ภูเขาไฟน้ำแข็ง กระทรวงมหาดไทยที่ดูภายนอกจะสงบเงียบ ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และสิงห์ดำ (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) แต่ภายในนั้นร้อนผ่าวพร้อมระเบิดลาวาไหลนอง ก็เพราะมีเรื่องราวประเดประดังตลอดที่ภูเก็ต ผู้ว่าฯกับรองก็เปิดศึกจนต้องย้ายออกทั้งพวง ปลัดจังหวัดก็เปิดศึกกับอธิบดีกรมการปกครองเรื่องการเลือกตั้ง“ช่วยสีน้ำเงิน” ด้วยล่าสุดก็เกิดเรื่องใหญ่สะเทือนเลื่อนลั่นเมื่อ ป.ป.ช. และ ปปป.บุกจับขบวนการโกงสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่นคาหนังคาเขาดิ้นไม่หลุดเพราะเจอหลักฐานเพียบ พบว่าต้องจ่ายหัวละ 3.5-8 แสน ทำให้ต้องสูญเงินกว่า 4.5 พันล้านบาทเรียกว่าร้อนกันไปทั้งประเทศเพราะทำให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงทำเป็นขบวนการแบบท้าทาย ยิ่งพบว่าโยงไปถึงนักการเมืองระดับรัฐมนตรี ข้าราชการตัวใหญ่ เพราะมิฉะนั้นคงไม่กล้าเล่นของใหญ่แบบนี้คนที่ร้อนที่สุดก็คือ “อนุทิน” เพราะเป็นเจ้ากระทรวง (มท.1) จึงต้องจัดการทันทีสั่ง “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ย้าย “ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล” อธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทันทีนี่เป็นการจัดการเบื้องต้นในฐานะผู้รับผิดชอบแต่การสอบครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2568 ใครเป็นอธิบดี ใครเป็นรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ก็ต้องไปไล่บี้หาความรับผิดชอบกัน“อนุทิน” ประกาศจะต้องจัดการอย่างเด็ดขาดไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นเพราะในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย ที่ต้องเสียหน้าเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคุมกระทรวงนี้มาอย่างยาวนานโดยมี “อรรษิษฐ์” เป็นขุนพลคู่ใจปลัดมหาดไทยคนนี้เป็น “สิงห์ดำ” ที่ดำรงตำแหน่งอีกหลายปี เนื่องจากในยุคที่สิงห์ดำครองอำนาจจึงวางตัวคนเอาไว้อย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้สิงห์อื่นตัดหน้าได้การทำงานของเขาจะเห็นได้ว่าแนบแน่นกับ มท.1 แบบไม่ยอมห่างยิ่งกว่านายกรัฐมนตรีกับเลขาธิการเพราะนายกรัฐมนตรีไปไหนก็จะต้องเจอปลัดคนนี้เคียงข้างเสมอ ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศแทบจะไม่อยู่กระทรวงเลยก็ว่าได้อันแสดงถึงความ “ปึ้ก” กับผู้นำประเทศอย่างชัดเจนนั่นทำให้ “อนุทิน” สบายใจหายห่วงว่างานในกระทรวงนี้ไร้ปัญหา แต่เนื่องจากปลัดต้องติดสอยห้อยตามนายกรัฐมนตรีตลอดเวลาทำให้ “ตีนลอย” ไม่ค่อยรู้ความเป็นไปในกระทรวงเท่าใดนักก็เลยรู้เรื่องหลังจากเกิดเหตุแล้วทั้งสิ้นจนเกิดเรื่องราวต่างๆดังที่ปรากฏความสัมพันธ์แบบนี้จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสียหรือ “เสี่ยหนู” คิดอ่านอย่างไรก็ว่ามา!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม