“บิ๊กต่าย” เซ็นคำสั่งเด้งเพื่อนร่วมรุ่น นรต.41 จาก ผบช.ภ.8 เข้ากรุ ศปก.ตร.โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปรักษาราชการแทนตำแหน่ง ผบช.ภ.8 อีกหน้าที่ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง อ้างต้องสงสัยประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ หากให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิมอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ท่ามกลางกระแสข่าวใส่เกียร์ว่างปล่อยปละละเลยไม่สนใจงาน ทั้งที่มีคดีดังบานเบอะ ตั้งแต่คดีผู้มีอิทธิพลยึดหาดฟรีด้อม ยันรื้อนอมินีต่างชาติยึดธุรกิจเมืองท่องเที่ยวภาคใต้ แต่ไม่เคยให้ความร่วมมือเดินทางไปร่วมปฏิบัติการ ทั้งที่เหตุเกิดในพื้นที่ตัวเอง นอกจากนี้เคยถูกตั้งกรรมการสอบกรณีซื้อขายตำแหน่ง ผกก.ราคา 8 โล แต่ขาแข็งไม่ถูกย้ายจนเรื่องเงียบหายไปสั่งย้าย ผบช.ภ.8 พิษความโปร่งใส เปิดเผยขึ้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อคืนวันที่ 19 มิ.ย. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เซ็นคำสั่ง ตร.ที่ 278/2569 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจช่วยราชการและรักษาราชการแทน ด้วยปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทาง เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับการประชุมบริหารของตำรวจภูธรภาค 8 มีเนื้อหาพาดพิงถึง ผบช.ภ.8 อันอาจทำให้ประชาชนและสังคมเกิดความสงสัย หรือขาดความเชื่อมั่นต่อความโปร่งใสการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องเนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นที่สงสัยว่า ข้าราชการตำรวจผู้นี้มีกรณีเป็นที่สงสัยว่า ประพฤติบกพร่องต่อ หน้าที่ หากให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิมอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ และเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส เกิดความเป็นธรรม ปราศจากข้อครหา และมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ รวมทั้งมิให้กระทบต่อการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 67 และมาตรา 105 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบมาตรา 108 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และข้อ 6 (2) ข้อ 9 (1) ประกอบข้อ 16 แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2566 สั่งการให้ พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย และให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไป รรท.ผบช.ภ.8 อีกหน้าที่หนึ่งด้วยการสั่งให้ช่วยราชการตามคำสั่งนี้ เป็นมาตรการทางบริหารเพื่อประโยชน์ของทางราชการ มิใช่มาตรการทางวินัยหรือการลงโทษ และมิได้เป็นการวินิจฉัยว่า ผู้ใดกระทำผิดแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 30 ก.ย. หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จำใจเซ็นคำสั่งย้ายเพื่อนร่วมรุ่น นรต.41 ครั้งนี้ เนื่องจากการบริหารงานตำรวจในที่พื้นที่ขาดความเอาใจใส่ หลังจากมีคดีความกลายเป็นข่าวดังหลายคดี ตั้งแต่คดีผู้มีอิทธิพลยึดหาดฟรีดอม อันเป็นชายหาดสาธารณะไว้หาประโยชน์ส่วนตัว หรือกรณีชาวต่างชาติจ้างนอมินีเปิดบริษัททำธุรกิจในประเทศไทย สร้างอิทธิพลเสียหายด้านความมั่นคง กลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขนาดรัฐบาล นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงมาดูพื้นที่ด้วยตัวเองหลายครั้งจนบิ๊กต่าย ผบ.ตร.สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. จัดชุดเฉพาะกิจลงไปปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ปรากฏว่า ผบช.ภ.8 สนใจเข้าร่วมให้ข้อมูลหรือปฏิบัติการ ทำให้ถูกมองว่าใส่เกียร์ว่าง เนื่องจากกำลังจะเกษียณอายุราชการพร้อม ผบ.ตร.กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทุกสายตาจับจ้องไปที่ พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 แต่เคยมีเรื่องฉาวโฉ่มาแล้วช่วงทำคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ พ.ต.อ.-รอง สว.ในพื้นที่ บช.ภ.8 รอบที่ผ่านมาเมื่อเดือน พ.ย. ปรากฏว่ามีการร้องเรียนเรื่องขายตำแหน่งใน บช.ภ.8 ดังกระหึ่ม แถมระบุตัวเลขการซื้อขายตำแหน่งนายตำรวจระดับ ผกก.โรงพักเกรดเอในกองบัญชาการ มีราคาถึง 8 โล จน พล.ต.ท.สิทธิชัย ต้องออกมาโต้ข่าวผ่านสื่อว่า ไม่เป็นความจริง ครั้งนั้นถึงแม้ว่าบิ๊กต่ายทำขึงขังสั่งการให้จเรตำรวจแห่งชาติตั้งทีมตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ยังการันตีความบริสุทธิ์เพื่อนร่วมรุ่นว่า เรื่องซื้อขายตำแหน่งที่ถูกกล่าวหาไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง ยังให้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในตำแหน่ง ผบช.ภ.8 เหมือนเดิม หลังจากนั้นเรื่องการซื้อขายตำแหน่งก็เงียบหายไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่