ข้อมูลนับร้อยจากทุกช่องทางทะลักสำนักนายกฯ หลัง “นายกฯหนู” เปิดให้แจ้งเบาะแสการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปลัด มท. ส่งนิติกรแจ้งความร้องทุกข์กองปราบปราม ดำเนินคดีเฟซบุ๊กแฟนเพจ “CSI LA” ปล่อยคลิปเสียงใส่ความเมียเกี่ยวข้องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นกว่า 4,500 ล้านบาท ด้าน “ทรงศักดิ์” อดีต รมช.มท. ส่งทีมกฎหมายแจ้งความ สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดี “ส้ม-กิจ” คนในคลิปเสียงที่แอบอ้างชื่อตัวเองเอี่ยวโกงสอบ เผยรู้ตัวหมดแล้วว่าเป็นใคร ยันไม่เคยรู้จักมาก่อน ชี้ช่องให้ลุ้นวันเปิดห้องมั่นคงที่ใช้เก็บกระดาษคำตอบตัวจริง จะสะท้อนให้เห็นว่า ใครเกี่ยวข้องกับการทุจริตบ้าง ส.ถ.แนะช่วยคุ้มครองข้าราชการและพนักงานที่พบเกี่ยวข้องกับการทุจริตไว้เป็นพยาน เพราะเป็นชั้นผู้น้อยเกรงถูกตัดตอน “กองปราบฯ” ร่อนหนังสือจี้ ป.ป.ช.-สถ.-มศว ส่งเอกสารหลักฐานสำคัญมาประกอบการสอบสวน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีตามคำสั่งนายกฯกรณีผู้สมัครสอบเข้ารับราชการของหน่วยงานในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หลายราย เข้าร้องเรียนถึงข้อสงสัยว่าเกิดการทุจริต มีผู้จ่ายเงินไปแล้วตั้งแต่ 3-9 แสนบาท แต่หลังการประกาศชื่อผู้สอบเข้าได้กว่า 6 พันคน จากผู้เข้าสอบกว่า 4 แสนคน ทั่วประเทศ ปรากฏว่าทั้งคนสอบติดและสอบไม่ติด ตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์แฉขบวนการโกงสอบครั้งมโหฬารนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ ปปป.เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบ้านเลขที่ 93/64 หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ตั้งบริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ของนายพิชิต ทั้งพรม อดีต ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พบผู้กำลังแก้คะแนนสอบกว่า 10 คน นำตัวมาสอบสวนและตรวจยึดคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ พร้อมหลักฐานจำนวนมาก เชื่อว่าเป็นแก๊งใหญ่มีผู้ร่วมขบวนการทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยถึงคดีการทุจริตสอบเข้ารับราชการสังกัดกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. พนักงานสอบสวน บก.ป.ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอข้อมูลและพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดี เนื่องจากคดีนี้ ป.ป.ช.เป็นผู้รวบรวมหลักฐานมาก่อน แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลกลับมารายงานข่าวระบุว่า หลังจากนายสุบิน แสงสุริยา ผู้รับมอบอำนาจจากกระทรวงมหาดไทย มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีผู้กระทำความผิด กรณีเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เข้าตรวจค้นบริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด พบกลุ่มบุคคลกำลังใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก้ไขคะแนนในสำเนากระดาษคำตอบให้ตรงกับประกาศผลสอบ โดยทุจริตการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 ป.ป.ช.ตรวจยึดสำเนากระดาษคำตอบ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเครื่องมือสื่อสารในที่เกิดเหตุไว้ตรวจสอบจำนวนมากเนื่องจากพยานหลักฐานและข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญในการสืบสวนสอบสวน เพื่อยืนยันการกระทำความผิดของผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวน บก.ป.จึงขอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยข้อมูลและพยานหลักฐานทางดิจิทัลที่ได้จากการตรวจค้น อาทิ กระดาษคำตอบ เฉลยข้อสอบ รายชื่อผู้ทุจริตสอบ และพยานหลักฐานอื่นๆ กระดาษคำตอบฉบับจริงที่ตรวจยึดจากบริษัทจันวาณิชย์ จำกัด บันทึกคำให้การของพยาน และบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย รวมทั้งพยานหลักฐานอื่นๆนอกจากนี้พนักงานสอบสวน บก.ป.ยังทำหนังสือเพื่อขอข้อมูลพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีถึงกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับระเบียบการจัดสอบ รายชื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ และขอไฟล์ข้อมูลที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ทั้งหมด ขณะเดียวกันยังทำหนังสือขอข้อมูลจาก มศว ไม่ว่าจะเป็น เอกสารข้อสอบ เอกสารใบคำตอบ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การขอเอกสารครั้งนี้เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เร่งรัดให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เร่งดำเนินการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งหมด แต่ทั้ง 3 หน่วยงานยังไม่ได้ส่งเอกสารหรือหนังสือตอบรับกลับมายังกองบังคับการปราบปรามแต่อย่างใดต่อมาเวลา 11.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นิติกรสำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดกรณีมีคลิปวิดีโอปรากฏในสื่อออนไลน์นิติกรผู้รับมอบอำนาจ (ไม่เปิดเผยชื่อ) เผยว่า ได้รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงมหาดไทยให้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด กรณีมีคลิปวิดีโอปรากฏในสื่อออนไลน์ Facebook Fanpage “CSI LA” แอดมินของเฟซบุ๊กแฟนเพจดังกล่าวกับพวกโพสต์ข้อความว่า “แฉคลิปเสียงใหม่! เมียปลัดกระทรวง?? ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน คลิปเสียงล่าสุดมันฟ้องว่าคนที่อยู่เบื้องหลังงานนี้ “ใหญ่จริง” ถึงกล้าทำตัวเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน! แต่ตอนนี้มีความพยายามในการ “ตัดตอน” การทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น เพื่อโยนความผิดทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างรับจบ! ใครคือตัวการใหญ่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง? อยากรู้ว่าเป็นใคร ต้องไปฟังกันในคลิปเอง!” และโพสต์คลิปวิดีโอเสียงสนทนาประมาณ 5.02 นาที“การทำเช่นนี้เป็นการใส่ความผู้อื่นในลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงต่อบุคคลที่ 3 มีเจตนาทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ด้วยการเผยแพร่ข้อความไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไปและข้อความนั้นตามความรู้สึกของวิญญูชนโดยทั่วไป ถึงขั้นทำให้ผู้อื่นนั้นน่าจะเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังโดยมิใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม เป็นเหตุให้ผู้อื่นและปลัดกระทรวงมหาดไทยได้รับความเสียหาย” นิติกรผู้รับมอบอำนาจกล่าว เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.สอบปากคำตัวแทนผู้เสียหาย และรับคำร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐานแล้ว หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมยื่นฟ้องเอาผิดคนในคลิปเสียงสนทนาเกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องถิ่นจนได้รับความเสียหายว่า คลิปเสียงช่วงแรกไม่มีการพูดชื่อตนเหมือนดูดเสียงออก แต่คลิปหลังจากนั้นมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยว ตนเป็น รมช.มหาดไทยตั้งแต่สมัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จนถึงช่วงนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯสมัยแรกควบ รมว.มหาดไทย มอบให้ตนเป็นประธานการประชุมกองกลาง (ก.) เกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่นตนก็ไม่ปฏิเสธ แต่ข่าวที่ออกมาทำให้ตนเสียหาย ยืนยันว่าตนเป็นคนหนึ่งที่ป้องกันไม่ให้มีการทุจริต ถึงขั้นหากตรวจพบว่ามีการทุจริต มหาวิทยาลัยที่ดำเนินการจัดสอบต้องรับผิดชอบ หากมีผู้กระทำความผิดอาจจะต้องไปเป็นคดีพิเศษ เราหามาตรการป้องกันกำหนดใน TOR เช่น กระดาษคำตอบต้องสอบในที่สอบ“แต่ภาพรวมของคลิปต่างๆที่ออกมาคล้ายว่า มีชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสอบ ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง หากไม่ทำอะไรเลย ภาษากฎหมาย นิ่งคือการยอมรับ จึงขอใช้สิทธิ์ให้ทีมกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้พูดคุยในคลิปและพาดพิงถึงผมที่ สน.ทุ่งสองห้อง วันที่ 30 มิ.ย.เวลา 10.00 น. ใครพาดพิงถึง ทำให้เสียหาย ต้องดำเนินการตามกฎหมาย” ถามว่าขณะที่จัดสอบ นายทรงศักดิ์กำกับดูแลกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่หรือไม่ นายทรงศักดิ์ตอบว่า นายอนุทินมอบหมายให้ตนเป็นประธานดูแลกองกลาง ทั้ง ก.อบจ. ก.เทศบาล และ ก.อบต. ตอนนั้นมีแต่ข่าวยังไม่มีข้อเท็จจริง เราปิดช่องว่างมี TOR เพื่อป้องกันการทุจริต เช่น การสแกนข้อสอบจริงก่อนนำไปเก็บในห้องมั่นคงถามว่าขณะนี้ทราบหรือไม่ว่าบุคคลในคลิปเป็นใคร นายทรงศักดิ์กล่าวว่า มีข้อมูลหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยตรงนี้ พูดได้เพียงชื่อเล่น เป็นการสนทนากันระหว่างผู้หญิงที่ชื่อ “ส้ม” และผู้ชายชื่อ “กิจ” รู้แล้วว่าชื่อจริงชื่ออะไร เมื่อแจ้งความแล้วให้พนักงานสอบสวนเรียกบุคคลเหล่านี้มาให้ปากคำ ขอยืนยันว่าไม่รู้จัก ไม่เข้าใจว่าเอาชื่อตนไปอ้างได้อย่างไร ในคลิปก็บอกไม่รู้จักตนแต่รู้จักคณะทำงาน ก็เรียกคณะทำงานมาพูดคุยก็ไม่มีใครเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่าคลิปเสียงที่ออกมามีจุดประสงค์อะไร ส่วนการตรวจสอบว่าเป็นคลิปจริงหรือเอไอเป็นหน้าที่ของตำรวจถามถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การตั้งนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งที่ใกล้เกษียณอายุราชการ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการมีวุฒิภาวะ และทราบว่าตั้งให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับข้อมูลต่างๆ เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีเอาจริง ขอให้รอตรวจสอบข้อสอบจริงที่อยู่ในห้องมั่นคง จะเป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นว่าใครเกี่ยวข้องกับการทุจริต ส่วนใครจะมองว่านายอนุทินอนุโลม ขอให้ดูการทำงาน อย่าคิดไปไกลจนเลยเถิด ถามว่าเรื่องนี้กระทบภาพลักษณ์รัฐบาล นายทรงศักดิ์ตอบว่า ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจธรรมชาติของรัฐบาล คนที่เห็นต่างจะคิดไปอีกมุม แต่รัฐบาลพยายามตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ที่สำนักนายกรัฐมนตรี หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย มีคำสั่งอำนวยความสะดวกการเสนอเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นได้ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และให้ปลัด สปน.รายงานผลให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.มีประชาชนทยอยส่งเรื่องร้องเรียนการทุจริตเข้ามาพอสมควร และมีการแจ้งเบาะแส ส่วนใหญ่เป็นการส่งเรื่องผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่องทางต่างๆของศูนย์บริการประชาชน ทั้งสายด่วน 1111 ตู้ปณ 1111 ทำเนียบรัฐบาล เว็บไซต์ www.1111.go.th. และ Line Chatbot โดยยังไม่มีเดินทางเข้ามาร้องเรียนด้วยตัวเอง ณ เวลา 12.00 น. มีการส่งเข้ามาแล้วร้อยกว่าเรื่อง ข้อมูลทั้งหมดถูกจัดอยู่ในชั้นความลับ และจะรวบรวมสรุปนำเรียนนายกรัฐมนตรี และจะมีการแถลงข่าวอีกครั้งวันเดียวกัน สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย (ส.ถ.) ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่องการจัดสอบแข่งขันบุคคลทั่วไปเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า การจัดสอบครั้งนี้ดำเนินการโดยคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขัน พนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มี รมว.มหาดไทย เป็นประธาน สถ.เป็นฝ่ายเลขานุการรับผิดชอบงานด้านธุรการ และการจัดจ้างสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นหน่วยดำเนินการจัดสอบในครั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่เพียงรายงานตำแหน่งว่างและอัตราที่ประสงค์จะให้ กสถ.ดำเนินการสรรหาเท่านั้น จึงไม่มีส่วนรับรู้และเกี่ยวข้องกับการทุจริต ดังนั้นขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ มีมาตรการคุ้มครองชีวิตข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นให้มีความปลอดภัยและกักตัวไว้เป็นพยานสำคัญโดยเร่งด่วน เพราะเชื่อว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวการหลักการทุจริต แต่เชื่อว่ามีกลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่มีอำนาจบารมีเหนือขึ้นไปเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ขอให้ดำเนินการจับกุมกลุ่มคนหรือบุคคลเหล่านี้มาลงโทษ เพื่อตัดวงจรทุจริตไม่ให้มีโอกาสกระทำผิดอีกในอนาคตที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เวลา 19.00 น. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการ ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีจัดสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น 2568 มีการเรียกสินบนแก้ไขคะแนนสอบ ช่วยเหลือบุคคลให้เข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นกว่า 3,000 รายว่า การดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น รวบรวมพยานหลักฐานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวนดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องภายในสัปดาห์หน้า“การไต่สวนดังกล่าว ป.ป.ช.วางกรอบการทำงานเพื่อเร่งรัดคดีให้เสร็จใน 3 - 6 เดือน เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ สำหรับคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนตามที่ร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลที่เกี่ยวข้อง จะประสานงานและมอบหมายให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการปลอมเอกสาร การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในส่วนธุรกรรมทางการเงิน การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินการไปพร้อมกัน ส่วนที่กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะประสานความร่วมมือและการทำงานร่วมกันตามหน้าที่และอำนาจต่อไป” นายสุรพงษ์กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่