ศึกฟุตบอลโลก 2026 วันนี้เป็นวันสุดท้ายรอบ 32 ทีม มีฟาดแข้งกัน 3 คู่ 3 สนาม ไฮไลต์อยู่ที่ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่าจากอเมริกาใต้ ดวลกับหมู่เกาะเคปเวิร์ด ม้ามืดจากแอฟริกา นัดนี้ ลิโอเนล สกาโลนี เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์จัดชุดใหญ่มี ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมที่กดไปแล้ว 6 ตุง นำทัพลูกทีมลงสนามอีก 2 คู่ที่เหลือ “ซอคเกอร์รูส์” ออสเตรเลีย ตัวแทนจากเอเชีย ดวลกับ “มัมมี่” อียิปต์ ทีมแกร่งจากแอฟริกา และ “ลอส กาเฟตรอส” โคลอมเบีย ทีมแกร่งจากอเมริกาใต้ ปะทะ “ดาวดำ” กานา ตัวแทนจากแอฟริกา ทั้งสองคู่ใส่กันยับ เพราะมีตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นเดิมพัน ทั้ง 3 คู่ โมโนแม็กซ์ถ่ายสด ขณะที่ผล “เวิลด์ คัพ 2026” เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม พลิกนรกจากตามหลัง “สิงโตเตรังกา” เซเนกัล 0-2 กลับมาตีเสมอ 2-2 ช่วงท้ายเกม ก่อนจะได้ยูรี ติเลมันส์ ซัดจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บพาเบลเยียมชนะเซเนกัล 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษตีตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปฟัดกับ “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา หนึ่งในเจ้าภาพร่วมที่บดชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวินา ไป 2-0 ส่วน “สิงโตคำราม” อังกฤษ หนึ่งในเต็งแชมป์จากยุโรป ฮึดกลับมายิงแซงชนะดีอาร์ คองโก ทีมแกร่งจากแอฟริกา ไปได้ 2-1 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเจอ “จังโก้” เม็กซิโก หนึ่งในเจ้าภาพร่วมในวันที่ 5 ก.ค.นี้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของรอบ 32 ทีมสุดท้ายมีฟาดแข้งกัน 3 คู่ 3 สนามเหมือนเดิม คู่เอกอยู่ที่ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่าและแชมป์กลุ่มเจ พบกับ “ฉลามสีน้ำเงิน” หมู่เกาะเคปเวิร์ด ม้ามืดจากแอฟริกาที่เข้ารอบมาเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มเอช เกมนี้ฟาดแข้งกันที่ ไมอามี สเตเดียม, รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 3 ก.ค. เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 4 ก.ค. เวลา 05.00 น. ช่อง โมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดลิโอเนล สกาโลนี เทรนเนอร์ทีมชาติอาร์เจนตินา เกมนี้จะเรียกตัวหลักๆ ที่ได้พักในเกมชนะจอร์แดน 3-1 กลับมาลงสนามอีกครั้งหลังจากได้พัก แนวรับวางลิซานโดร มาร์ติเนซ, คริสเตียน โรเมโร ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ขับเคลื่อนเกมกลางสนามร่วมกับโรดริโก เดอ ปอล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และติอาโก อัลเมดา แดนหน้า ลิโอเนล เมสซี ที่กดไปแล้ว 6 ประตูจาก 3 นัดผนึกกำลังเลาตาโร มาร์ติเนซ ลงล่าตาข่ายบับติสตา เฮดโค้ชหมู่เกาะเคปเวิร์ด ยังไม่แพ้ใครในศึกฟุตบอลโลกหนนี้เสมอมา 3 นัดในรอบแรก เกมนี้ตัวหลักๆอยู่พร้อมหน้า แนวรับวางดินีย์ บอร์เจส, โรแบร์โต โลเปส ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ไรอัน เมนเดส กัปตันทีมผนึกกำลังจามิโร มอนเตโร, เดรอย ดูอาร์เต, วิลลี เซเมโด ปั้นเกมรุก โดยมี ไดลอน ลิฟราเมนโต ลงยืนหน้าเป้าอาร์เจนตินาเหนือกว่าอยู่หลายช่วงตัว เกมนี้จะเป็นฝ่ายเดินเกมรุกกดดันเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม แม้ว่าหมู่เกาะเคปเวิร์ดจะมาเน้นรับเป็นพิเศษเหมือน 3 เกมในรอบแรก แต่ด้วยแนวรุก “ฟ้า-ขาว” ที่มีทั้งเมสซี, เลาตาโร รวมถึงอัลเมดา และเอ็นโซน่าจะช่วยกันยิงพาทีมผ่านเข้ารอบไปได้ไม่ยากด้าน “ซอคเกอร์รูส์” ออสเตรเลีย ตัวแทนจากเอเชียที่เหลืออยู่อันดับ 2 ของกลุ่มดี พบ “มัมมี่” อียิปต์ ทีมแกร่งจากแอฟริกา อันดับ 2 กลุ่มจี เกมนี้ฟาดแข้งที่ดัลลัส สเตเดียม, รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 3 ก.ค. เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 4 ก.ค. เวลา 01.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์, โมโนแม็กซ์ สปอร์ต (ช่อง 29) ถ่ายทอดสดโทนี โปโปวิช นายใหญ่ทีมชาติออสเตรเลีย สภาพทีมตัวหลักๆ อยู่พร้อมหน้าเกมนี้ยึดผู้เล่นจากเกมเสมอปารากวัย 0-0 ลงสนาม แนวรับวางอเลสซานโดร ชีร์กาติ, แฮร์รี ชูตทาร์, ลูคัส เฮอร์ริงตัน ยืนเป็น 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เนสตอรี อิรันกุนดา ดาวรุ่งตัวเก่งผนึกกำลังไอเดน โอนีลล์, พอล โอคอน-เอสเลอร์, คอนเนอร์ เมตคาล์ฟ ขับเคลื่อนเกมกลางสนาม โมฮัมเหม็ด ตูเร ลงยืนหน้าเป้าฮอสซัม ฮัสซัน เฮดโค้ชทีมชาติอียิปต์ จะไม่มีโมฮานาด ลาสฮีน ที่ติดโทษแบน ส่วนคนอื่นๆ อยู่กันครบ แนวรับวางรามี ราเบีย, มูฮัมมัด อับเดล โมเนม ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ มาห์มูด ซาเบอร์, มาร์วาน ฟาฮิม กัลลับ คุมจังหวะเกม โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ กัปตันทีมชาติอียิปต์ ผนึกกำลังโมฮัมเหม็ด ซิโก, เอมาม อาชูร์ ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางโอมาร์ มาร์มูช กองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงยืนหน้าเป้าคู่สุดท้ายของวัน “ลอส กาเฟตรอส” โคลอมเบีย ทีมแกร่งจากอเมริกาใต้แชมป์กลุ่มเค พบ “ดาวดำ” กานา ตัวแทนจากแอฟริกาอันดับ 3 กลุ่มแอล เกมนี้ฟาดแข้งกันที่แคนซัส ซิตี้ สเตเดียม, รัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 3 ก.ค. เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 4 ก.ค. เวลา 08.30 น. ช่องโมโนแม็กซ์, โมโนแม็กซ์ สปอร์ต (ช่อง 29) ถ่ายทอดสดเนสตอร์ ลอเรนโซ เฮดโค้ชทีมชาติโคลอมเบีย จะยึดผู้เล่นหน้าเดิมๆ จากเกมเสมอโปรตุเกส 0-0 ลงสนาม แนวรับวางดาวิดอน ซานเชซ, จอน ลูชูมี ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เจฟเฟอร์สัน เลอมา ปักหลักตัดเกม จอน อาริอาส, กุสตาโว ปูเอร์ตา ขับเคลื่อนเกมกลางสนาม แดนหน้าวางหลุยส์ ดิอาซ ผนึกกำลังฮาเมส โรดริเกซ และจอห์น คอร์โดบา ลงยืนหน้าเป้าด้านคาร์ลอส เคยรอช กุนซือทีมชาติกานา ตัวหลักๆอยู่กันครบ เกมนี้จะยึดผู้เล่นหน้าเดิมๆ จากเกมโค่นโครเอเชีย 1-2 ลงสนาม แนวรับวางเดอร์ริค ลุชคาสเซน, โยนาส อัดเจเตย์ ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โธมัส ปาร์เตย์ คุมจังหวะเกมร่วมกับควาซี ซิโบ, เอลิชา โอวูซู แดนหน้าวางอองตวน เซเมนโย ผนึกกำลังคามัลดีน ซูเลมานา, จอร์แดน อายิว ยืนเป็น 3 ประสานล่าตาข่ายขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีม เมื่อเวลา 04.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 2 ก.ค. ตามเวลาประเทศไทย “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม พบกับ “สิงโตเตรังกา” เซเนกัล เกมนี้ใครชนะจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเปิดฉากมาเป็นทางเซเนกัลที่ทำได้ดีกว่าออกนำไปก่อนจากฮาบิบ ดิอาร์รา นาทีที่ 24 จากนั้น “สิงโตเตรังกา” ยังฮอตต่อเนื่อง อิสไมลา ซาร์ บวกสกอร์เพิ่มในนาทีที่ 51 ให้เซเนกัลขึ้นนำ 2-0 เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของทีมดังจากแอฟริกา แต่ “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” ยังไม่ยอมแพ้มาตีตื้นได้จากโรเมลู ลูกากู นาทีที่ 86 จากนั้นอีก 3 นาที ยูรี ติเลมันส์ โหม่งเข้าไปตีเสมอได้ในที่สุด จบ 90 นาที เบลเยียมเสมอกับเซเนกัล 2-2 ต้องต่อเวลาออกไปอีก 30 นาที แต่ไม่สามารถทำอะไรเพิ่มกันได้ เกมทำท่าจะจบด้วยการตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ แต่ช่วงทดเจ็บ เบลเยียมมาได้จุดโทษ ก่อนจะเป็น ติเลมันส์รับหน้าที่สังหารเข้าไปตุงตาข่ายให้เบลเยียม พลิกกลับมาชนะเซเนกัลไป 3-2 ตบเท้าเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้าน “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา หนึ่งในเจ้าภาพร่วมแม้จะเหลือแค่ 10 คน แต่ยังบดชนะ บอสเนีย และเฮอร์เซโกวินา ไป 2-0 เจ้าถิ่นได้ประตูจากฟลอเรียน บาโลกัน นาทีที่ 45 และมาลิค ทิลล์แมน นาทีที่ 82 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้ สหรัฐฯผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม ที่ไปยืนรอก่อนหน้านี้ โดยจะฟาดแข้งในวันที่ 6 ก.ค.69ส่วนอีกคู่ลงเตะในคืนวันพุธที่ผ่านมา “สิงโตคำราม” อังกฤษ หนึ่งในทีมเต็งแชมป์พลิกจากตามหลังดีอาร์ คองโก ทีมแกร่งจากแอฟริกา กลับมาชนะหวุดหวิด โดยคองโกออกนำอย่างรวดเร็วจาก ไบรอัน คิเพนกา นาทีที่ 7 ก่อนอังกฤษจะยิงแซงได้ช่วงท้ายเกมจากการเหมาของแฮร์รี เคน นาทีที่ 75 และ 86 จบเกม อังกฤษ พลิกชนะดีอาร์ คองโก ไป 2-1 ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ “จังโก้” เม็กซิโก หนึ่งในเจ้าภาพร่วม ในวันที่ 5 ก.ค.69อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่