“อนุทิน” ตั้งโต๊ะแถลงผลสอบทุจริตแก้ไขคะแนนบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นปี 68 แฉเหตุกล้าทุจริตเพราะไม่คิดมี “รบ.หนู 2” พร้อมโชว์กระดาษคำตอบหลักฐานทุจริตจะจะ ทั้งแก้ไฟล์คะแนนดิบจาก 45 เป็น 77 คะแนน โวยสั่งให้ชะลอบรรจุเพื่อความโปร่งใส แต่ คกก.ส่วนใหญ่ลงมติให้เดินหน้าบรรจุต่อ ลั่นหากผลสอบชี้ว่าผิดและเป็นโมฆะ ความรับผิดชอบต้องตกอยู่ที่บอร์ด กถ. ส่วนรองปลัด มท. เผยพบ 5 ข้าราชการ สถ.เอี่ยวทุจริต ต้องขยายผลไปถึงอาญา ด้าน “เท้ง-ณัฐพงษ์” รับหนังสือร้องเรียนจากผู้สอบสุจริตที่ได้ผลกระทบ ยัน ปชน.ไม่นิ่งนอนใจเล็งใช้สภาฯติดตามตรวจสอบตามบัญชานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบทุจริตแก๊งโกงคะแนนสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่นปี 68 มีกำหนด 7 วัน กรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และ บก.ปปป.ทลายแก๊งทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น บุกค้นบริษัทย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขกระดาษคำตอบให้ผู้สมัครที่จ่ายเงินค่าโกง รวบผู้ร่วมขบวนการ 10 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็น จนท.รัฐ จากนั้นเข้าตรวจค้นโรงพิมพ์และโกดังเก็บเอกสารขนาดใหญ่ของบริษัท จันวาณิชย์ (ริเวอร์ไซด์) ย่านพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ขนต้นฉบับกระดาษคำตอบสอบเข้า ขรก.ท้องถิ่นปี 68 กว่า 8 แสนใบ ไปตรวจสอบเทียบเคียงไฟล์รายชื่อ-คะแนนผู้สอบผ่าน ขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ยกเลิกคำสั่งชะลอบรรจุ-แต่งตั้ง 1 ก.ค. ให้ไปรายงานตัวเหมือนเดิม อ้างปกป้องสิทธิคนสุจริตที่สอบได้ด้วยฝีมือ หากพบทุจริตจริงเพิกถอนเฉพาะราย ตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าเรื่องนี้เวลา 14.15 น.วันที่ 2 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงผลสอบทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น นายอนุทินกล่าวว่า ตรวจพบความไม่สุจริต มีความพยายามทําให้เกิดการโกงเชื่อมโยงถึงผลประโยชน์ มีหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบ บางหน่วยสอบสวนลึกมาก สมัยตนเป็นรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในปี 2566 มีข่าวทํานองนี้ สั่งการให้ชะลอและไม่ให้มีการสอบ มีการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยที่เป็นสนามสอบ ใช้เวลา 2 ปีกว่า ที่จะมีการสอบ สอบถามไปว่าเหตุใดมีการเร่งสอบในตอนนี้ทั้งที่สั่งยกเลิกไปช่วงปลายปี 2568 พวกที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคงคิดว่าจะมีแค่รัฐบาลหนู 1 ไม่ได้เกรงกลัว คิดว่าเดี๋ยวคงมีการเปลี่ยนแปลงในกระทรวง การสอบก็ยังไม่มีใครมารายงานสักคนว่ามีเรื่องการสอบพวกนี้ ถ้าถามว่าเขาผิดหรือไม่ที่ไม่ได้มารายงาน ก็ไม่ผิด เพราะเป็นขอบเขตอํานาจของกรม รัฐมนตรีหรือนายกฯไม่สามารถรู้ทุกเรื่องได้ อาจเป็นการล้วงลูกได้ ถ้าสอบแล้วผ่านไปด้วยดีไม่มีคนร้องเรียน ไม่มีทุจริต ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ก็ไม่มีปัญหานายอนุทินกล่าวต่อว่า พอเข้าสมัย 2 คงผิดความคาดหมาย เลยไปแก้คําตอบและไฟล์ข้อมูล เห็นการสุ่มตรวจกระดาษคําตอบ บางคนได้ 45 คะแนน แต่ผลประกาศออกมา 77 คะแนน ตรวจไป 80 คนอยู่ในลักษณะนี้หมด เขาเตรียมการไว้หมด มีการสร้างกระดาษคําตอบนี้ นายอนุทินกล่าวพร้อมชูตัวอย่างกระดาษคําตอบและพูดว่า “อันนี้เป็นกระดาษปลอม ไม่ใช่ของจริง ไม่ต้องถามหรอกกระบวนการนี้มันทุจริตแน่ กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เข้าข่าย ไม่ สามารถเปิดเผยชื่อตอนนี้ได้ เพราะยังไม่ได้ดําเนินคดี จะเป็นการกล่าวหาเขา มีบุคคลที่มีชื่อเสียงมีตําแหน่งสูง กล่าวหาลอยๆไม่ได้ ต้องรอผลสอบของหลายหน่วยมายันข้อมูลกันให้รูปคดีแน่นหนา