เด้งฟ้าผ่าอธิบดีกรมฯปกครองท้องถิ่น หลังจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ผนึกกำลังร่วมกับ บก.ปปป.ทลายขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น บุกค้นบริษัทย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซุ่มโป่งดูลาดเลาเก็บข้อมูล 3 วัน 3 คืน ก่อนจู่โจมเข้าจับได้จะจะ ขณะกำลังใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ไขกระดาษคำตอบให้ผู้สมัครที่จ่ายเงินค่าโกงสอบ รวบผู้ร่วมขบวนการ 10 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พบมีระดับ ผอ. ชื่อย่อ พ. ร่วมขบวนการ และเตรียมขยายผลเอาผิดสาวถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เชื่อทำมานานแล้วเปิดบริษัทใช้บังหน้า ประเมินมีเงินสะพัดมูลค่าสูงถึง 4,500 ล้าน ด้านนายกฯ สั่งการเฉียบขาดฟาดให้เต็มที่ เพราะกระทรวงมหาดไทยมีโกงเรื่องพวกนี้ไม่ได้ป.ป.ช. ร่วมกับ บช.ก. บุกรวบขบวนการทุจริต สอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น เปิดเผยขึ้นที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. นายเนติพล ชุมยวง ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก.ปปป. แถลงข่าวการจับกุมขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า วันที่ 22 มิ.ย. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. มอบให้ตนพร้อมเจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบกระดาษคำตอบที่ใช้ในการกระทำความผิดและเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง ตามที่มีการร้องเรียนขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า ขณะเข้าตรวจค้นพบกลุ่มบุคคลในที่เกิดเหตุกว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐกำลังแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบ คอมพิวเตอร์ช่วยเหลือให้ผู้เข้าสอบที่ชำระเงินให้สอบได้ เพื่อบรรจุเข้าเป็นข้าราชการ หรือพนักงานท้องถิ่น พ.ศ.2568 โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้คะแนนในกระดาษคำตอบตรงกับคะแนนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศในเว็บไซต์ก่อนหน้านี้ เป็นการแก้คะแนนสอบอันเป็นเท็จ ชุดจับกุมตรวจยึดเอกสารจำนวนมาก สำเนากระดาษคำตอบ เชิญบุคคลมาให้ปากคำเพิ่มเติม 10 กว่าคน การจับกุมเป็นครั้งแรกที่ ป.ป.ช.นำแนวทางปฏิบัติตรวจค้นมาใช้เป็นมิติใหม่ก้าวสำคัญของ ป.ป.ช. เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นการดำเนินการ รวมทั้งบูรณาการทำงานร่วมกับพนักงานไต่สวน พนักงานฝ่ายสืบสวนและวิเคราะห์พิสูจน์หลักฐาน และตำรวจ บก.ปปป. ให้เข้าถึงพยานหลักฐานตรวจยึดหลักฐานได้ทันท่วงที นำมาประกอบการพิจารณาตรวจสอบไต่สวนเชิงรุก เป็นยุทธศาสตร์ปราบทุจริตที่มุ่งเน้นทำงานเชิงรุก เฉียบขาด ฉับไว ทันเหตุการณ์ผู้สื่อข่าวถามว่า “ผอ.พ.” ผู้ต้องสงสัยคดีนี้มี ความเกี่ยวข้องอย่างไร นายพัฒนพงศ์กล่าวว่า ป.ป.ช.ตั้งเรื่องไว้แล้วอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อมูล จากการตรวจค้นพยานได้เล่าให้เห็นจะจะว่า มีการปรับแก้กระดาษคำตอบอย่างไรให้ สอดคล้องกับผลสอบ ส่วนบุคคลที่ถามถึงอยู่ในขั้นตอน ไล่เลียงอยู่ แต่พบมีกลุ่มบุคคลเป็นตัวเชื่อมระหว่างกระดาษคำตอบกับผลสอบ ต้องตรวจสอบว่าหาเอกสาร หรือข้อมูลเหล่านี้มาได้อย่างไร และมีค่าตอบแทนอย่างไร กำลังตรวจสอบเชิงลึก เอกสารตรวจพบไม่แน่ชัดว่าเป็นการสอบสนามเดียวกันหรือไม่ จากการ ตรวจสอบเบื้องต้นเห็นวันเวลาต่างๆ ต้องดูรายละเอียดว่า มีความเชื่อมโยงไปถึงการสอบครั้งอื่นหรือไม่ ไม่ต้องกังวลเพราะเอกสารมีรายชื่อและรหัสทุกคนต้องรอดูการขยายผล ส่วนผู้ที่สอบได้จากการโกงขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานเป็นรายบุคคล ในส่วนกระบวนการสอบขึ้นอยู่กับต้นสังกัด สุดท้ายแล้ว ป.ป.ช.สามารถชี้มูลทั้งทางอาญาและทางวินัยกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้อยู่แล้วนายเนติพล ชุมยวง ผอ.สำนักสืบสวนและ กิจการพิเศษ ป.ป.ช. กล่าวว่า ได้เบาะแสจากผู้แจ้งว่า มีกระบวนการแก้ไขทุกกระดาษคำตอบของการสอบที่บริษัทแห่งนี้ ป.ป.ช.และตำรวจร่วมกันวางแผน เฝ้าเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน สังเกตการเข้า-ออกพบความผิดปกติ จึงขอหมายค้นเข้าตรวจสอบร่วมกับตำรวจพบเอกสารหลักฐานที่ใช้กระทำความผิด ทั้งคอมพิวเตอร์ กระดาษคำตอบที่กำลังแก้ไขในขณะตรวจค้น การสอบครั้งนี้ประกาศรับ 87 ตำแหน่งรวม 1,669 อัตรา เป็นการจัดสอบทั่วประเทศ มีข้อมูลว่าการสอบครั้งนี้ มีการเรียกรับเงินตั้งแต่ 3.5 แสนบาท ในตำแหน่งทั่วไป จนถึง 7-8 แสนบาท ในจังหวัดที่มีอัตราแข่งขันสูงด้าน พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. กล่าวว่า เป็นการปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อไม่ให้คนไม่มีคุณภาพมาทำงาน การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นมีมานานแล้ว ทั้งของกลางและรายชื่อบุคคลต่างๆ จะตรวจสอบที่มาที่ไป และวิธีการสาวไปถึงต้นตอคนที่กระทำผิด อาจย้อนหลังไปถึงคนที่สอบได้แล้วหลุดจากตำแหน่งเพราะสอบเข้าไปโดยการทุจริตพ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก. ปปป. กล่าวว่า สถานที่เกิดเหตุเป็นซอยเล็กรถผ่าน เข้าออกไม่ได้แต่มีคนเข้าออกผิดปกติ วันทำงาน เข้าตั้งแต่ช่วง 17.00 น. เป็นต้นไป และออกมาช่วง 20.00 น. บุคคลที่เข้าออกเป็นเจ้าหน้าที่ราชการท้องถิ่นที่มาทำงานช่วงเวลาเย็น สะพายกระเป๋าเป้หรือถุงผิดสังเกตเชื่อว่านำกระดาษคำตอบมาแก้ไข เป็นการแก้ไขผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีตัวข้อสอบที่ถูกต้องไว้ชุดหนึ่งก่อนอยู่แล้ว และมีรายชื่อของผู้จ่ายเงินเพื่อวิ่งเต้นอีกหนึ่งชุด มีการกรอกรหัสเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ หากพบว่าสอบไม่ผ่านจะนำข้อสอบที่ถูกต้องเข้ามาผสมในระบบ เพื่อทำสัญลักษณ์ว่าต้องแก้ไขข้อใดบ้าง ก่อนจะนำฉบับที่แก้ไขแล้วส่งไปยังหน่วยงานที่ควบคุมการสอบและประกาศผลสอบ เมื่อมีเอกสารหลุดรั่วจากหน่วยงานที่จัดเก็บก็มีการพิมพ์สำเนา กรอกคะแนนใหม่ เพื่อส่งไปยังหน่วยงานที่เก็บต้นฉบับไว้ ส่วนนาย พ. ดังกล่าวเป็นข้าราชการร่วมขบวนการ เป็นนายหน้าหาคนที่ต้องการรับบรรจุรับราชการเรียกรับเงินแลกกับการสอบผ่าน รับเงินมาแล้วไปไหนต่ออยู่ระหว่างการตรวจสอบจากพยานหลักฐาน จำนวนเงินที่เรียกรับ เมื่อคิดคำนวณที่เปิดให้สอบ 88 ตำแหน่ง คาดมูลค่าความเสียหาย 4,500 ล้านบาททางด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึง ป.ป.ช.จับกุมการทุจริตสอบบรรจุ เป็นข้าราชการดังกล่าวว่า สืบเนื่องมาจากการสอบท้องถิ่นตั้งแต่ปี พ.ศ.2568 ส่วนต้องยกเลิกผลการสอบหรือไม่ยังเร็วไปที่จะพูด กระบวนการที่เกิดขึ้นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้ว่าจ้างในการจัดสอบ ผู้ที่รับจัดสอบก็จะไปดำเนินการสอบ ต้องไปดูว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้บ้าง มีข้าราชการ สถ.เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากตรวจสอบแล้ว ว่ามีต้องจัดการทั้งหมดรอข้อมูลให้ชัดเจนอีกครั้ง คนที่เข้ากระบวนการมาและมีการจ่ายเงินจะผิดหรือไม่ ขอให้ใจเย็นต้องรอข้อมูลและข้อเท็จจริงให้ชัดเจนมากกว่านี้ก่อน ถามว่าการทุจริตว่ามีมาตั้งแต่ปีใด นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วงในเรื่องอดีต ในการ สอบครั้งนี้จากข้อมูลมีตัวเลขอยู่ที่ 3,000 คน แต่ใน ข้อเท็จจริงเชื่อว่ามีมากกว่านั้น ขณะที่ผู้เข้าสอบในครั้งนี้มีจำนวนหลัก 100,000 คน ถามว่าจะขยายผล ไปถึงโรงเรียนนายอำเภอด้วยหรือไม่เรื่องนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน ตนรับผิดชอบในส่วนของ สถ.ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. จับกุมขบวนการทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า รับทราบเรื่องแล้ว เมื่อถามว่า ได้สั่งการอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า เต็มที่ กระทรวงมหาดไทยมีโกงเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ฟาดเต็มที่ และสั่งการไปแล้วล่าสุดมีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย ว่า นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1563/2569 ลงวันที่ 23 มิ.ย.69 เรื่อง ให้ข้าราชการประจำส่วน ราชการเป็นการชั่วคราว มีเนื้อหาสรุปว่า โดยที่ปรากฏ ว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ร่วมกับกองบังคับการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับบุคคล และเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมาก อันเป็นกรณีที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนการบริหารราชการแผ่นดินและ การบริหารงานบุคคลของกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ประกอบ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และกฎ ก.พ. ว่าด้วยการสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำส่วนราชการเป็นการชั่วคราว พ.ศ.2554 ให้นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.69 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงต่อมาเวลา 17.15 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังทราบคำสั่งโยกย้ายนายธีรุตม์ อธิบดี สถ. ว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการตามระเบียบ เรื่องใหญ่ขนาดนี้หากไม่ดำเนินการอะไรท่านก็จะเดือดร้อน อ่านข่าวแล้วก็จะเป็นลม หัวละ 350,000-700,000 บาท ยังไม่ทันเป็นตำแหน่งอะไรเลย แค่เหยียบเท้าเข้ามาเป็นข้าราชการครั้งแรกในชีวิต เงินเดือนยังไม่ถึง 15,000 บาท คุณต้องมีต้นทุน 350,000 บาทอย่างต่ำ แล้วประเทศไทยมันจะอยู่ได้อย่างไร วันที่ 24 มิ.ย.จะเชิญ บก.ปปป. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. มาพูดคุยเพราะเรื่องนี้อุกอาจ มีการเปิดเซฟแล้วพบบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสอบแข่งขันข้าราชการ มองว่าเป็นขบวนการหรือเปล่า เรื่องแบบนี้ถือว่าสบายมากฟรีแฮนด์ เพราะไม่เคยฝากใคร จึงไม่ยินดียินร้าย ถ้าเราไม่ได้ฝากใคร ก็จะได้ข้าราชการน้ำดีเข้ามา เรื่องนี้ตนเองไม่เคยฝากใคร และไม่เคยคิดจะฝากด้วย ตอนนี้ถึงตำรวจแล้ว กระทรวงมหาดไทยต้องจัดตั้งคนเข้ามาร่วมกับตำรวจด้วย ต้องขยายผลถึงที่สุด และจะมีความจริงออกมาเรื่อยๆอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่