เพื่อนไลน์ไอดี @ntp59 ขอความเห็นว่า เหมาะสมหรือไม่ ที่นายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไปโอบกอดประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียขอเรียนว่า ท่านที่โอบกอดฝ่ายแรกไม่ใช่นายกรัฐมนตรีไทย ครับ แต่เป็นท่านปูติน มีหลายคนนำเรื่องนี้มาโจมตีทางการเมือง ซึ่งผมเห็นว่าไม่ยุติธรรมสำหรับนายกฯไทยโดยทั่วไปแล้ว ผู้นำระดับสูงของรัสเซียจะปฏิบัติตามธรรมเนียมการทูตสากลอย่างเคร่งครัดด้วยการจับมือ ยิ้มเล็กน้อย ทักทาย และแลกเปลี่ยนคำพูดด้วยวลีหรือประโยคสั้นๆ หลังจากนั้นก็ถ่ายภาพร่วมกันต่อหน้าสื่อมวลชนการที่ประธานาธิบดีปูตินเอื้อมแขนไปโอบนายกฯอนุทินก่อน ไม่ใช่ธรรมเนียมปกติสำหรับการพบกัน ผมสอบถามเรื่องนี้กับท่านผู้รู้ชาวรัสเซีย ท่านกรุณาอธิบายว่า ก่อนปูตินจะพบใคร จะมีหน่วยข่าวกรองศึกษาประวัติของผู้นั้นโดยละเอียด และท่าทีของปูตินที่มีต่อผู้ที่จะพบ จะเกี่ยวข้องกับทัศนคติของท่านที่มีต่อผู้นั้นโดยศึกษาจากข่าวกรองที่ได้รับท่านผู้รู้ชาวรัสเซียกรุณาอธิบายต่อว่า ในกรณีนายกฯอนุทิน มีประวัติการไปร่วมงานวันชาติรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อเป็นนายกฯแล้ว ก็ยังเดินทางไปร่วมงานวันชาติรัสเซียครั้งล่าสุดที่จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยเรื่องนี้สำคัญสำหรับประเทศอย่างรัสเซีย ที่มีขนบประเพณีและวัฒนธรรมทางการทูตมาอย่างลึกซึ้งยาวนาน อาจจะเป็นไปได้ที่ปูตินยอมรับในความมีทัศนคติทางบวกต่อรัสเซียของนายกฯอนุทินผมเช็กข่าวของนายกฯอนุทินในสื่อรัสเซีย ปรากฏว่าเป็นไปในทางบวกทั้งหมด แสดงว่านายกฯอนุทินได้รับการยอมรับจากทุกองคาพยพของรัสเซียสำหรับผมซึ่งคุ้นเคยกับรัสเซียมานานกว่า 30 ปี อยากจะเรียนว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับไทยที่จะดำเนินการ 2 อย่างไปพร้อมกัน อย่างแรกก็คือ รักษามิตรเก่าและตลาดเก่าอย่างสหรัฐฯและตะวันตก อย่างที่สองคือ สร้างมิตรใหม่อย่างแน่นแฟ้นต่อรัสเซียรัสเซียเป็นประเทศพี่เบิ้มในสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย หากมีการพัฒนาความสัมพันธ์ต่อจากการพบกันของ 2 ผู้นำ (อนุทินและปูติน) โอกาสที่ประเทศไทยจะขยายตลาดสินค้าและบริการไปยังยูเรเซียก็มีสูงนอกจากนั้น รัสเซียและกลุ่มประเทศยูเรเซียยังมีทรัพยากรธรรมชาติมากมายหลากหลายที่ประเทศของเราสามารถนำเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจได้ที่เป็นประโยชน์อันดับต้นคือ รัสเซียเป็นมหาอำนาจด้านพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไทยเป็นประเทศที่ต้องการความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว หากรัฐบาลชุดนี้ของไทยสามารถซื้อพลังงานจากรัสเซียในราคาที่แข่งขันได้ ก็จะช่วยลดต้นทุนภาคอุตสาหกรรมไทยได้อย่างมากการขนส่งสินค้าทางเรือจากไทยไปยุโรปต้องใช้เวลาประมาณ 30 วัน หากรัฐบาลไทยเอาจริงเอาจังกับการขนส่งสินค้าจากไทยไปรัสเซีย และจากรัสเซียมาไทย ก็สามารถเชื่อมกรุงเทพฯ–หนองคาย– เวียงจันทน์–คุนหมิง–อุรุมฉี–คาซัคสถาน–รัสเซีย–ยุโรป โดยใช้เวลาแค่ประมาณ 15 วันเท่านั้นถ้าเป็นสินค้าปริมาณมาก ก็ส่งสินค้าจากไทยโดยทางเรือไปยังท่าเรือจีน แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟข้ามยูเรเซียไปยังรัสเซียหรือยุโรปก็เป็นไปได้3 กรกฎาคม ค.ศ.1897 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเยือนรัสเซีย พบพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 เป็นวันเริ่มต้นการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซียในปีหน้า 3 กรกฎาคม ค.ศ.2027 จะครบรอบความสัมพันธ์ 130 ปี ไทย–รัสเซีย ในเชิงประวัติศาสตร์มีความสำคัญมากครับ เพราะในอดีต สยามเผชิญแรงกดดันจากจักรวรรดิอังกฤษและฝรั่งเศส การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจักรวรรดิรัสเซีย ช่วยเพิ่มน้ำหนักทางการทูตให้สยาม และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยรักษาเอกราชของราชอาณาจักรสยามในยุคล่าอาณานิคมจุดนี้ เป็นจุดที่รัฐบาลไทยในปัจจุบันสามารถนำมาขยายผลให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น และเป็นเรื่องที่ฝ่ายรัสเซียเองก็พูดถึงบ่อยๆโอกาสอย่างนี้หายากครับ แถมยังเป็นเรื่องบังเอิญที่ 4 กรกฎาคม 2026 สหรัฐอเมริกาจะตั้งประเทศมาครบ 250 ปี เป็นช่วงที่สหรัฐฯเริ่มเสียชื่อเสียง หลายประเทศเริ่มมีอิสระในการดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยที่ไม่ถูกสหรัฐฯควบคุมกดดัน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม