กองปราบฯคุมตัว “ศตพร” ผู้ต้องหาโกงสอบ ท้องถิ่น ฝากขังศาลอาญาพร้อมคัดค้านการประกันตัวส่งเข้าทัณฑสถานหญิงกลาง ขณะที่ ป.ป.ช.ร่วมสอบ “ดร.วิน” และ “จ่าพิชิต” ผอ. เทศบาลวิเชียรบุรี ที่เข้ามอบตัวรายล่าสุด ก่อนพาค้น บริษัท ผบช.ก.เผยหลักฐานมัดแน่น 3 ผู้ต้องหา ทำหน้าที่ระดมเจ้าหน้าที่รัฐแก้ไขข้อมูลในไฟล์กระดาษคำตอบ จ่อหมายเรียก 11 ข้าราชการท้องถิ่นมือแก้ข้อสอบ ด้าน “พัฒนา” ยอมรับ “ดร.วิน” เคยเป็น หัวหน้าคณะทำงาน ขณะที่นายกฯ “อนุทิน” ย้ำใครเกี่ยวข้องโดนหมด ไม่เว้นคนของพรรคความคืบหน้าคดีทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งให้พนักงานสอบสวน กก.2.บก.ป.นำตัว น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน อายุ 30 ปี น้องสาวนายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.อัศวิน โชติพนัง อายุ 40 ปี ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ที่ถูกจับทุจริตโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นไปฝากขังศาลอาญา พร้อมคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ขณะที่ น.ส.ศตพรยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลไม่อนุญาตคุมตัวส่งทัณฑสถานหญิงกลางขณะที่ในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับตำรวจกองปราบฯสอบปากคำนายวิน และจ่าสิบตรีพิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ สองผู้ต้องหาคดีเดียวกัน เพื่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องร่วมกระทำผิด จากนั้นตำรวจคุมตัวนายอัศวินไปค้นบริษัท Triple Corporate เลขที่ 40/10 ซอยแจ้งวัฒนะ 43 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม และวันที่ 15 ก.ค. พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายวินและจ่าพิชิตไปฝากขังต่อศาลต่อไปพล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ตำรวจกองปราบปรามรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วยนายวิน น.ส.ศตพร น้องสาวนายวิน และจ่าสิบตรีพิชิต หลังพบการกระทำความผิดในการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหามีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จผบก.ป.กล่าวอีกว่า ชุดสืบสวนของ กก.2 บก.ป. ประสานงานขอตัวนายวินที่ถูกตำรวจ สปป.ลาวควบคุมตัวได้เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนนำตัวมาส่งให้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคายช่วงเย็นวันที่ 13 ก.ค. ส่วน น.ส.ศตพร น้องสาวนายวิน ถูกจับกุมได้ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ขณะที่จ่าพิชิตผู้ต้องหารายสุดท้ายเดินทางมาพบตำรวจช่วงเย็นวันที่ 13 ก.ค. เนื่องจากถูกออกหมายจับและโดนกดดันหนัก อีกทั้งยังกังวลเรื่องความปลอดภัยด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยว่า จากการรวบรวมหลักฐานพบผู้ต้องหาทั้ง 3 คนกระทำความผิดชัดเจนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบ เป็นผู้วางแผนและรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขไฟล์ที่บริษัทของจ่าพิชิตใน จ.นนทบุรี ที่ ป.ป.ช.ตรวจค้นพบในที่เกิดเหตุ จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสามยังไม่ให้ความร่วมมือ แต่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนที่จะเอาผิดได้ ส่วนต้องส่งสำนวนครั้งนี้ให้ ป.ป.ช.รวมสำนวนหรือไม่นั้นต้องดูคำให้การผู้ต้องหาเป็นหลักว่าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ หากเกี่ยวข้องต้องส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. ประเด็นนี้จะต้องสอบให้ชัดเจนว่าจ่าพิชิตเอาไฟล์ข้อมูลมาจากไหน หากเป็นการกระทำความผิดร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่นครั้งนี้จะต้องส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช.“ภายในสัปดาห์หน้าจะให้กองปราบฯออกหมายเรียกข้าราชการท้องถิ่นทั้ง 11 คน ที่ ป.ป.ช.และตำรวจ ปปป. พบแก้ไฟล์กระดาษคำตอบในบริษัทของจ่าพิชิตมารับทราบข้อกล่าวหารวม 3 ข้อหาเช่นเดียวกับผู้ต้องหาหลัก 3 คน ส่วนนี้แม้ว่าทั้ง 11 คน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เบื้องต้นพบเป็นการกระทำนอกเวลาราชการในบริษัทเอกชน และไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการกระทำความผิด ตำรวจกองปราบฯดำเนินคดีได้ทันที ไม่ต้องส่ง ป.ป.ช.” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายวิน คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งมีมติเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 แต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในสถาบันการบินพลเรือน รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ตามสายงานนายพิพัฒน์ต้องเป็นผู้เสนอชื่อนายวินต่อคณะรัฐมนตรี แต่ล่าสุดมีการเอารูปนายวินในตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิออกไปแล้วพร้อมขึ้นข้อความว่าอยู่ระหว่างการสรรหาที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 07.35 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์การตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า วันที่ 15 ก.ค. คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จะนัดประชุม ผลเป็นอย่างไรก็จะส่งไปยังคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) เป็นคนตัดสินสุดท้าย หาก ก กลางมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต้องมีมติเพิกถอนการบรรจุ เมื่อถามว่าจะเปิดเผยรายชื่อข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า การสอบวินัยร้ายแรงไม่ได้ทำเฉพาะคนถูกตั้งกรรมการสอบเท่านั้น ต้องดูพยานแวดล้อมทั้งหมดด้วย ใครที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการทั้งหมด เมื่อถามย้ำว่าจำนวนข้าราชการที่บรรจุไปแล้วและพบผิดปกติเรื่องคะแนนที่จะส่งให้เพิกถอนมีเท่าไหร่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า อย่างที่บอก 5,000 กว่าคนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยกรณีตำรวจกองปราบปรามจับกุมจ่าสิบตรีพิชิต ทั้งพรม นายวิน ธนพชรโภคิน และ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวินว่า รับรายงานจากตำรวจแล้ว เรื่องนี้ไม่ต้องแถลงข่าวแล้ว เพราะจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้แล้ว เมื่อถามว่าต้องคัดกรองทีมงานรัฐมนตรีหรือไม่ หลังพบหนึ่งในผู้ต้องหาเคยเป็นคณะทำงานของรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า กำชับเวลาจะแต่งตั้งใครให้เป็นตำแหน่งหลัก ตำแหน่งรอง หรือตำแหน่งที่ปรึกษา ต้องคัดกรองให้เต็มที่จะให้ผู้ใหญ่ใน ครม.ตรวจสอบทั้งหมด ขณะนั้นยังไม่มีปัญหาสักคนต้องยึดข้อมูลในขณะนั้นเมื่อถามถึงกรณีชื่อคนที่อยู่ในกระบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวว่า หากเกี่ยวข้องกับใครก็โดนหมด ยิ่งถ้าเป็นคนของพรรคไม่มีเว้น ตำแหน่งการเมืองไม่ได้มีไว้แทนบุญคุณใคร ตอนนี้คนในพรรคก็โดนไปหลายยกแล้วต้องเพิ่มความระมัดระวัง ที่นี่ไม่ใช่ที่จะไปตอบแทนบุญคุณใคร รัฐมนตรีไม่สามารถจะแต่งตั้งใครด้วยความเกรงใจหรือเป็นหนี้บุญคุณ ก้าวหน้าจนมาเป็นถึงรัฐมนตรีแล้วยังมาตั้งทีมคณะทำงานที 20-30 คนบ้าแล้ว เมื่อถามย้ำว่า ไม่กังวลใช่หรือไม่ว่าแรงเหวี่ยงจะมาถึงนายกรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า กังวลพวกรัฐมนตรีทั้งหลายว่ามาเป็นรัฐมนตรีแล้วทำไมต้องมีคณะทำงานและที่ปรึกษาอะไรเยอะแยะ ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ต้องเป็นนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกองปราบฯจับนายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน โชติพนัง อดีตหัวหน้าคณะทำงานของนายพัฒนาว่า เคยเป็นคณะทำงานในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวเป็นการแนะนำจากทีมงานของตนเท่านั้นแจ้งว่า ดร.วินเคยทำงานหลายส่วน เป็นคณะทำงานหลายที่จึงแนะนำมา รัฐบาลชุดที่ผ่านมาค่อนข้างสั้น ดร.วินเข้ามาช่วงเดือน ต.ค.68 จากนั้นรัฐบาลยุบสภาเดือน ธ.ค.68 ได้เจอแค่ครั้งเดียวตอนแนะนำตัวเท่านั้น ความจริงที่ผ่านมามีการพูดคุยกันว่าคนที่จะเข้ามาทำงานต้องให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ยืนยันว่าการทำงานของตนตรวจสอบได้เต็มที่ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้เต็มที่และด้วยความสบายใจว่าไม่มีการแทรกแซงใดๆแน่นอนที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.30 น. มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่นปี 68 เป็นครั้งที่ 2 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะประธานที่ประชุมแถลงว่าที่ประชุมสรุปความคืบหน้า พบข้อมูลน่าตกใจหลายประการ โดยเฉพาะประเด็นไอทีริส (ITRIS) นายกฯเคยเปิดเผยไปแล้ว ผลอันหนึ่งไม่ตรงกับอีกอันหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง คนเหล่านี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ควรอย่างยิ่งที่เข้ามารับราชการ ไม่ว่าตำแหน่งใดๆ เพราะตั้งใจโกงเสียตั้งแต่แรก ประเทศคงไปต่อไม่ได้ ทั้งนี้ผลการประชุมจะรายงานต่อนายกฯโดยตรงทุก 10 วันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่