โอกาสที่จะดิ้นหลุดไม่มี มีทั้งเรื่องโอนเงิน มีการบรรจุคน มีการแก้คะแนน ดูแต่ละเรื่องเป็นอาญาแผ่นดินทั้งนั้น อย่างที่บอกพวกชั่ว ขายชาติ อันนี้คือความรู้สึกที่ทุกคนก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่จะบอกเฉยๆไม่ได้ ต้องพูดให้เขารับข้อกล่าวหานี้ด้วยหลักฐาน ในรัฐบาลนี้ต้องมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ มัดตัวให้แน่นดิ้นไม่หลุด ที่ผ่านมายังไม่เห็นใครรอดสักราย จากนี้ไปใครคิดจะโกงก็อยู่ไม่ได้ เท่าที่ทราบมีทั้งเส้นการเงิน เส้นการร่วมมือและผู้ร่วมกระบวนการ”เมื่อถามว่าสามารถเปิดเผยชื่อผู้ร่วมกระบวน การได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่ใหญ่ทําไม่ได้หรอก เขาคงต้องเร่งทําเพราะหลายคนบรรจุไปแล้ว ผู้ที่บรรจุไปแล้วต้องขอแสดงความเสียใจด้วย ถ้าหากออกมาแล้วมันผิดทุกอย่างต้องเป็นโมฆะหมด ใครทําอะไรไว้รู้อยู่แก่ใจ คิดว่าไม่น่าจะพ้นไปได้ จากนี้การสอบสวนจะเพิ่มความเข้มข้น เพิ่มทีมงาน บูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงานเอาผิดขบวนการนี้ และในวันที่ 1 ก.ค. ทราบมาว่ามีการบรรจุข้าราชการ แต่เมื่อมีการทุจริตจากการสอบครั้งนี้ก็ไม่ควรบรรจุ ควรจะชะลอ ยืดเวลา หรือยกเลิก แต่การจะบรรจุหรือไม่มีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (กถ.) ดูแล ในคณะกรรมการชุดนี้มีบุคคลภายนอกร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย ในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยเสนอให้ชะลอ แต่คณะกรรมการส่วนใหญ่ที่มาจากภายนอกไม่เห็นด้วย ลงมติให้มีการบรรจุต่อไป เมื่อมาพบเช่นนี้ความรับผิดชอบอยู่ที่ กถ.ด้วย รัฐบาลไม่ใช่ไม่ทําอะไร ทําทุกอย่างแล้ว เดี๋ยวต้องมาดูพยานหลักฐานแล้วค่อยว่ากันเมื่อถามว่าช่วงรัฐบาลหนู 1 ใครเป็นคนย่ามใจ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนรัฐบาลหนู 1 มีคนย่ามใจเยอะ ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว เข้าใจว่าตอนนั้นเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะไปวันไปพรุ่งก็ไม่รู้ และยุบสภาก่อนวันที่เรากำหนด เป็นรัฐบาลรักษาการ หลังจากนั้นเราเป็นรัฐบาลมีเอกภาพ ตอนนี้เรื่องการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงานไม่ต้องห่วง พอเกิดเรื่องแบบนี้ไม่มีใครกล้าเปิดสอบ เชื่อว่าที่อ้างกันมา 3 ปี ไม่ได้สอบเลย ก็ไม่เห็นว่าการให้บริการประชาชนประสิทธิภาพ จะลดลง เมื่อถามว่าถือว่าท้าทายอำนาจ รมว.มหาดไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ท้าทายอำนาจนายกฯ แต่ท้าทายอำนาจประชาชน เมื่อถามว่ามีบุคคลที่ใหญ่กว่าข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่และจะสาวถึงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องห่วง ตอนนี้คนมารุมสืบสวนสอบสวนทุกหน่วยงาน สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือมีความพยายามแก้ไขข้อมูลคะแนน กระดาษคำตอบ ที่ในตัวกระดาษคะแนนหนึ่ง แต่ในคอมพิวเตอร์อีกคะแนนหนึ่ง แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว ต้องไปตรวจสอบอะไรอีก เมื่อถามว่าเป็นการประมาทรัฐบาลนายกฯหนูเกินไปหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า หากจะมองอย่างนั้นก็เป็นธรรมดา เมืองไทยก็อย่างนี้ขณะที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอนุทินพูดตั้งแต่วันที่มีการจับกุมว่าคนที่ทุจริตเป็นพวกขายชาติ สั่งการให้ชะลอการบรรจุ ได้สั่งการไปยัง สถ. แต่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติให้บรรจุตามปกติ เป็นที่มาของความวุ่นวายเพิ่มขึ้นอีกระดับ กระทรวงมหาดไทยร่วมกับ ป.ป.ช. อายัดข้อมูลดิบที่เป็นกระดาษสอบกว่า 8 แสนแผ่น มีการเปิดไทม์ไลน์ว่า 3-6 เดือน การตรวจสอบจะแล้วเสร็จ รวมถึงจะตรวจสอบย้อนหลัง ในส่วนกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 7 วันทำการ แต่เราทำเสร็จก่อน จากนี้จะตรวจสอบเส้นทางการเงินใครเกี่ยวข้องทั้งหมดต้องรับผิดชอบ เอาคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาลงโทษ เมื่อตรวจสอบเสร็จจะส่งข้อมูลไปยัง ป.ป.ช.ดำเนินการต่อ หากมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยอีกจะตั้งกรรมการสอบเพิ่มเติมด้านนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการแสวงหาข้อเท็จจริงและบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 15 ราย มีการตรวจสอบจากทั้ง 10 ศูนย์ พบผู้รับจ้างไม่ได้ส่งภาพถ่ายและกระดาษคำตอบให้ สถ. ทันทีที่ตรวจคำตอบเสร็จ ได้สุ่มตรวจแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกภาพถ่ายและกระดาษคำตอบของทุกคนกับผลคะแนน ปรากฏว่าการสุ่มตรวจ 79 ราย ใบคะแนนกับสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลถึง 48 ราย พบการแก้ไขคะแนนอย่างมีนัยสำคัญ ผู้รับจ้างส่งผลสอบให้ กสถ. เป็นแฟลชไดรฟ์ แต่ไม่ปรากฏว่า กสถ.นำข้อมูลผลคะแนน ภาค ก.และภาค ข. มาสอบทานกับวิชาเฉพาะ ที่ผู้รับจ้างส่งให้ หลังประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. พบว่ายังมีการแก้ไขข้อมูลก่อนส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่ สถ. ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก อีกหนึ่งกลุ่มคือบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน ส่วนการดำเนินการทางวินัยเบื้องต้น พบว่ามีข้าราชการสามัญสังกัด สถ. มีมูลอันควรกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัย 5 รายนายสันติธรกล่าวต่อว่า สำหรับไฟล์ข้อสอบที่ต้องสำรองเก็บไว้ 2 ชุด อยู่ที่ มศว 1 ชุด และ สถ. 1 ชุด ส่วนคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงรับผิดชอบในฐานะกระทรวงมหาดไทย ดูเฉพาะไฟล์กระดาษคำตอบของ สถ. ขณะเดียวกันได้ขอข้อมูลจาก มศว อีกทาง แต่เขาไม่ได้ให้มาจึงเปรียบเทียบเฉพาะเอกสารที่มี ส่วนพฤติการณ์ข้าราชการพลเรือน 5 รายที่กระทำความผิดนั้น เป็นเพียงการกล่าวหา จากการสอบสวนที่ผ่านมา 5 วัน ต้องขยายผลทั้งด้านวินัยและอาญา เมื่อถามว่าเป็นพฤติการณ์แบบผู้สั่งการหรือไม่ นายสันติธรปฏิเสธว่ายังไม่ใช่ ยังไม่ถึงขนาดนั้นก่อนนี้ เมื่อเวลา 12.00 น.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) รับหนังสือจากตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากการชะลอการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังมีปัญหาทุจริตการสอบ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยืนยันให้ความเชื่อมั่นว่าผู้สอบส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สอบโดยสุจริต แม้รัฐบาลจะตั้งใจดีในการกวาดล้างการทุจริต แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนจำนวนมากด้วย พรรคไม่ได้นิ่งนอนใจเตรียมตั้งคำถามในที่ประชุมสภาฯ รวมถึงขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมาธิการชุดต่างๆผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด มองว่าเวทีสภาคือช่องทางที่เหมาะสมและปลอดภัยในการติดตามตรวจสอบเรื่องนี้มากกว่าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในของฝ่ายบริหาร เนื่องจากเป็นเวทีที่รวมตัวแทนจากทุกภาคส่วน จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถสะท้อนปัญหาได้อย่างมั่นใจ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดต่อไปต่อมาเวลา 13.20 น. มีการประชุมสภาผู้แทน ราษฎร พิจารณากระทู้สดถามของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถาม รมว.มหาดไทย ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ช่วยเหลือกัน เพราะมีคลิปเสียงกล่าวหาภริยาปลัดกระทรวงมหาดไทยมีส่วนเกี่ยวข้องทุจริตสอบ คณะกรรมการสอบสวนฯให้น้ำหนักการสอบอย่างไร ถ้าไปกระทบกับผู้ใกล้ชิด จะหยิบมาพิจารณาหรือไม่ ที่ผ่านมาได้เรียกเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบมาให้ข้อมูลครบถ้วนหรือยัง ในฐานะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย มองเห็นอะไรกับการทุจริตที่เกิดขึ้น และใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการทุจริตครั้งนี้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงแทน รมว.มหาดไทยว่า กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. ขณะนี้กระบวนเรียกบุคคลชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างประมวลผล จะครบกำหนดผลสอบ 7 วัน ในวันที่ 3 ก.ค. กรณีดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก มีรายชื่อผู้สอบกว่า 3,000 รายชื่อ แต่จะเกี่ยวข้องไปถึงคนในกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ให้รอผลสอบวันที่ 3 ก.ค.เรื่องคลิปเสียงต่างๆ คณะกรรมการ ไม่ได้ทอดทิ้ง บางเรื่องปล่อยมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ไม่ต้องกังวล กระบวนการสอบข้อเท็จจริงได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลหมดแล้ว หลักฐานต่างๆอย่างเรื่องทีโออาร์ คณะกรรมการโฟกัสอยู่แล้ว กรอบเวลา 7 วัน จะทำให้ได้ข้อเท็จจริงเร็วและมากที่สุด แต่ต้องรอบคอบ ไม่กระทบผู้ไม่เกี่ยวข้อง สิ่งที่สำคัญกว่ากรอบเวลาคือการวินิจฉัยไม่ให้ผิดพลาด ที่ต้องไปด้วยกันกับกรอบเวลา สิ่งที่ถามว่าเห็นอะไรกับการทุจริตที่เกิดขึ้น เรารับไม่ได้กับการทุจริต นายกฯ ให้ความสำคัญเรื่องนี้ สั่งเด็ดขาดเอาตัวคนผิดมาลงโทษ ทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้คือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามวันเดียวกัน ยังมีการประชุมคณะกรรมาธิการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร มีนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ประธานกมธ.ฯทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากรณีการทุจริตสอบเข้าท้องถิ่น โดยเชิญตัวแทนมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มาให้ข้อมูล แต่ มศว ไม่ได้ส่งตัวแทนมา มีเพียงตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรรมการสอบ เข้าร่วมให้ข้อมูลส่วนนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายพงศกรณ์ หรือกฤต เสาร์ทน อดีตคณะทำงาน รมว.เกษตรฯ อ้างชื่อเป็นที่ปรึกษา กมธ.ป.ป.ช.ชุดที่แล้ว เพื่อล่อซื้อตรวจสอบการทุจริตสอบเข้าท้องถิ่น เมื่อเดือน ธ.ค.68ว่า การอ้างชื่อ กมธ.ป.ป.ช. เพื่อล่อซื้อการทุจริตดังกล่าว ทำให้สภาผู้แทนราษฎรเสียหายมาก จะให้ กมธ.ป.ป.ช. ทำหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ให้สำนักกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ดำเนินคดีบุคคลที่พาดพิงทำให้ กมธ.ป.ป.ช.เสียหาย ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเข้าใจผิดว่าเราเรียกรับผลประโยชน์อีกด้าน ที่ บก.ปปป. นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ขอให้เร่งรัดคดีทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมมอบหลักฐานเส้นทางการเงิน รายชื่อเอเย่นต์ และแชตสนทนาเรียกรับเงินช่วยสอบเข้ารับราชการ ทนายอั๋นอ้างว่า พบเอเย่นต์รายใหญ่คุมพื้นที่อีสานใต้ เรียกเงินผู้สมัครรายละ 6 แสนบาท แลกตำแหน่งสายธุรการและการเงินใน อบต. นัดรวบรวมเงินวันที่ 15 พ.ย.68 ก่อนขนเงินสดเข้ากรุงเทพฯ ส่งต่อเซฟเฮาส์และวัดใน จ.นนทบุรี อาจมีข้าราชการระดับสูงเกี่ยวข้อง เบื้องต้นมีผู้เสียหายจ่ายเงินแล้วสอบไม่ติดเข้าร้องเรียน 7 ราย พร้อมขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐใช้มาตรฐานเดียวกับคดีอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่