ผมเพิ่งเขียนอวดรู้ไป ทำนองว่าเจ้าราชสีห์ตัวที่ติดบ่วงพราน ต้องดิ้นรนซมซาน...จากหนังสือนิทานสุภาษิต ที่ผมหัดอ่านตอนเรียนชั้น ป.เตรียม ตัวเดียวกับที่คุณมีศักดิ์ นาครัตน์ เอาเรื่องมาร้อง เป็นเพลงดัง ราวๆ พ.ศ.2518 นั้นตอนอยู่แอฟริกาเป็นสิงโต แต่พอไปอยู่ป่าหิมพานต์ก็แปลงร่าง เป็นราชสีห์เรื่องของการอ่านหนังสือนั้น เป็นเช่นที่โบราณว่า ยิ่งอ่าน (มาก)ยิ่งโง่...เอาจริงๆเข้าก็ไม่ใช่...ครับ เพราะในป่าหิมพานต์นั้น...ทั้งสิงโตทั้งราชสีห์ ก็มีอยู่ด้วยกันในหนังสือ “สุเมรุจักรวาล ถอดรหัสจักรวาล” ในงานพุทธศิลป์ไทย (เมืองโบราณ พิมพ์ ในนามบริษัทวิริยะธุรกิจจำกัด มี.ค.2569) เรื่องที่ 48 คุณศรัณย์ ทองปาน เขียนเรื่อง ประชากรแห่งหิมพานต์ (ตอน)...ไกรสรราชสีห์อ่านไปเรื่อยๆผมก็ต้องยิ้ม ฯพณฯ ราชสีห์ที่ว่าเป็นยิ่งกว่าเจ้าป่า...เจออิทธิพลการเมือง ยุคจอมพล ป.เข้า จำใจต้องเปลี่ยนสีตัวเอง ทั้งๆที่ใช้เป็นยี่ห้อบริษัทเบียร์มาตั้งนานคุณศรัณย์เริ่มต้นเรื่องไว้ว่า...บรรดาคัมภีร์โลกศาสตร์ต่างระบุว่าสรรพชีวิตที่อาศัยในหิมพานต์มีมากมายหลายแสนชนิด ดังที่สุนทรภู่บรรยายไว้ในบทเห่กล่อมพระบรรทม เรื่องกากี ด้วยมุมสูงแบบ “ตานก”ผ่านสายตาพญาครุฑซึ่งโฉบร่อนผ่านเหนือพื้นที่ป่า“สินธพตลบเผ่น สิงโตกิเลนและมังกร ราชสีห์ดูมีหงอน แก้วกุญชรและฉัททันต์ นรสิงห์และลิงค่าง อีกเซี่ยวกางและกุมภัณฑ์ ยักษ์มารชาญฉกรรจ์ ทั้งคนธรรพณ์วิเรนทรนักสิทธิ์วิทยา ถือคชาธนูศร กินรินและกินนร รำฟ้อนร่อนรา ห่านหงส์ลงเกษม อยู่ห้องเหมคูหา พระฤาษีชีป่า หาบผลาเลียบเนิน คนป่าทั้งม่าเหมี่ยว ก็จูงกันเที่ยวดุ่มเดิน ลอยลมชมเพลิน พนมเนินแนวธาร...”แต่ที่โดดเด่นที่สุดในหมู่ “สัตว์หิมพานต์” คือราชสีห์กับช้างราชสีห์แห่งป่าหิมพานต์ แบ่งได้เป็นสี่จำพวก คือติณราชสีห์ กาฬราชสีห์ บัณฑุราชสีห์ และไกรสรราชสีห์ชนิดแรก คือติณราชสีห์ มีสีเหมือนนกพิราบ (สีเทา) กินหญ้าเป็นอาหาร “ติณะ” หรือ “ตฤณ” แปลว่าหญ้า สโมสรแข่งม้าในกรุงเทพฯ จึงมีชื่อว่าราชตฤณมัยสมาคมฯ หมายถึงสนามหญ้า (ตฤณ) ของม้า “มัย”ชนิดต่อมา คือกาฬราชสีห์ มีสีดำ (กาฬ) คือดำ มีอาหารเป็นหญ้าเช่นเดียวกันส่วนบัณฑุราชสีห์ สีเหมือนใบไม้เหลือง ชนิดนี้กินเนื้อเป็นอาหารราชสีห์ชนิดสุดท้าย คือไกรสรราชสีห์ หรือเกสรสีหะ เป็นราชสีห์กินเนื้อ ลักษณะพิเศษคือขนขาวทั้งตัว แต่มีปาก ปลายหาง และปลายเท้าสีแดง “ราวกับชุบครั่ง” และมีลายสีแดงวนเป็นก้นหอยทั่วทั้งตัวเมื่อเกือบ 100 ปีมาแล้ว ตอนที่พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) จะผลิตเบียร์ตราสิงห์ออกจำหน่าย ท่านเลือกทำสัญลักษณ์เป็นรูปสิงห์อย่างไทย กายสีแดงแต่พอถึงช่วงใกล้ปี พ.ศ.2500 เมื่อรัฐบาลยุคนั้นไม่ชอบให้มีอะไรสี “แดงๆ”(ซึ่งดูเหมือนเดี๋ยวนี้ ไม่มีใครหวาดกลัวแล้ว มีแต่จะคอย “ซูฮก”)ถึงขนาดครุฑหัวกระดาษหนังสือราชการ จากเดิมที่เคยพิมพ์ด้วยหมึกสีแดง ยังต้องเปลี่ยนมาเป็นลายเส้นสีดำ เมื่อเป็นเช่นนั้นทางบริษัทจึงต้องยอมเปลี่ยนโลโก้เบียร์ตราสิงห์ ให้ตอบสนองกับความต้องการของทางการกลายเป็นสิงห์สีทอง มาจนเดี๋ยวนี้รู้ที่มาของสิงห์สีทอง ยี่ห้อเบียร์สิงห์แล้ว ผมก็ยิ่งยิ้มปากกว้าง เมื่อนึกไปถึงหลายๆสิงห์ที่เป็นสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย ครูบาอาจารย์ท่าน จะมีเหตุเลศนัย จะต้องเปลี่ยนสีสิงห์เหมือนยี่ห้อเบียร์หรือไม่?เมื่อไหร่?ใครแอบรู้อะไร กระซิบบอกกันมาบ้าง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม