ตำรวจไซเบอร์รวบสองผัวเมียตุ๋นไฮโซ หลังมีพฤติกรรมเปิดเพจรับซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมในกลุ่มแพทย์ ไฮโซ และนักธุรกิจจนเกิดความเชื่อใจกันเหยื่อนำของมาฝากขาย เมื่อขายได้กลับไม่ส่งเงินให้ ซ้ำยังนำสินค้ามาเวียนขายรวมความเสียหายกว่า 133 ล้านบาท ตรวจสอบทั้งคู่ยังมีหมายจับอีก 2 หมายตำรวจรวบสองผัวเมียตุ๋นซื้อขายสินค้าแบรนด์เนม เปิดเผยเมื่อช่วงสายวันที่ 23 มิ.ย. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วยพล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.คมสันต์ กันหา ผกก.4 บก.สอท.1 พ.ต.ท.พรชัย บัวด้วง รอง ผกก.4 บก.สอท.1 พ.ต.ต.สุรสิทธิ์ ราศรีชัย สว.กก.4 บก.สอท.1 นำหมายค้นศาลอาญาพระโขนง ที่ 45/2569 ค้นบ้านพักในโครงการหรู แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ จับกุมนายภุชงค์ หรือปอง สกุลพาณิชเจริญ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3398/2569 และ น.ส.สุณัฐญา หรือแนท พรมณีทรัพย์ อายุ 43 ปี ภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3397/2569 สองสามีภรรยา เจ้าของเพจขายสินค้าแบรนด์เนม ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และร่วมกันฟอกเงินคดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ปัทม์ บุญเดช ไฮโซเซเลบริตี้ชื่อดังนำกลุ่มผู้เสียหายประกอบด้วยแพทย์ กลุ่มไฮโซ และนักธุรกิจชื่อดังเข้าพบ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 และ พ.ต.ท.เกริกไกร วีระเชาวภาส รอง ผกก.(สอบสวน) บก.สอท.1 เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายภุชงค์และ น.ส.สุณัฐญา สองผัวเมียเป็นเจ้าของเพจขายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังทางออนไลน์ มีพฤติการณ์หลอกลวงในลักษณะรับฝากขายสินค้าแบรนด์เนม อาทิ นาฬิกา Rolex Land Dweller 40 นาฬิกา Rolex Sprite กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังหลายยี่ห้อ และเครื่องประดับหรูราคาแพงจากพฤติกรรมช่วงแรกผู้ต้องหาทำให้เชื่อใจซื้อขายตามปกติ กระทั่งระยะหลังเริ่มมีพฤติการณ์ตีสนิทหลอกยืมเงินหลายครั้ง รวมทั้งอาสารับฝากขายสินค้าหรู แต่เมื่อขายได้กลับไม่ส่งเงินให้ ทั้งที่ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีร้าน อีกทั้งยังแต่งเรื่องหลอกว่าของหายหรือถูกศุลกากรยึด ทั้งที่สินค้ามีใบเสร็จช็อปไทย บางชิ้นสามารถขอสำเนาใบเสร็จจากช็อปไทยได้ ภายหลังกลับมีคนพบว่านำสินค้าไปเวียนจำนำและโพสต์ขายต่อในออนไลน์ สร้างความเดือดร้อนกับผู้เสียหาย มีบางรายต้องแบกภาระหนี้สินจากการรูดซื้อสินค้าตามคำลวง อีกทั้งยังหลอกใช้บัตรเครดิตเหยื่อรูดเงินสด เหยื่อบางรายต้องขายบ้านและชดใช้หนี้แทน อีกทั้งมีผู้เสียหายโดนหลอกลักษณะแชร์ลูกโซ่ หลอกลงทุนแบรนด์เนมหลายราย อ้างให้ผลตอบแทนสูงได้กำไรดี รวมความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 133 ล้านบาทต่อมาตำรวจชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.1 รวบรวมพยานหลักฐานก่อนขออนุมัติศาลออกหมายค้นบ้านพักเข้าจับกุมผู้กระทำผิดทั้ง 2 คน พร้อมตรวจยึดกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกา สมุดบัญชี และเอกสารทางการเงินจำนวนหนึ่ง อีกทั้งตรวจยึดคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือ เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลไว้เป็นหลักฐานทางคดี ตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนยังมีหมายจับเชื่อมโยงในคดีลักษณะเดียวกันอีกคนละ 2 หมายจับ เบื้องต้นทั้งสองยังให้การปฏิเสธ ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ บก.สอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่