อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน เวลา 08.00-17.00 น. วัน ว. เวลา น. ประชาชนคนไทยในเขตปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษจะได้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นพร้อมกัน ทั้งผู้ว่าฯ กทม. สมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) กับนายกและสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สพ.)มอบอำนาจให้คนที่ไว้ใจเข้าไปคุมแผนบริหารคุณภาพชีวิตห้วงเวลาคิดโจทย์สถานการณ์ท้าทาย จังหวะทดสอบกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง ที่ส่งผลโดยตรงต่อสภาพความเป็นอยู่ของตัวเองเลือกผิด เลือกถูก ลุ้นได้เสียไม่ต่างจากแทงหวยถ้าพลาดเจ๊ง ก็ต้องรอโอกาสแก้ตัวอีก 4 ปี โน่นเลยแต่แน่นอน โดยการเมืองเชิงคุณภาพของคนเมืองใหญ่อย่าง กทม.และพัทยา เชื่อมั่นได้ในมาตรฐาน “กาบัตร” แม้โดยบรรยากาศภาพรวมจะไม่ค่อยคึกคักซักเท่าไหร่ เลือกตั้งสนามเล็กโดนกระแสการเมืองใหญ่กลบหมดสภาพ “รัฐบาลกลาง” กำลังอยู่ในโหมด “คะแนน นิยมตกขีดแดง”ขบวนหามแห่ “ธงอำนาจอนุรักษ์นิยม” ต้องผจญ “คลื่นศรัทธา” ซัดอย่างแรง จากเรื่องเหม็นโฉ่ ชนวนอื้อฉาว เบียดแซงแข่งกันโผล่ประจานแบบไม่พักมรสุม “โกง” สารพัดลูกพุ่งเข้าปะทะจนตั้งหลักไม่ติดผ่านไปแค่ 2 เดือน ครม. “อนุทิน 2 พลัส” ภายใต้การนำของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ที่รับบท “หนังหน้าไฟ” อยู่ฉากหน้ากับ “บรมกุนซือ” อย่างนายเนวิน ชิดชอบ ผู้มากบารมีเหนือค่ายภูมิใจไทย ที่เร้นกายอยู่ฉากหลังต่างก็ “หน้าช้ำ” สะบักสะบอมเหมือนโดนสกรัมมา 4 ปีส่อเค้า “มาไว เคลมไว” จากที่ชัวร์ว่าเสียงในสภาฯหนาแน่น พลังลมใต้ปีกอย่างปึ้ก ย่ามใจในตั๋วโปรฯอำนาจพิเศษ ไม่ทันไรก็สะท้อนธรรมชาติ “กองกำลังการเมืองเฉพาะกิจ” ขุมอำนาจบ้านใหญ่ที่เกาะเกี่ยวกันด้วยผลประโยชน์บางๆเริ่มเห็นเค้าลางรอยร้าวใต้ฐาน “อำนาจคู่”ชนวน “โกง” ที่ตีคู่มากับกลเกม “ซ่อนมีด” เสียบหลังกันเองไล่ตั้งแต่ปมไอ้โม่งปล้นซ้ำวิกฤติน้ำมัน มาเฟียยึดหาดภูเก็ต ฮั้วโปรเจกต์ไล่แจก TH-AI Passport จนมาถึงข่าวฉาวบันลือโลก มหกรรมโกงสอบเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น“ฝีแตก” หนองไหลเยิ้ม เจอแผล “มะเร็งร้าย”กลายเป็นคนละเรื่องเดียวกันที่โยงเป็นหัวเชื้อกระตุ้นอาการ “ทางใจ” ขยายรอยร้าวแฝงในขุมอำนาจเขากระโดงจนคนนอกเห็นได้ด้วยตาเปล่าเอาเป็นว่าชั่วโมงนี้ “อนุทิน-เนวิน” ไม่ได้ “เตะก้น” กันเหมือนเดิมโกหกว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ ยังไงก็ซ่อนแววตาไม่มิดในเมื่อลูกติดพัน ตามสัญญาณ “แข็งข้อ” จนนำมาซึ่งยุทธการเขย่าอาณาจักรมหาดไทย อันเป็นจุดเริ่มต้นของ “หุ้นส่วนอำนาจ” ระหว่างพี่น้อง 2 น. ที่จับมือกันหักด่าน “นายใหญ่” พลิกขั้วการเมือง ก่อนก่อกำเนิดค่ายภูมิใจไทยมันไม่ได้ไหลลื่นตามสูตร “พ่อ-ลูก” นั่งฉากหน้า “พี่-น้อง” กำกับฉากหลังจังหวะขัดลำ เพราะลากเกม ล็อกผลประโยชน์กันมานานเกินไปไล่จากยุค “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล นั่งแท่น มท.1 โดยมี “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ นั่งประกบเป็นประธานกุนซือ รมว.มหาดไทย เรื่อยมาจนมาถึงยุคที่ “อนุทิน” นั่งแท่น รมว.มหาดไทย โดยมี “เนวิน” เป็นกุนซือกำกับสไตล์ฉากหลังเล่นกันแบบไม่กั๊ก ฉากหน้าเลยแบกหน้ารับไม่ไหวมันก็อย่างที่กระแสสังคมปุจฉา ตั้งข้อสังเกตกระทรวงมหาดไทยในยุคภูมิใจไทยคุมอาณาจักรคลองหลอดถึงมีแต่เรื่องอื้อฉาว เมื่อคราว “ปู่จิ้น” คนพ่อนั่งเป็น รมว.มหาดไทย ก็มีรายการโกงสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ มายุค “นายกฯหนู” ก็โกงสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น“เนวิน-ศักดิ์สยาม” พี่กับน้องเด้งเชือกลอยตัวอยู่วงนอกแต่คนเสี่ยงคุกในคดีใช้อำนาจมิชอบ คือ “พ่อจิ้น” กับ “ลูกหนู” ที่นั่งเป็นรัฐมนตรีแถมเริ่มแว่วเสียงคนในไล่ “นายกฯอนุทิน” ไม่ให้ควบ รมว.มหาดไทย มันจึงไม่แปลกที่ถึงจุดระเบิดเถิดเทิง เกิดเหตุไล่จับประจานแก๊งโกงสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในอาการฉุนจัดเหมือนอัดอั้น “นายกฯอนุทิน” ด่าลั่นออกอากาศฟาด “ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชั่ว” ปล่อยให้เกิดกระบวนการทุจริตไล่หลังคำสั่งเด้งนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล จากเก้าอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในจังหวะที่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ร่อนแถลงการณ์ปฏิเสธ ไม่ได้มีเอี่ยวทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ดิ้นปัดเผือกร้อนกันพัลวันกระเด็นกระดอน สะท้านสะเทือนไปตามๆกันบังเอิญทั้ง “นฤชา” และ “ธีรุตม์” ล้วนอยู่ในข่ายสายตรงก๊วนเขากระโดงโดยเฉพาะ “นฤชา” คือทีมสายแข็ง “บุรีรัมย์คอนเนกชัน” เติบโตมาจากจังหวัดอีสานใต้ จองตั๋วสายสีน้ำเงินมุ่งสู่เก้าอี้ปลัดกระทรวงคลองหลอดเป็น “นฤชา” คนเดียวกันที่นัวเนียไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย”ตามสภาพนัวเนียยังพาดโยงไปถึงลูกพี่ลูกน้องของ “เนวิน” อย่าง “เสี่ยป้อม” นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ในฐานะอดีต รมช.มหาดไทย กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วงคาบลูกคาบดอกต้องรีบบอกปัดไม่มีเอี่ยวคดีโกงสอบข้าราชการบันลือลั่นสรุป “นายกฯหนู” พุ่งหอกเสียบอกทีม “บิ๊กบราเธอร์” เป็นลูกชิ้นเด้งและตามเกมยังหมายรวมถึงปฏิบัติการ “ตอน” อำนาจ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม บ้านใหญ่สายปักษ์ใต้ ในปีกของ “เนวิน” ที่โดนนายกฯสั่งเวนคืนงานในกำกับกราวรูดกัดฟันรับสภาพเปื้อนคราบน้ำมัน ถ่วงเรือธงรัฐบาลเดินหน้าลำบากสถานะ “บ่อน้ำมัน” ตำบลกระสุนตก ไม่เว้นชนวนร้อนรายการโกงสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระแสก็ยังพุ่งเป้าไปที่จังหวัดพัทลุง สตูล สุราษฎร์ธานี ป้วนเปี้ยนพื้นที่เก่งของนายพิพัฒน์ไม่วายที่เจ้าตัวเพิ่งโวยวายอะไรๆก็ “โกเกี๊ยะ”แต่นั่นก็เป็น “วิบากกรรมใครวิบากกรรมมัน” โดยเงื่อนไขสถานการณ์มาถึงจุดนี้ “นายกฯอนุทิน” ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงแบกภาระหนัก บากหน้ารับแรงกระแทกที่พุ่งเข้าใส่ก๊วนเจ้าพ่อเขากระโดงแม้แต่การกระโดดอุ้ม “ลูกนกหล่นใต้ต้น” บาดเจ็บสาหัสมันก็มาในจังหวะท้ายๆแบบเสียไม่ได้ ที่สำคัญเลย เมื่อ “นายกฯหนู” ยอมออกหน้าการันตีโครงการ TH-AI Passport ให้นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ไม่มีนอกมีใน นั่นก็ตามมาด้วยการที่สำนักงบประมาณตัดงบฯโครงการไล่แจกเอไอฟรี ในเฟส 2 จนเหี้ยน ไม่เหลือนั่นหมายถึงลากไปสู่จุดปลอดภัยจากการโดนลากขึ้นเขียงไปเสี่ยงกับศาลอาญาคดีทุจริตฯลดระดับความเสี่ยงของ “นายกฯอนุทิน” ในการรับคมดาบแทนบิ๊กบราเธอร์เล่นกันชัดเบอร์นี้แล้ว “อำนาจคู่” ไม่แน่นปึ้กอีกต่อไปณ วันที่บิ๊กบราเธอร์จะเผลอเตะก้นหยอกกันไม่ได้ ในเมื่อ “เสี่ยหนู” ยกระดับมาเป็น “นายกฯอนุทิน”กับสถานะนายกรัฐมนตรี สำเร็จเป้าหมายสูงสุดทางการเมืองแล้วแนวโน้มหลังจากนี้ไปคือการรักษาเพดานบินให้อยู่ในเส้นทางที่ถูกที่ควร ตามจังหวะอำนาจวาสนาที่ไม่แน่ว่าอาจเดินตามรอย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้เป็น “ไอดอล”เรื่องของเกียรติประวัติวงศ์ตระกูลจึงสำคัญมาก่อนอื่นใดรองลงไปก็คือความจำเป็นต้องรักษาธุรกิจครอบครัว “อนุทิน” ในฐานะ “ตี๋ใหญ่” ต้องแบกอนาคตของธุรกิจยักษ์ก่อสร้างซิโนไทยมูลค่าหมื่นล้าน ซึ่งเทียบไม่ได้กับการหาเศษหาเบี้ยแค่สิบล้านร้อยล้านไม่คุ้มกับการโกงแล้วถูกจับได้ เสี่ยงติดคุกในบั้นปลายชีวิตต่อให้สปิริตแรงกล้าแค่ไหน ด้วยวิถีเดิมพันปลายทางที่ย้อนแย้งกันมันก็เดาตอนจบได้ สภาพของเกรียน 2 น. มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากความเป็นไปของลุงๆทหารเฒ่า 3 ป. ที่รักผูกพันกันยังไงถึงจุดก็หนีสัญชาตญาณ “เอาตัวรอด” ไม่ได้ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชน บวกกับวิสัยของผู้เล่นเกมอำนาจการเมืองแบบไทยๆที่ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ถึงวันที่ผลประโยชน์ขัดกันก็บรรลัยไม่ใกล้ไม่ไกลก็ต้องแยกทางใครทางมัน ไม่มีคำว่าเพื่อนตาย.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม