“โกง” กระฉ่อนโลก ไม่ใช่ภาพยนตร์ดีซีรีส์ดัง “ฉลาดเกมส์โกง” ที่เคยไปทำรายได้ถล่มทลาย ฮอตฮิตในประเทศจีน แต่เป็นรายการ “ฉลาดเกมโกย” การสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ความเสียหาย 4.5 พันล้านบาท สื่อฮ่องกงตีข่าวสะท้อนภาพลบประเทศไทย “โกง” ระบาดหนักเป็นความจริงที่ไม่ควรยอมรับ วงจรอุบาทว์ที่กำจัดไม่หมด เพราะเอาเข้าจริงนักการเมืองส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะยุคอำนาจปกติ อำนาจพิเศษ หรืออำนาจล้นเหลือ เอาเข้าจริงก็ดีแต่พูดทั้งที่โบกธง จับมือไขว้โชว์ ประกาศล้างทุจริตกันแทบทุกปีรวมไปถึงข้าราชการ ผู้ประกอบการ พ่อค้า นักธุรกิจ เคยชินกับระบบเส้นสายอุปถัมภ์ จ่ายเงินใต้โต๊ะ สินบน ค่าน้ำร้อนน้ำชา เพื่อเปิดทางอำนวยความสะดวก เหมือนชินการโกง คุ้นเคยกับพวกกินบ้านกินเมืองไปแล้วและตอนนี้ จากปมโกงสอบท้องถิ่นก็ยิ่งทำท่าจะลุกลามบานปลาย การสืบสวนสอบสวนขยายผลจากเอกสารหลักฐาน ทั้งภาพทั้งเสียงจากการจับกุม คลิปสนทนาของเหยื่อที่เต็มใจถูกปล่อยออกมา แฉนายหน้าม้าใช้ ลงลึกไปในแต่ละพื้นที่ กำลังโยงเพื่อมัดตัวผู้เกี่ยวข้อง หัวโจกข้าราชการท้องถิ่น สถาบันผู้จัดสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำโดย ป.ป.ช. ป.ป.ท. ทีมตำรวจ เร่งเอาผิดลากคอขบวนการสมคบคิดมาลงทัณฑ์ แต่นั่นก็พอดักคออ่านทางกันได้ รายการโกงระดับชาติหนนี้ สุดท้ายก็คงไม่วายเอาผิดได้แค่ระดับปลาซิวปลาสร้อย ปล่อยฉลาม วาฬกินจุ ส่อลอยนวลในจังหวะร้อนที่มีการลากโยงขบวนการไปต้นทาง มีเหตุเฉี่ยวแฉลบไปถึงตัวใหญ่ๆในกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในยุค 2 ขั้วรัฐบาลที่ผ่านมาที่รับผิดชอบ ก็แค่ต้องเต้น ออกมาเคลียร์เป็นรายๆไปไม่ต้องพูดถึงระดับบริหารจะ “พ่อเทพ–ลูกเทพ” แค่ “เก้าอี้ร้อน” บิ๊กๆ ผู้บงการ “หนังเหนียว” อยู่แล้วส่วนที่จะฝากความหวังไว้ที่ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” วันนี้ก็แค่แข็งขันฮึ่มๆไฟเขียว “ฟาดแหลก” ก็ยังโดนปรามาส บทบาทเก่าสไตล์เดิม เพราะแอ็กชัน “พระเอกนักปราบโกง” แนวๆนี้เห็นมาแทบทุกยุคทุกสมัยคนปรามาส “อนุทิน” ก็คงติดใจใช้ “วิชาตัวเบา” เป็นนายโบ้ย–มิสเตอร์โยน เขี่ยเรื่องร้อนจากตัวแม้หนนี้คนก็ลุ้นให้ลบคำสบประมาท “ล้างโกง” ให้เห็นไม่ใช่แค่โยนของร้อนให้ข้าราชการ โบ้ยใส่ “ปลัดมหาดไทย”เพราะอันที่จริง คิวร้อนนี้ก็มาพร้อมๆกับกระแสระอุเดือดในระบอบสีน้ำเงิน ข่าวระหองระแหง เกิดรอยร้าวในพรรคภูมิใจไทย เมื่อ “เครือข่ายของ 2 น.” อย่าง “น.หนู อนุทิน” และ “น.เนวิน ชิดชอบ” คุณครูใหญ่บุรีรัมย์ไม่จำกัด กำลังเล่นเกมเพาเวอร์เพลย์กันมันส์หยดสงครามตัวแทน สงครามสั่งสอน จากจุดความร้อนที่เกิดถี่ในกระทรวงมหาดไทย ลุกลามไปถึงอีกต้นขั้วสีน้ำเงินอย่าง “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ผู้กุม “บ้านใหญ่” สาย “ครูใหญ่”สัมพันธภาพ “หนู-เน-โกเกี๊ยะ”ถูกจับตาภาวะ“ไม่ปกติ” แถมเริ่มมีกองเชียร์ลุ้นให้วงแตก แยกคนเชียร์ เริ่มมีเสียง“เอาหนู ไม่เอาเน” หรือ “ฟังครูใหญ่ มองข้ามผู้นำ” ทั้งจากวงนอก และคนในค่ายประกอบกับมหกรรมโกงสอบท้องถิ่นถูกจับตา มีรายการแฝงเกมประลองกำลังกันในขุมข่ายสีน้ำเงินหรือไม่ แต่จะอย่างไร ก็ตาม“อนุทิน–เนวิน”ต้องรีบพูดคุยเจรจา ทำเอ็มโอยูเกลี่ยดุลให้ลงตัวไม่อย่างนั้นที่ว่าแน่นปึ้ก ก็อาจ“แข็งแต่เปราะ” แตกหักง่ายอำนาจล้นแบบ“หนูตกถังข้าวสาร เนหล่นโรงสี”ก็อาจไม่ยั่งยืนโดยเฉพาะคิวบริหาร ถึงแม้รัฐมนตรีสายมืออาชีพเทคโนแครตปั่นงานแค่ไหน ตีธงโจทย์ฟื้นเศรษฐกิจ เร่งดีลค้าขายการส่งออก ดับจุดร้อนกับเพื่อนบ้าน ถ่วงดุลภูมิรัฐศาสตร์โลก ก็คงเปล่าประโยชน์ถูกปมฉาว“ปล่อยโกง”ถี่ แตะตรงไหนก็ร้อนตรงนั้นกลบข่าวผลงานขายได้ขายดีกันไปหมดเหนืออื่นใด ถ้าปล่อยให้เชื้อทุจริตคดโกงระบาดมากๆ คนส่วนใหญ่จะไม่แยกแยะว่าเป็นเรื่องของ น.ไหนรายใด แต่จะโดนตีเหมาภาพรวมทั้งรัฐบาลตั้งคำถาม“ระบอบสีน้ำเงิน” ส่อเข้าเค้าขั้ว“ ประโยชน์นิยม”“2 น.”จะโดนข้อครหา ติดยี่ห้อ “คู่หูนักโกย”เอาได้.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม