ชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี “พ่อทิพย์” เรียกประชุมชุดสืบสวน 4 บก.น. ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาขบวนการแจ้งเกิดเท็จลอต 2 หลังพบข้อมูลเด็กที่โรงพยาบาลและสำนักงานเขตมีการรับรองบุตร แจ้งเกิดเท็จเพิ่มเติม 13 ราย ส่วนเด็ก 20 คน เตรียม ถอนสัญชาติไทย หลังพ่อแม่จีนถูกจับกุม มีญาติผู้ต้องหา มาติดต่อขอรับไปเลี้ยงทั้งหมด ขณะที่มีผู้ปกครองเด็ก ที่แจ้งเกิดเท็จติดต่อพบเจ้าหน้าที่ขอแจ้งถอนสัญชาติไทย ด้าน “ชัชชาติ” กำชับ ผอ.เขตให้จริงจังเข้มงวดตรวจตรา เรื่องทุนเทาจดทะเบียนพ่อทิพย์กุมารจีน เชื่อมีอย่างน้อย 500-1,000 กรณี จะต้องมีการตรวจสอบเพิ่ม ภายหลังจาก พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” จับกุมขบวนการพ่อทิพย์กุมารจีน แจ้งเกิดเท็จให้เด็กต่างด้าวเป็นคนสัญชาติไทยเพื่อนำไปใช้สิทธิในไทย โดยออกหมายจับผู้ต้องหา 35 ราย จับกุมได้แล้ว 33 ราย เหลือ 2 รายเผ่นออกนอกประเทศไปแล้ว และพบมีเด็กแจ้งเท็จแน่ชัดแล้วเสนอถอนสัญชาติ 20 ราย ล่าสุดชุดคลี่คลายคดีพบเด็กเข้าข่ายแจ้งเท็จเพิ่มอีก 13 ราย เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 5 รพ. เจ้าหน้าที่เขต 5 แห่ง อยู่ระหว่างขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือความคืบหน้าเรื่องนี้ ที่ สน.บางยี่เรือ บ่ายวันที่ 14 ก.ค. พ.ต.อ.รัตน์เกล้า อาณานุการ ผกก.สน.บางยี่เรือ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 33ราย ส่งฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ตลิ่งชัน) พร้อมนำตัว น.ส.ลี่เซี่ยน หม่า ผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวต่อตำรวจ ที่หลังสอบปากคำเสร็จนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ฝากขังผัดแรก ข้อกล่าวหาฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบ สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบพร้อมคัดค้านประกันตัว ศาลพิจารณาไม่อนุญาตประกันตัวผู้ต้องหาทุกรายอีกด้านที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 8 มีรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี พล.ต.ต.ธีรชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ. เรียกประชุมชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.6 กก.สส.บก.น.7 กก.สส.บก.น.8 และ กก.สส. บก.น.9 ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาขบวนการแจ้งเกิดเท็จลอตที่ 2 หลังพบข้อมูลเด็กที่โรงพยาบาลและสำนักงานเขตที่มีการรับรองบุตรแจ้งเกิดเท็จเพิ่มเติม 13 ราย ได้แก่ รพ.กรุงเทพคริสเตียน บางรัก สำนักงานเขตบางรัก 2 ราย รพ.นครธน สำนักงานเขตบางขุนเทียน 2 ราย รพ.ธนบุรี สำนักงานเขตบางกอกน้อย 1 ราย รพ.สมิติเวช ธนบุรี สำนักงานเขตธนบุรี 4 ราย และ รพ.พญาไท 3 สำนักงานเขตภาษีเจริญ 4 ราย เบื้องต้นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอหมายจับผู้ต้องหาขบวนการพ่อทิพย์กุมารจีนเพิ่มอีก 7 ราย แบ่งเป็น พ่อทิพย์ 5 ราย แม่จีน 2 ราย ส่วนเด็กทั้ง 20 คนที่เตรียมถอนสัญชาติไทย หลังผู้ต้องหาที่เป็นพ่อแม่จีนของเด็กที่ถูกจับกุมไปแล้ว เด็กทั้งหมดมีญาติผู้ต้องหามาติดต่อขอรับไปเลี้ยงดูครบทุกคน ล่าสุดมีผู้ปกครองเด็กที่แจ้งเกิดเท็จ ติดต่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ขอแจ้งถอนสัญชาติไทย เนื่องจากทราบข่าวและรู้ตัวว่ากระทำผิดแจ้งเกิดเด็กอันเป็นเท็จ ทั้งนี้ชุดสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาสอบปากคำเป็นพยาน เพื่อขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องกระทำผิดต่อไปวันเดียวกัน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีมีโรงพยาบาลเอกชนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการรับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรให้เด็กชาวจีนเพื่อให้ได้รับสัญชาติไทยอย่างผิดกฎหมายว่า ขณะนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับตำรวจ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เข้าใจว่ามีโรงพยาบาลเอกชน 5 แห่งที่พบข้อมูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ปรากฏเป็นข่าว คาดว่าในสัปดาห์หน้ากรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สามารถสรุปผลและรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบ แต่จะมีความผิดมากน้อยแค่ไหน มีมาตรการเอาผิดอย่างไร คงต้องรอผลการตรวจสอบ เรื่องนี้เป็นบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ มีข้อกำหนดกรมฯที่ให้โรงพยาบาลต้องเก็บบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ หากมีการบันทึกข้อมูลเท็จ ก็มีกฎหมายของกรมฯที่กำกับควบคุมดูแลซึ่งจะมีความผิดตามที่กฎหมายกำหนดเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ในส่วนโรงพยาบาลรัฐไม่คิดว่าจะมีการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้คงต้องมีการย้ำเตือนให้ผู้บริหารเข้มงวดในเรื่องเหล่านี้มากขึ้นเมื่อถามว่า จะมีการสุ่มตรวจโรงพยาบาลรัฐหรือไม่ นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า จริงๆเรื่องเหล่านี้ทางการแพทย์ไม่น่าจะมีที่ไหนทำ แต่เมื่อเกิดเรื่องได้มานั่งทบทวนว่าจะมีช่องโหว่อย่างไร ส่วนมากเราจะกังวลถึงการบันทึกเวชระเบียน มาตรฐานการรักษาพยาบาล มากกว่าที่จะไปเจอว่าตั้งใจทำเรื่องทุจริตในการบันทึกข้อมูลเท็จ และระบบการบันทึกข้อมูลการแจ้งเกิดของโรงพยาบาล เมื่อถามแม่ว่าคนไหนเป็นพ่อ โรงพยาบาลจะบันทึกตามนั้นขณะที่การตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการรับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรให้เด็กชาวจีนเพื่อให้ได้รับสัญชาติไทยอย่างผิดกฎหมาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพว่า ในช่วงเวลา 11.00น. วันที่ 14 ก.ค. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและเจ้าหน้าที่ จะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารต่างๆที่ รพ.สมิติเวชธนบุรี 1 ใน 5 รพ.เอกชน ที่มีข้อมูลว่ามีบุคลากรในโรงพยาบาลเข้าไปมีส่วนร่วมขบวนการดังกล่าว แล้วจะแถลงข่าวในเวลา 11.00 น. แต่เมื่อถึงเวลา 11.30 น. มีเจ้าหน้าที่แจ้งว่า นายพัฒนาติดภารกิจอื่น ไม่สามารถมาแถลงข่าวได้ ขณะที่ ทพ.อาคมและผู้บริหารอื่นๆไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ จากการตรวจสอบพบว่า นายพัฒนาเดินทางไปร่วมพิธีเผาทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 62 ที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด จ.สมุทรปราการ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในการประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ถึงเรื่องทุนเทาจดทะเบียนพ่อทิพย์กุมารจีน ว่า ขอให้เอาจริงเอาจัง เพราะคนตั้งคำถามเยอะ บางทีการทำตามระเบียบก็เรื่องหนึ่ง แต่ต้องดูความน่าจะเป็นและการดูข้อมูลต่างๆประกอบ อาจจะทำให้เราเห็นปัญหามากขึ้น หากอ้างว่าทำตามกฎหมายครบถ้วน แต่ภาพรวมมีปัญหา คงต้องมีความเฉลียวใจประกอบด้วย จึงขอให้ ผอ.เขตดูแลเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ขณะเดียวกัน มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งจะมีการตรวจสอบในเขตอื่นๆอีก 5 เขต มีอย่างน้อย 500-1,000 กรณีที่จะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่