสำคัญ ทาง กทม.บอกว่าจะพิจารณาเรื่อง การแบ่งโซนใหม่เพื่อให้เปิดสถานบันเทิงรัดกุมมากยิ่งขึ้นและยังบอกด้วยว่าร้านนี้เจ้าหน้าที่ได้มาตรวจก่อนเกิดเหตุ ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ทำไมยังมาเกิดเหตุได้ก็เพราะเขาไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายจริงๆมันถึงเป็นเช่นนี้...กระทรวงมหาดไทยที่รับผิดชอบเรื่องนี้ก็เกิดเรื่องซ้ำขึ้นมาอีก ระหว่างที่กำลังเกิดเรื่องราวมากมายที่กำลังแก้ไขอยู่“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ในฐานะ มท.1 จะว่ายังไงเพราะถูกตั้งคำถามว่าลาออกจากตำแหน่งดีมั้ย เพราะเกิดเรื่องอาเพศหลายเรื่องแล้วก็คงไม่ได้คำตอบ...ขนาดน้ำท่วมหาดใหญ่ตายเป็นร้อยยังไม่อินังขังขอบเลย!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม