ภาษาเขมร “กุน” หมายถึง “ศิลปะการต่อสู้” กุนขแมร์หมายถึง “ศิลปะการต่อสู้ของเขมรหรือมวยเขมร” ตั้งแต่ ค.ศ.2023 กุนขแมร์เป็นคำที่ชาวเขมรภาคภูมิใจมากที่สุด โดยบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ชาติและมรดกทางวัฒนธรรมปัจจุบันมีการใช้คำว่ากุนขแมร์เป็นชื่อการแข่งขันมวยทั้งในและต่างประเทศ มีการผลิตเสื้อผ้า เสื้อยืด กางเกงมวย และอุปกรณ์กีฬาที่มีคำว่า Kun Khmer แม้แต่ชื่อบริษัทและธุรกิจที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับกีฬา ฟิตเนส และสถานที่ท่องเที่ยวก็นำคำว่ากุนขแมร์ไปประกอบกันอย่างแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ของเขมร มักจะใช้แฮชแท็กว่า #Kun Khmer รัฐบาลและเอกชนเขมรผลักดันให้กุนขแมร์เป็นแบรนด์ระดับประเทศ โดยประกาศว่าจะทำให้กุนขแมร์คล้ายกับคาราเต้ของญี่ปุ่น หรือเทควันโดของเกาหลีใต้ปัจจุบัน กุนขแมร์ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของศิลปะการต่อสู้ แต่พัฒนาไปเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และวัฒนธรรม รวมทั้งถูกนำไปใช้เป็นแบรนด์สินค้า บริการ การแข่งขันกีฬา สื่อออนไลน์ และกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศแต่ก่อนง่อนชะไร คนเขมรนิยมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ผลิตจากไทย แต่หลังจากกรณีพิพาทชายแดนไทย-เขมร รัฐบาลของฮุน มาเนต ก็เร่งให้บริษัทและโรงงานเขมรผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ค่อนข้างผลิตได้ง่าย และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ชาวเขมรภูมิใจต้องมียี่ห้อเป็นภาษาเขมรอย่างเช่นแบรนด์ “กุนขแมร์ 68”ความเร่งจัดทำโครงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเขมรผลิตสินค้าทดแทนสินค้าไทย ทำให้โรงงานเขมรก๊อบปี้ดีไซน์ฉลากของไทยมาทั้งหมด โดยไม่ได้ตรวจสอบความหมายของสัญลักษณ์บนซองที่เป็นประเด็นใหญ่ในขณะนี้คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “กุนขแมร์ 68” เขียนว่า “รสหมูสับ” แต่มีการพิมพ์เครื่องหมายฮาลาล เรื่องนี้เป็นสิ่งต้องห้ามร้ายแรงตามหลักศาสนาอิสลาม จนเป็นประเด็นที่ถูกนำไปวิจารณ์กันอย่างหนักในกลุ่มประเทศอิสลาม เกิดกระแสแอนตี้และวิจารณ์ในมาเลเซียและอินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ และมีกฎหมายควบคุมเครื่องหมายฮาลาลที่เข้มงวดเรื่องนี้เป็นวิกฤติความเชื่อมั่นของสินค้าที่ผลิตในเขมร ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์มาตรฐานสินค้า รัฐบาลของฮุน มาเนต ไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดงบประมาณให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ และผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ในระบบการผลิตสินค้าสำหรับกลุ่มประเทศอิสลาม มีการอบรมสัมมนากันอย่างเร่งด่วน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่ององค์ความรู้การผลิตสินค้าในระยะยาวรูปภาพที่แพร่ขยายกระจายไปในกลุ่มประเทศอิสลาม เป็นบรรจุภัณฑ์ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสีเหลืองที่ระบุอย่างชัดเจนว่ารสหมูสับ แต่ที่บริเวณขอบถ้วยกลับมีสัญลักษณ์ฮาลาลพิมพ์ติดอยู่ด้วยจากการตรวจสอบของทางการเขมร พบว่าเกิดมาจากความรีบร้อนและการตรวจสอบที่ไม่รัดกุม ที่ก๊อบปี้ดีไซน์และอาร์ตเวิร์กฉลากสินค้าของไทยมาใช้ทั้งหมด เครื่องหมายฮาลาลติดมากับไฟล์งานที่ลอกจากไทยเรื่องนี้ไม่ได้เป็นข่าวลวงหรือเฟกนิวส์ เป็นข่าวจริงที่มีการยอมรับกันในระดับรัฐบาลและเอกชนถึงความผิดพลาดในไลน์การผลิตและการออกแบบฉลากของฝั่งเขมรแม้ว่าแรงงานเขมรจะมีเป็นจำนวนมาก แต่แรงงานฝีมือด้านวิศวกรรม การออกแบบ และการควบคุมคุณภาพยังมีไม่เพียงพอ วัตถุดิบต่างๆก็ยังต้องนำเข้าจากไทยและเวียดนาม รัฐและเอกชนเขมรไม่มีงบประมาณด้านวิจัยและพัฒนามากพอเหมือนกับประเทศอุตสาหกรรม โรงงานจำนวนไม่น้อยยังไม่รับมาตรฐาน เช่น ISO หรือมาตรฐานเฉพาะอุตสาหกรรมมาเลเซียเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกับเขมร พยายามช่วยเขมรด้วยการซื้อสินค้าหลายอย่าง เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า ผลิตภัณฑ์เกษตร สินค้าอุตสาหกรรมเบาบางประเภท รวมทั้งอาหารคนที่เห็นใจผู้ผลิตสินค้าชาวเขมรก็ดาหน้าออกมาแก้ต่างตามโซเชียลมีเดียว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถสร้างกลิ่นหรือรสหมูจากวัตถุดิบจากพืชหรือสารปรุงแต่งสังเคราะห์แต่ก็ถูกหน่วยงานทางศาสนาในกลุ่มประเทศอิสลามตอบโต้ว่า แม้ผลิตภัณฑ์จะไม่มีหมูจริง แต่การใช้ชื่อหรือสื่อสารว่าเป็นรสหมูก็ทำให้ไม่สามารถรับรองฮาลาลได้ เพราะก่อให้เกิดความสับสนต่อผู้บริโภค.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม