เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นกำหนดครบรอบ 105 ปี ของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่แต่ในขณะเดียวกัน 1 ก.ค.2569 ยังได้สร้างความกังวลแก่ นานาชาติ โดยเฉพาะประเทศและเขตปกครองที่มีปัญหากับรัฐบาลจีน เนื่องจากเป็นวันที่กฎหมาย “เอกภาพทางเชื้อชาติ” (Ethic Unity Law) ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการกฎหมายดังกล่าวผ่านการลงมติในสภาวันที่ 12 มี.ค. มีเป้าประสงค์ในการสร้างอัตลักษณ์ร่วม กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในแผ่นดินมังกร “ล้วนเป็นคนจีน” เป็นส่วนร่วมของประชาคมที่เข้มแข็ง ทุกคนต่างมีส่วนร่วมในการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของชาติบ้านเมือง หน่วยงานราชการ สมาคม กลุ่มเอกชน จำเป็นต้องช่วยกันผลักดันไม่นับรวมเรื่องการกำหนดให้การเรียนการสอนตั้งแต่ระดับก่อนอนุบาลจนถึงมัธยมต้องใช้ภาษาจีนกลาง ซึ่งเป็นที่ไม่พอใจ ของกลุ่มสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังมีรายละเอียดมาตรา 63 ที่กำหนดให้ทางการจีนมีอำนาจดำเนินการทางกฎหมายแก่บุคคล หรือกลุ่มใดๆนอกดินแดนสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เข้าข่าย “บั่นทอนความเป็นเอกภาพทางเชื้อชาติ” หรือ “ปลุกปั่นให้เกิดการแยกตัวทางเชื้อชาติ”แน่นอนว่างานนี้มีเสียงแสดงความกังวลทันทีจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา มองว่ากฎหมายดังกล่าวตีความได้ว่า คือการบังคับให้คนที่ไม่ได้อยู่ในประเทศจีน จำเป็นต้องโปรโมตส่งเสริมนโยบายความเป็นเอกภาพทางเชื้อชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีน มิฉะนั้นอาจเผชิญกับผลลัพธ์ที่ตามมารัฐบาลสหรัฐฯขอประกาศจุดยืนปกป้องอธิปไตยและบุคคลใดจากการใช้เขตอำนาจนอกดินแดนของรัฐบาลต่างชาติที่เข้าข่ายพยายามปิดปาก ข่มขู่ ก่อกวน ทำอันตราย หรือบีบบังคับผู้คนในอาณาเขตของอเมริกาเช่นเดียวกับโฆษกสหภาพยุโรป ที่มองว่า มีความกังวลต่อการบังคับใช้กฎหมายนอกดินแดน และขอต่อต้านการกระทำใดๆที่ขัดต่อ กฎหมายระหว่างประเทศ ขอเรียกร้องให้ประเทศที่สามงดเว้นการบีบบังคับข้ามชาติ สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในยุโรป หรือประเทศใดๆชาติตะวันตกออกมาโชว์บทบาทผู้พิทักษ์ ความถูกต้อง แม้ในความเป็นจริงนั้นล้วนแต่ทำมาก่อนในเรื่องการเอากฎหมายของตัวเองไปบีบบังคับคนอื่น ตัวอย่างไม่นานมานี้ที่ชัดเจนที่สุดคือ “นิโคลัส มาดูโร” ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ที่ถูกใช้กำลังทางทหารอุ้มกลับไปดำเนินคดีในนครนิวยอร์ก เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาแต่เสียงกังวลที่มีน้ำหนักจริงๆ คือทางรัฐบาล “ไต้หวัน” เพราะหากลองพิจารณาดูแล้วจะเห็นได้ว่า การบั่นทอนหรือปลุกปั่นให้เกิดการแยกตัวที่เขียนไว้ในกฎหมาย ย่อมหมายถึงเกาะที่อยู่ตรงข้ามช่องแคบ รัฐบาลจีนให้ความชัดเจนมาตลอดว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนที่จะแยกจากกันไม่ได้ พร้อมตีตราว่าพรรคการเมืองบางพรรคของไต้หวันคือ กลุ่มที่มีแนวคิดแยกตัวเป็นเอกราชดังนั้น การตีความตามมาตรา 63 ย่อมสามารถเหมารวมได้หรือไม่ว่า การที่คนใดคนหนึ่งระบุตัวเองว่า เป็นชาวไต้หวันคือคนที่มีความคิดแยกตัว และบั่นทอนความเป็นเอกภาพของชาวจีนจึงมิแปลกที่ “ไล่ ชิง–เต๋อ” ประธานาธิบดี ไต้หวัน ได้ออกแถลงการณ์ว่า กฎหมายฉบับนี้ อาจนำมาใช้เล่นงานประชาชนชาวไต้หวัน ขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกช่วยกันต่อต้าน สมทบด้วยกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันที่ประกาศว่า สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตคือ บุคคลใดๆไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหนก็สามารถตกเป็นเป้าถูกเล่นงานด้วยกฎหมายดังกล่าวได้ หากพูดหรือกระทำการใดๆที่สร้างความขุ่นเคืองแก่รัฐบาลจีนอย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมจีนออกแถลงชี้แจงว่า “กฎหมายฉบับนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเงื่อนไขภายในประเทศจีน ซึ่งสอดคล้องกับหลักกฎหมายและเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่เป็นสากล ถือเป็นข้อบังคับทางกฎหมายที่มีความชอบธรรม ชอบด้วยกฎหมาย มีความจำเป็น และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ทุกประเทศทั่วโลกต่างมีสิทธิที่จะป้องกันการแบ่งแยกดินแดนและการกระทำที่ถือเป็นการทำลาย รวมถึงมีสิทธิในการธำรงไว้ซึ่งความ สามัคคีในสังคมและระเบียบแบบแผนที่ปกติสุข ผ่านการบัญญัติกฎหมายภายในประเทศ”และที่สำคัญ ข้อกฎหมายที่ครอบคลุมถึงเรื่องต่างประเทศนี้ มีเป้าหมายเพื่อจัดการกับการกระทำผิดกฎหมาย เป็นการใช้กลไก ทางหลักนิติกรรมในการเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายในรูปแบบ ต่างๆจากต่างชาติที่หวังเข้ามาแทรกแซงกิจการด้านชาติพันธุ์ของจีน กระแสกังวลที่ เกิดขึ้นในวันนี้คือการที่สื่อชาติตะวันตกนำไป ตีความแบบผิดๆ และบิดเบือนข้อกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนอกดินแดนจีนขอยืนยันอีกครั้งว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศของกฎหมายฉบับนี้ จะช่วยปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ ด้านการพัฒนาของจีน ตลอดจนคุ้มครองสิทธิ และผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ การบังคับใช้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คนทั่วไป งานเสวนาทางวิชาการ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ไปจนถึงกิจกรรมอื่นๆระหว่างจีนกับต่างประเทศแต่อย่างใดทิศทางจากนี้จะเป็นเช่นไรเวลาคงเป็นคำตอบ แต่สิ่งชัดเจนคือ จีนวันนี้ได้ เป็นมหาอำนาจพญามังกรที่มีหางยาวพันลี้ ปกคลุมใต้หล้า พร้อมที่จะทัดทานขั้วอำนาจ เก่าที่แต่เดิมเคยมีอิทธิพลกว้างไกล!?วีรพจน์ อินทรพันธ์คลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม