เวเนซุเอลาวิปโยค แผ่นดินไหวสองระลอกติดกัน หรือ “แผ่นดินไหวแฝด” ในพื้นที่เมืองหลวงของประเทศ เขย่าพสุธาสะเทือนเลื่อนลั่น ระลอกแรกขนาด 7.2 จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้เมืองซาน เฟลิเป รัฐยารากุย ลึกประมาณ 13 กิโลเมตร ก่อนที่อีก 39-40 วินาทีต่อมา จะเขย่าแผ่นดินตามมาติดๆเป็นระลอกสองและรุนแรงกว่าด้วยขนาด 7.5 มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองยูมาเร ลึกประมาณ 10 กิโลเมตร อาคารบ้านเรือนตึกใหญ่น้อยจำนวนมากพังถล่มราบเป็นหน้ากลอง ผู้คนหนีตายอลหม่าน สนามบินนานาชาติต้องปิดให้บริการ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายหนักหน่วง ขณะที่ระบบขนส่งทางรางทั้งหมดถูกระงับเพื่อความปลอดภัย สหรัฐฯเร่งช่วยเหลือค้นหาผู้เสียชีวิตใต้ซากตึก หลังสำนักงานสำรวจโดยทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ USGS ประเมินว่าอาจมีจำนวนสูงลิ่วระหว่าง 10,000-100,000 ศพ พร้อมจัดส่งเวชภัณฑ์และสิ่งของบรรเทาทุกข์ ขณะที่เช้าวันเดียวกันญี่ปุ่นดินไหวขนาด 7.2 มีศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะ ทางตอนเหนือของประเทศ แรงสั่นสะเทือนไกลถึงกรุงโตเกียวนับเป็นมหาภัยพิบัติจากธรรมชาติครั้งร้ายแรงอีกครั้งของโลกและสร้างความตกตะลึงแก่มวลมนุษยชาติ จากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี ที่เกิดขึ้นที่ประเทศเวเนซุเอลา คร่าชีวิตผู้คนในประเทศที่มีการคาดการณ์กันว่าอาจจะหลายหมื่นศพถึง 1 แสนศพ และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ถือเป็นเหตุการณ์สุดวิปโยคสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินของประเทศที่มีความใหญ่เป็นอันดับ 6 ของละตินอเมริกาทั้งนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงสองระลอกเขย่าเวเนซุเอลาต่อเนื่อง เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.04 น. วันที่ 24 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 05.04 น. วันที่ 25 มิ.ย. ตามเวลาประเทศไทย ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลาและพื้นที่ชายฝั่งทางตอนเหนือของเวเนซุเอลาพังถล่มลงมาเป็นวงกว้าง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของประชาชนที่กำลังพักผ่อนในวันหยุดราชการ เนื่องในวันครบรอบยุทธการที่คาราโบโบ เพื่อรำลึกถึงชัยชนะในศึกคาราโบโบเมื่อปี 2364 ซึ่งนำไปสู่การได้รับเอกราชจากสเปนสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นลักษณะ “แผ่นดินไหวแฝด” (doublet) โดยระลอกแรกมีขนาด 7.2 จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้เมืองซานเฟลิเป รัฐยารากุย ที่ความลึกประมาณ 13 กิโลเมตร ก่อนที่อีก 39-40 วินาทีต่อมา จะ เกิดแรงสั่นสะเทือนระลอกที่สองซึ่งรุนแรงกว่า ด้วยขนาด 7.5 และมีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองยูมาเร ลึกประมาณ 10 กิโลเมตร ทั้งสองพื้นที่อยู่ทางตะวันตกของกรุงการากัส แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ทั่วประเทศ และแรงสั่นสะเทือนยังไปไกลถึงกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบียขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างสำนักงานประธานาธิบดีเวเนซุเอลาว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวแล้ว ยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามมามากกว่า 20 ครั้ง โดยพื้นที่ชายฝั่งตอนเหนือได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ เมืองลาไกวรา อารากัว คาราโบโบ และฟัลกอน ขณะเดียวกัน ศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งสหรัฐฯได้ยกเลิกคำเตือนสึนามิที่เคยออกก่อนหน้า สำหรับเปอร์โตริโกและหมู่เกาะ เวอร์จินยืนยันว่าไม่มีภัยคุกคามจากคลื่นสึนามิแม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเบื้องต้น ในช่วงครึ่งวันหลังเกิดเหตุ จะสามารถพบผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 164 ศพ รวมทั้งพบผู้บาดเจ็บมากกว่า 971 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯประเมินความเสียหายเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจก่อให้เกิดความสูญเสียรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายมหาศาลและยังไม่สามารถนำศพผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บที่ติดอยู่ใต้ซากตึกที่พังถล่มลงมาได้ โดยมีการจำลองสถานการณ์คาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ 44% ที่ยอดผู้เสียชีวิตจะเกิน 10,000 คน และมีความเป็นไปได้ 30% ที่อาจสูงกว่า 100,000 คน อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น และอาจเปลี่ยนแปลงได้ทางด้านสถานการณ์ในกรุงการากัสเต็มไปด้วยความโกลาหลสุดอลหม่าน ประชาชนจำนวนมากที่ประสบภัยต่างเร่งอพยพออกจากอาคารบ้านเรือนด้วยความตื่นตระหนกและเสียขวัญ หลายคนเปรียบเทียบสถานการณ์ว่าเหมือนฉากในภาพยนตร์สยองขวัญวันสิ้นโลก อาคารจำนวนมากพังพินาศเสียหายอย่างหนัก ผนังตึกบางส่วนถล่มจนมองทะลุเห็นภายใน ขณะที่เกิดฝุ่นคละคลุ้งปกคลุมไปทั่วเมืองเหมือนเป็นเมืองในหมอก จากการที่อาคารสูงหลายแห่งถล่มพังลงมา พยานผู้รอดชีวิตรายหนึ่งเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงครืนๆ เหมือนเสียงคำรามจากใต้พื้นดิน ก่อนที่อาคารอพาร์ตเมนต์ชั้น 4 ที่ตนพักอาศัยอยู่เกิดสั่นสะเทือนกับที่พื้น ก่อนตัดสินใจวิ่งหนีออกจากอาคารพร้อมสายประคำและโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ได้หยิบทรัพย์สินอื่นใดติดตัวมาด้วยนอกจาก 2 สิ่งดังกล่าวสำหรับความพยายามกู้ภัยในพื้นที่เมืองหลวง เจ้าหน้าที่หลายร้อยนายต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคารต่างๆ โดยเฉพาะในเขตชากาโอ นายกุสตาโบ ดูเก ซาเอซ นายกเทศมนตรีเขตชากาโอ เปิดเผยว่า มีอาคารอย่างน้อย 2 แห่งพังถล่มทั้งหมด อีกหลายแห่งเสียหายหนัก ทีมกู้ภัยสามารถช่วยผู้รอดชีวิตได้แล้ว 18 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่กว่า 500 คนยังระดมกำลังปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงและจุดประสานงานที่จัตุรัสกลางเมืองพลาซา อัลตามิรา และจัตุรัส ลอสพาลอส แกรนเดส ให้ประชาชนพักพิง แจ้งเบาะแสญาติที่สูญหาย ส่วนในเขตซานเบอร์นาร์ดิโน มีรายงานอาคารสูงหลายแห่งพังถล่มลงมาและมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย ในพื้นที่ดังกล่าวทางด้านเมืองลาไกวรา ที่เป็นเมืองท่าทางตอนเหนือของประเทศ ได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน โดยเฉพาะสนามบินนานาชาติซีมอน โบลิวาร์ สนามบินหลักของประเทศ มีรายงานว่า เพดานอาคารผู้โดยสารบางส่วนพังถล่ม ขณะที่โรงแรมหรูริมชายหาดเอดูอาร์ โฮเทล บูทีก ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง อาคารยุบตัวพังลงมาจนราบเป็นหน้ากลองนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและร่วมมือกันฝ่าวิกฤติชาติครั้งร้ายแรงครั้งนี้ ระบุว่า สนามบินหลักต้องปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย ขณะที่ระบบขนส่งทางรางทั้งหมดถูกระงับเพื่อความปลอดภัยและย้ำให้ประชาชนอพยพออกจากอาคารที่ได้รับความเสียหายโดยเร็ว ป้องกันอันตรายจากอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นตามหลังขณะเดียวกัน ท่ามกลางความสูญเสียครั้งใหญ่จากภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้น นานาชาติแสดงความพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและสั่งการให้หน่วยงานรัฐเตรียมความพร้อมเพื่อส่งความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมจัดส่งทีมค้นหาและกู้ภัย (SAR) รวมถึงเวชภัณฑ์และสิ่งของบรรเทาทุกข์ ขณะที่เอลซัลวาดอร์เตรียมส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัย 300 นาย พร้อมกับเสบียงกว่า 50 ตัน ไปยังกรุงการากัส เช่นเดียวกับรัฐบาลสเปน เอกวาดอร์ บราซิล เม็กซิโก จีน อิตาลี และฝรั่งเศส ประกาศพร้อมช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้นักธรณีวิทยาจาก USGS ยังอธิบายว่า เวเนซุเอลาตั้งอยู่บนรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกแคริบเบียนและแผ่นอเมริกาใต้ เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนในแนวราบแบบตื้น ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จะปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาเป็นแรงสั่นสะเทือน USGS ยังเตือนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกเพิ่มเติม บางครั้งอาจมีความรุนแรงเพียงพอที่จะก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำเติมในพื้นที่ที่ประสบภัย ทั้งนี้ แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในอดีต เกิดขึ้นเมื่อปี 2355 (หรือเมื่อ 214 ปีก่อน) ในพื้นที่กรุงการากัส มีความรุนแรงระดับ 7.7 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30,000 คน ส่วนในยุคปัจจุบันเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.ค.2510 (หรือเมื่อ 59 ปีก่อน) ความรุนแรงระดับ 6.5 ในพื้นที่กรุงการากัส มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คนขณะที่สำนักข่าว BBC รายงานจำนวนผู้เสียชีวิต จากเหตุ “แผ่นดินไหวแฝด” ที่เกิดขึ้นทางตะวันตกของกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ว่า เบื้องต้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจะเพิ่มขึ้นอีกมาก ทั้งนี้ สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกาหรือ USGS ประเมินว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจมีจำนวนสูง โดยอยู่ระหว่าง 10,000 ถึง 100,000 ศพ เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างวันเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นรายงานเหตุแผ่นดินไหวระดับ 7.2 ช่วงเวลา 07.30 น. วันที่ 25 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณเวลา 05.30 น. วันเดียวกันกับที่เกิดเหตุดินไหวที่เวเนซุเอลา ตามเวลาประเทศไทย โดยมีศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะ ทางตอนเหนือของประเทศ มีความลึกประมาณ 50 กม. เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ การประกาศเตือนภัยสึนามิ หรือความเสียหายต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม แรงสั่นสะเทือนสามารถวัดได้ระดับ 6 ในจังหวัดอาโอโมริ และระดับ 5 ในจังหวัดอิวาเตะ ขณะที่ประชาชนในกรุงโตเกียว สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้เล็กน้อย ทั้งนี้ รถไฟหลายเส้นในพื้นที่ภาคตะวันออกหยุดบริการชั่วคราว รวมถึงรถไฟชินคันเซ็นสายโทโฮคุ ที่วิ่งระหว่างกรุงโตเกียวไปถึงจังหวัดอาโอโมริ ก่อนจะกลับมาให้บริการอีกครั้งในช่วงบ่าย นอกจากนี้ยังมีคำสั่งปิดโรงเรียนและสถานที่ทำงานบางแห่งเป็นการชั่วคราวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่