“อนุทิน” ขึงขังถือเคพีไอส่วนตัวประเมินผลงาน ครม. ฮึ่มทำความเสียหายให้บ้านเมือง จัดการทันทีไม่ต้องรอ เมินกระสุนตกใส่ “ไชยชนก” ไม่สนกระแสลบรุมเร้า สนใจแต่ความจริง เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ปชน.ลับมีดจัดทัพ 30 สส.รอขย่ม พ.ร.บ.โอนงบฯปี 69-พ.ร.บ.งบฯปี 70 “ไหม” ชี้เป้าดีอีได้งบฯเพิ่มสูงปรี๊ด 30 เปอร์เซ็นต์ ซัดพิรุธโชยกลิ่นลุยภาคต่อโครงการ TH-AI Passport กัดติดเงินกู้ 4 แสนล้าน ก้อน 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงานทับซ้อนงบฯกระทรวงพลังงานกับกองทุนอนุรักษ์พลังงาน สว.-สส.ฝ่ายค้านถกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคลียร์ปมเลือก ส.ส.ร. “นรเศรษฐ์” ระบุข้อจำกัดชัดเจนห้าม ปชช.เลือกโดยตรงคณะ กมธ.ยกร่างฯ 35 คน “พริษฐ์” ตีปีก ปชช.เลือก ส.ส.ร.มาคัดเลือก กมธ.ยกร่างฯ-เห็นชอบร่าง รธน.ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ระบุถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีในรัฐบาล โดยไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา 1 ปีหรือเท่าใด แต่หากรัฐมนตรีคนใดทำความเสียหายให้แก่บ้านเมือง ต้องพิจารณาแก้ไขในทันที ยอมรับรัฐมนตรีบางคนอ่อนประชาสัมพันธ์ต้องขอให้เร่งชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ“อนุทิน” ประเมิน รมต.ทำเสียหายไม่มีรอ เมื่อเวลา 08.20 น.วันที่ 19 มิ.ย.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการเตรียมประเมินตัวชี้วัดผลการทำงาน หรือ KPI รัฐมนตรีทำงาน 1 ปีว่า รัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารประเทศ ต้องมีการประเมินผลงานอยู่แล้ว ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทุกคนต้องทำงานทุ่มเททุกอย่างให้รัฐบาล ประเทศและประชาชน ไม่ต้องวัด KPI เพราะมีแต่ API หรือ “อนุทิน PI” เมื่อถามว่ามีกระทรวงใดต้องเจาะจงหรือไม่ โดยเฉพาะกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับประชาชน นายอนุทินกล่าวว่า ดูภาพรวมและเจาะเป็นรายบุคคล เป็นปกติในการทำงานให้ประเทศ ต้องตื่นตัวตลอดเวลา คนเก่งจะไม่ตื่นตัว หรือติดลมบนแล้วก็ต้องปรับปรุง เมื่อถามว่าวางเกณฑ์ประเมินผลไว้ 1 ปีจะมีระยะเวลาเร็วกว่านั้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้วางอะไร ไม่มีกำหนดเวลา หากทำความเสียหายให้บ้านเมืองเมื่อไหร่จะต้องพิจารณาแก้ไขในทันที เมื่อถามย้ำว่าได้วางไว้หรือไม่ว่าจะมีการปรับ ครม.เมื่อใด นายอนุทินกล่าวว่า ยัง ตอนนี้ยังไม่คิด รัฐมนตรีทุกท่านยังทำงานกันได้ด้วยดีอยู่ ยังทุ่มเททำงานกันเต็มที่ บางคนอ่อนประชาสัมพันธ์ก็เชิญมาให้เร่งแจ้งผลงานที่ได้ทำ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบไม่สนดีอีกระแสลบ ดูแต่ความจริงเมื่อถามว่าอย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้พูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี หรือไม่ เนื่องจากช่วงนี้มีกระแสเชิงลบกับกระทรวง นายอนุทินกล่าวว่า นายไชยชนก เป็นเลขาธิการ พรรค ภท. คุยกันเป็นประจำ คุยกันทุกวัน ปรึกษาหารือกันทุกเรื่องอยู่แล้ว เมื่อถามว่าแต่ตอนนี้กระทรวงดีอี เจอกระแสหนักกับโครงการ TH-AI Passport นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่เคยสนใจกระแส สนใจแต่ความจริง และสิ่งที่เป็นประโยชน์ และให้ความมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และศักยภาพของประชาชนทั่วไป นักศึกษาที่จะยกระดับเทคโนโลยีการสื่อสารระดับสูง เมื่อถามว่าจะวัด KPI รัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะไปยุ่งกับเขาได้อย่างไร แต่ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น ต้องแจ้งหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เพราะมีกฎกติกามารยาทอยู่ หากมีความเสียหายต้องแจ้ง แต่การตัดสินใจอยู่ที่ตนโยกย้าย “รอมดอน” อย่ายึดติดคนนายอนุทินกล่าวถึงการโยกย้าย ผวจ.และรอง ผวจ.ภูเก็ต ที่ฝ่ายค้านมองเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง อาศัยจังหวะสถานการณ์วางคนของระบอบสีน้ำเงิน นายอนุทินทวนคำถามว่า “ละครฉากหนึ่ง” ก่อนกล่าวว่า โลกคือละคร ฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนคนสงขลา เสียดายนายรอมดอน หะยีอาแว อดีต รอง ผวจ.สงขลา ที่ถูกย้ายไปเป็นรอง ผวจ.ภูเก็ต เพราะวางระบบการป้องกันน้ำท่วมไว้แล้ว แต่ใกล้ถึงฤดูน้ำท่วมกลับถูกย้าย นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องห่วง เราไม่ผูกติดกับตัวบุคคลนี่คือการบริหารราชการแผ่นดินบริหารประเทศ ใครมาใครไปสิ่งที่แน่นอนที่สุดคือประชาชนและประเทศต้องได้ประโยชน์ เราพิจารณาไตร่ตรองตามลำดับขั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยตอบสนองนโยบายปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ใครทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ถ้ายังไม่ผิดกฎหมาย ตัวท่านยังทรงสิทธิ์ไว้ในการพิจารณาโยกย้ายไปในตำแหน่งที่เห็นว่าเหมาะสม เมื่อถามว่ามีการมองว่าการย้ายนายธีระพงศ์ ช่วยชู อดีตรอง ผวจ.ภูเก็ต กลับไปจังหวัดบ้านเกิดนคร ศรีธรรมราช เป็นการอวยยศมากกว่าการลงโทษ นายอนุทินกล่าวว่า ไปถามดูว่าอวยหรือเปล่า พร้อมยืนยันว่า “ไม่มี นึกภาพออกไหมครับ”มท.สั่งบี้ท้องถิ่นชงแผนใช้เงินกู้ด่วนผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยนายธีรรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ส่งหนังสือเวียนไปถึง ผวจ.ทั่วประเทศถึงการจัดทำข้อเสนอโครงการภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศปี 69 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีความประสงค์เสนอโครงการให้ดำเนินการจัดทำข้อเสนอตามแนวทางที่กำหนด อาทิ เสนอโครงการผ่านระบบสารสนเทศเพื่อขอรับการสนับสนุนงบฯ เงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (SOLA) ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 ก.ค. หากพ้นระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าไม่มีความประสงค์เสนอโครงการ พร้อมนำเข้าไฟล์หรืออัปโหลดแบบฟอร์มเสนอโครงการในระบบ SOLA ให้เสร็จภายในวันที่ 24 ก.ค. ขอความร่วมมือจังหวัดที่กำกับดูแล อปท.ในพื้นที่ดำเนินโครงการตามความจำเป็นเร่งด่วน โดยยึดถือความจำเป็นและความคุ้มค่า ผลประโยชน์ที่ประชาชนและทางการจะได้รับเป็นสำคัญปชน.จ่อขยี้ พ.ร.บ.โอนงบฯ 69–งบฯ 70น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการเตรียมพิจารณางบฯปี 2570 และ พ.ร.บ.โอนงบฯปี 2569 ว่า ช่วงเวลาในการอภิปรายงบฯทั้ง 2 เรื่องใกล้เคียงกันช่วงปลายเดือน มิ.ย. ก่อนหน้านี้ได้เชิญหน่วยงานมาชี้แจงการของบฯ เพื่อจะได้เห็นหน้าตางบฯ ขณะเดียวกันต้องรอมติ ครม.วันที่ 23 มิ.ย. ที่จะเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 พรรคมีเวลาเตรียมตัวก่อนอภิปรายไม่ถึง 1 สัปดาห์ ส่วน พ.ร.บ.โอนงบฯปี 69 แม้จะมีเวลาใช้เงินเพียง 3 เดือน พรรคให้ความสำคัญอภิปรายมีวงเงิน 10,300 ล้านบาท โอนไปอยู่ในงบฯกลาง ทั้งที่รัฐบาลบอกจะตัดงบฯเข้าสู่การโอนแสนล้านบาทลดเหลือ 80,000 ล้านบาท ท้ายที่สุดเหลือ 10,000 ล้านบาท จะนำไปใช้เยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามไทย-กัมพูชา มากน้อยแค่ไหนอย่างไร จึงต้องติดตามว่าจะมีการอนุมัติงบฯส่วนนี้ไปใช้อย่างไรดีอีอู้ฟู่เพิ่ม 30% ได้กลิ่น TH–AI Passport2น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่าการอภิปรายงบฯปี 70 มีหลายโครงการน่าจับตา อาทิ บางหน่วยงานหรือกระทรวงที่ได้รับงบฯเพิ่มอย่างน่าประหลาดใจ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เพิ่ม 30% โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เจ้าของโครงการ TH-AI Passport ได้รับงบฯเพิ่ม 1 เท่าตัวหรือ 95% ต้องดูว่านำไปทำอะไรต่อ มีแนวโน้มว่าอาจเป็นโครงการภาคต่อ TH-AI Passport หรือไม่ ต้องไปติดตามตรวจสอบกันอีก โครงการ TH-AI Passport ไม่ได้ใช้งบฯอย่างเดียว แต่ใช้เงินกองทุนดีอีเป็นเงินนอกงบฯ ที่ผ่านมาเป็นปัญหาและช่องโหว่ที่สภาฯตรวจสอบได้ยากมาตลอด เราจึงต้องพูดถึงการตรวจสอบเงินนอกงบฯทั้งหมดของแผ่นดิน เอาไปใช้อย่างไรซ้ำซ้อนกับโครงการที่อยู่ในงบฯหรือไม่จัด 30 ขุนพล รอถล่มเข้มข้นเช่นเดิมน.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า รอบนี้รัฐบาลยังมีเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในตัว 2 แสนล้านบาท หลังเป็นเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงาน น่าจะซ้อนทับของกระทรวงพลังงานและกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ต้องติดตามตรวจสอบรายละเอียด การจัดเตรียม สส.อภิปรายงบฯประมาณ 30 คน แบ่งเป็นรายประเด็น ทั้งพลังงานอาจคาบเกี่ยวกระทรวงกัน จะไล่เรียงตั้งแต่ปัญหาการคลัง การจัดเก็บรายได้ของนโยบายอุตสาหกรรม งบฯสิ่งแวดล้อมและกองทัพ การกระจายอำนาจ ยืนยันการตรวจสอบผ่านการอภิปรายงบฯของพรรคยังคงเข้มข้นเช่นเดิม แม้ช่วงนี้จะมีความพยายามดิสเครดิตความน่าเชื่อถือพรรคที่ต้องตรวจสอบความคุ้มค่าและความเหมาะสมของงบฯ รวมถึงความสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน จึงอยากชวนประชาชนร่วมจับตาการอภิปรายจี้ รบ.ปรับลดราคาน้ำมันตามตลาดโลกน.ส.ศิริกัญญากล่าวถึงราคาน้ำมันหลังประชาชนตั้งคำถาม ทำไมราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงไปมาก แต่ราคาในไทยกลับลดลงทีละนิด ไม่ก้าวกระโดดเหมือนตอนปรับขึ้น รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับทั้งสองส่วนในสัดส่วนที่พอๆกัน ทั้งการลดภาระค่าครองชีพประชาชน และการล้างหนี้เดิมของกองทุนน้ำมัน ในความเป็นจริง หากแนวโน้มราคาน้ำมันระยะยาวเริ่มปรับตัวลดลงเป็นปกติแล้ว รัฐบาลทยอยจ่ายคืนหนี้กองทุนน้ำมันได้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ควรปล่อยให้ราคาน้ำมันลดลงมาให้ประชาชนมีโอกาสหายใจหายคอ และช่วยให้ค่าครองชีพโดยรวมลดลงก่อน น่าจะช่วยให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถดำรงชีวิตได้ดีขึ้นในสถานการณ์ช่วงนี้ ขณะเดียวกันเราเล็งเห็นว่าโครงการอย่างไทยช่วยไทยพลัส อาจไม่ได้ช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างยั่งยืนขนาดนั้น มันเป็นเพียงการช่วยเหลือในระยะสั้นๆ พอเงินหมด ประชาชนต้องกลับมารู้สึกว่าค่าครองชีพหนักหนาสาหัสเหมือนเดิม จึงอยากเสนอให้รัฐบาลปรับลดราคาน้ำมันลงมาให้ใกล้เคียงกับสัดส่วนที่ราคาตลาดโลกปรับลดลงด้วยชี้โยง “ภาวุธ” เบรกเกมตรวจสอบดีอีน.ส.ศิริกัญญากล่าวถึงกรณีดีเอสไอเปิดชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน Forex ว่า พรรคจะดำเนินการทางวินัยหรืออะไรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐาน ยืนยันพรรคไม่ได้ไปล็อบบี้อย่าเพิ่งเปิดชื่อก่อนการเลือกตั้ง กทม.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคปชน. กล่าวว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรค ปชน.ต้องเจอเรื่องลักษณะนี้ ยืนยันพรรคไม่มีวัฒนธรรมปกป้องคนผิด แต่ต้องปล่อยให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม เรื่องนี้ตั้งคำถามได้ เพราะนายภาวุธไปตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น ในโครงการเกี่ยวข้องกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี นำมาสู่การตรวจสอบการเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมา พรรคก็เจอลักษณะเดียวกัน ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 ถูกบุกค้นบ้านข้อหาเกี่ยวกับค้ายาเสพติดและฟอกเงิน ท้ายที่สุดอัยการไม่ได้สั่งฟ้อง สะท้อนว่าเป็นความพยายามทางการเมือง ลดความน่าเชื่อถือของพรรคปชน.หรือไม่ รอบนี้ระหว่างเรากำลังตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้น เป็นการเบี่ยงเบนกระแส ลดความน่าเชื่อถือของนายภาวุธและพรรค ปชน.หรือไม่ภท.โต้คดีฟอเร็กซ์ไม่เกี่ยวการเมืองเมื่อเวลา 19.40 น. น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โฆษกพรรค ภท.โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ปชน. ตั้งคำถามเป็นความพยายามทางการเมืองลดความน่าเชื่อถือพรรค ปชน. และนาย ภาวุธหรือไม่จากการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า การที่ DSI ออกมาแถลงว่า ได้สืบสวน และรวบรวมหลักฐานเรื่องนี้มานานหลายเดือนแล้ว จนมั่นใจในหลักฐานจึงเกิดการตรวจค้น ตรวจยึดครั้งใหญ่ เคสนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก ยอดเงินสูง ในข่าวบอกชัดเจนถึงจำนวนเงินและผู้เสียหาย เพราะ ฉะนั้นไม่เกี่ยวหรอกว่าเกิดจากใครตรวจสอบใคร หรือจะกลบกระแสอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน ไม่ใช่จากวาทกรรมชี้นำสังคม และที่สำคัญที่สุดช่วงนี้ ไม่มีเรื่องการเมืองเรื่องไหนจะดังไปกว่าโครงการ TH-AI Passport อีกแล้ว ต่างกรรมต่างวาระ ผิด ว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก ทั้งสองเรื่องสว.–สส.ถกศาล รธน.คลี่ปมเลือก ส.ส.ร.ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะ กมธ. พร้อมคณะ กมธ.การกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาฯนำโดยนายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะ กมธ. รวมถึงตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และนายสราวุธ ทรงศิวิไลขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ในประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เคลียร์ชัดห้ามเลือกตรง กมธ.ยกร่างฯนายนรเศรษฐ์กล่าวว่า เป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจถ้อยคำในคำวินิจฉัยที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ถูกหยิบยกเป็นข้อถกเถียงมาตั้งแต่ช่วงความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญปีที่ผ่านมา สังคมต้องการทราบขอบเขตการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบ จากการหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นว่าการจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่ได้เป็นประเด็นที่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ข้อจำกัดอยู่ที่คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน หากมีสภาหรือองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทำหน้าที่คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างอีกทอดหนึ่ง สามารถดำเนินการได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ สว.ไม่ได้ขัดกับแนวทางที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอธิบายวันนี้ เนื่องจากกำหนดให้มี “สภาการมีส่วนร่วมของประชาชน” 200 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทำหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนคณะ กมธ.ยกร่าง 35 คน จะมาจากการคัดเลือกของรัฐสภา ก่อนเสนอให้สภาการมีส่วนร่วมของประชาชนรับรองอีกชั้นหนึ่งตีปีก ปชช.เลือก ส.ส.ร.ไม่ขัดคำวินิจฉัยด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า จากคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ คือการให้ประชาชนเลือกคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะไม่สามารถเลือก ส.ส.ร.ได้ หากออกแบบให้ ส.ส.ร.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นผู้คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างและพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่าอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัย พรรคประชาชนอาจนำประเด็นดังกล่าวกลับไปหารือภายในพรรค เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ โดยยืนยันจุดยืนเดิมที่ต้องการให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% หลังได้รับความชัดเจนว่าคำวินิจฉัยไม่ได้ห้ามการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวสภาฯยันประชุมร่วม 2 กมธ.ทำได้ที่รัฐสภา นายณัฏฐกฤษฏ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาฯ โฆษกสำนักงานสภาฯ แถลงชี้แจงกรณีการกล่าวหาการประชุมร่วมกันของคณะ กมธ.การศึกษาการจัดทำและติดตามงบฯกับ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ผิดข้อบังคับ ได้รับอนุญาตจากประธานสภาฯหรือไม่ว่า ขอชี้แจงว่าการประชุมร่วมกันทั้ง 2 คณะ แต่ละ กมธ.จะพิจารณา ตามหน้าที่และอำนาจ ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ไม่ได้เป็นผลมาจากการอนุญาตให้ประชุมร่วมกันของรองประธานสภาฯคนที่ 1 ที่ผ่านมาเคยมีการ ประชุมร่วมกันเช่นนี้มาแล้ว เช่น กมธ.การที่ดินร่วมกับ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ อำนวยความสะดวกให้ผู้มาชี้แจง เกิดประโยชน์สูงสุดกับงาน กมธ.ทำได้ไทย–รัสเซียขยายความร่วมมือทุกระดับเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 17.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน ช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) ที่ห้องหารือทวิภาคี 3 อาคาร Pavilion A2 ศูนย์การประชุมนานาชาติคาซาน เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ได้หารือทวิภาคีกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย ในโอกาสเข้าร่วมการประชุม ASEAN-Russia Commemorative Summit น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ได้หารือความร่วมมือทั้งการเมืองและความมั่นคง นายอนุทินระบุไทยให้ความสำคัญกับรัสเซียประเทศมหาอำนาจที่มีบทบาทสำคัญของโลก พร้อมกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือทุกระดับ ทั้งทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี และยังหารือผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อความมั่นคงพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ไทยขอบคุณรัสเซียที่จะสนับสนุนพลังงานสะอาด ก๊าซ LNG และสินค้าจำเป็น เช่น ปิโตรเคมี ปุ๋ย เห็นพ้องขยายความร่วมมือความมั่นคงทุกมิติ ครอบคลุมด้านการทหาร สารสนเทศ สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษามุ่งส่งเสริมท่องเที่ยว–วัฒนธรรมเพิ่มน.ส.รัชดากล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจสองฝ่ายเห็นพ้องว่าไทยและรัสเซียมีศักยภาพจะส่งเสริมการค้าระหว่างกันได้อีกมาก สภาธุรกิจไทย-รัสเซีย สนใจขยายการค้าการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคและแสวงหาโอกาสความร่วมมือใหม่ๆ ความร่วมมือเวทีพหุภาคี นายกฯขอบคุณที่รัสเซียสนับสนุนการทำงานของอาเซียน และชื่นชมบทบาทที่สร้างสรรค์ของรัสเซียในกรอบความร่วมมือเอเปก โดยเฉพาะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ตลอดจนการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุม ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเห็นพ้องจะส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ในปี 2570 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชนและเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันทุกมิติ และยินดีที่ในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมายังไทยเกือบ 2 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรปกลุ่มใหญ่ที่สุดของไทย แสดงถึงความประทับใจที่ชาวรัสเซียมีต่อไทย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน จะเผยแพร่วัฒนธรรมรัสเซีย อาทิ เพลง ภาพยนตร์และศิลปะการแสดงในโอกาสต่อๆไปด้วยถก “ฮุน มาเนต” ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งต่อมาเวลา 08.15 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทินเดินทางกลับถึงประเทศไทย มีเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยต้อนรับ นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีโดรนยูเครนโจมตีกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ระหว่างอยู่ที่ประเทศรัสเซียว่า คนไทยที่กรุงมอสโกทุกคนปลอดภัย ได้กำชับสถานเอกอัครราชทูตไทยที่กรุงมอสโก ให้อำนวยความสะดวกดูแลคนไทยให้เต็มที่ หากจำเป็นเร่งด่วนท่านมีความพร้อมแผนเผชิญเหตุ ส่วนความมั่นคงชายแดนไทย ตอนนั่งอยู่ในห้องพักคอยระหว่างการประชุมได้คุยกับนายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชายืนยันจุดยืน สถานะประเทศไทยและสิ่งที่ประเทศไทยจะดำเนินการทั้งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมาย ทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) ท่าทีของเราต่อการเจรจาในกรอบอื่นๆ หาก UNCLOS ยังไปในแนวการประนีประนอมภาคบังคับ ถ้ามีคำว่าบังคับเมื่อไหร่เราคงต้องหยุดการเจรจาในกรอบอื่นๆก่อน นายฮุน มาเนตบอกว่าไม่ต้องการมีความขัดแย้ง ตนบอกว่าตนยิ่งไม่ต้องการให้มีความขัดแย้งแก้ ก.ม.คนเข้าเมืองเร่งกระบวนการส่งตัวที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายกฯมอบหมายให้พิจารณาปรับปรุงกฎหมายคนเข้าเมืองและระเบียบที่เกี่ยวข้องว่า เป็นเรื่องการส่งตัวกลับของคนที่กระทำผิดกฎหมาย ปัจจุบันมีปัญหาว่าพอจับกุมแล้วกลายเป็นผู้ต้องกัก พอดำเนินคดีแล้วส่งตัวกลับไม่ได้สักทีจนกลายเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชน รวมถึงค่าใช้จ่ายดูแลจำนวนมาก เพราะประเทศเราเข้าง่าย นายกฯจึงดำริเรื่องนี้ และในสหภาพยุโรปมีการเปลี่ยนกฎหมายเช่นกัน ให้รีบส่งตัวกลับ เราจึงเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสากล ต้องแก้ไข พ.ร.บ.คนเข้าเมือง มาตรา 54 และ 55 เพราะปัจจุบันระบุว่าคนที่จะส่งกลับต้องออกเงินเอง ชีวิตจริงเขาไม่มีเงิน จึงต้องแก้กฎหมายว่าหากต้องใช้งบฯส่งตัวกลับเพื่อให้ผลักดันได้รวดเร็ว จะทำให้ค่าใช้จ่ายดูแลผู้ต้องกักถูกลง จะหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงมหาดไทยสัปดาห์หน้า และจะเสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขให้เร็วที่สุด“ชัชชาติ” แย้มเซอร์ไพรส์เดินทางไกลวันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง ประชาชน ข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้าต้อนรับคึกคัก นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ว่า ดูจากนิด้าโพล ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 72.35% จะเลือกตนกลับไปเป็นผู้ว่าฯ กทม. คิดว่ายุทธศาสตร์ที่เราทำมา ถูกต้องแล้ว พูดเรื่องนโยบายเป็นหลัก ไม่ได้โจมตีใคร มีข้อกล่าวหาอะไรชี้แจงข้อเท็จจริงได้ เวทีปราศรัยปัจจุบันไม่มีผลเท่ากับโซเชียลมีเดีย เราขึ้นเวทีปราศรัยอาจมีคนมาฟังแค่ 500 คน แต่โซเชียลมีเดีย 1 โพสต์มีคนมาดูเป็นล้านวิว โลกเปลี่ยนไปเวทีปราศรัยอาจไม่ใช่รูปแบบเดิม แต่วันสุดท้ายจะมีเซอร์ไพรส์เดินทางไกล ขอให้นักข่าวเตรียมตัวให้พร้อมต้องมีหลายผลัด ที่จะให้ดูชีวิตคนกรุงเทพฯ 24 ชั่วโมงว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะพยายามเน้นนโยบาย ดูอยู่แล้วในเว็บไซต์ ทีมชัชชาติ.com กลัวอย่างเดียวคนจะไม่ออกมาเลือกตั้ง ต้องพยายามช่วยกันกระจายว่าวันที่ 28 มิ.ย. ออกมาเลือกตั้งกัน บางคนยังงงอยู่ การเลือกตั้งล่วงหน้าไม่มี มีเลือกตั้งแค่วันเดียวคือวันที่ 28 มิ.ย.ปชป.ถล่มส่วย กทม.ล็อก เลี่ยง ล่องหนเมื่อเวลา 07.30 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.พรรค ปชป. เบอร์ 5 พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.และนายศิวโรจณ์ แสงจรัสโชติ ผู้สมัคร สก. เขตบางนา เบอร์ 1 ร่วมลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงที่ตลาดหน้าวัด วชิรธรรมสาธิตวรวิหารและตลาดมหาสิน กระทั่งเวลา 18.30 น. ที่ปาร์ค สีลม ย่านศาลาแดง เขตบางรัก กรุงเทพฯ พรรค ปชป.เปิดเวทีปราศรัยย่อยหัวข้อ “เปิด 5 กรุงเทพกับ 5 ตัวตึงพรรคสีฟ้าคูณ เจมส์-อนุชา “คณะผู้บริหารพรรคเข้าร่วมคึกคักท่ามกลางฝนที่ตกลงมา โดยนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ปชป. ถามว่ามีเสียงเล่าของข้าราชการใน กทม.ถึงกระแสการล็อก เลี่ยง และล่องหนเกี่ยวกับ การโยกย้าย โดยเฉพาะ ผอ.เขต บางคนคุณสมบัติไม่ถึง แต่ล็อกมาแล้ว บางคนอายุราชการยังไม่ถึงเลี่ยงมาเป็นผู้ช่วย ผอ.เขตก่อน มีการร้องเรียนคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม ที่สุดเรื่องเงียบหายไป จะแก้ปัญหาอย่างไร นายอนุชาตอบว่าบางคนมีตั๋วพิเศษขึ้นไปได้ ทั้งที่คุณสมบัติไม่ถึง ถ้ามีโอกาสบริหารจะเน้นระบบคุณธรรมยึดความรู้ความสามารถ ไม่ใช้ตั๋วพิเศษที่ต้องไปหาเบี้ยบ้ายรายทางเก็บจากประชาชน หาค่าน้ำร้อนน้ำชาวิ่งเต้นมาจ่ายเพิ่มเติมแฉซอยงบมืดซอยโครงการ 1.3 หมื่นล้านขณะที่นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้า ปชป. กล่าวถึงแพลตฟอร์มส่องรัฐที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม.ในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า กทม.จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษเฉพาะเจาะจง ไม่เปิดประมูลแข่งขันทำโครงการต่างๆสูงถึง 92% หรือ 40,054 โครงการ รวมงบฯมากกว่า 13,370 ล้านบาท โดย 38,945 โครงการใช้วิธีซอยแบ่งงบฯต่ำกว่า 5 แสนบาทหลบเลี่ยงประกวดราคา เรียกว่างบฯมืด ไม่มีการแข่งขัน มี 1 โครงการเพิ่งเซ็นสัญญาไป 4 พันล้านของ รพ.กลาง ล็อกแข่งกันเพียง 2 บริษัท เสนอราคาต่างกันแค่ 1 ล้านบาทส่อเจตนา นายอนุชากล่าวว่าเรื่องนี้เราไม่โจมตีใครว่ากันตามข้อมูลที่แอปฯ ส่องรัฐของพรรคเพิ่งเปิดใช้งานไม่ถึง 1 เดือน ว่ากันตามข้อเท็จจริงที่วิเคราะห์มาได้ ในยุคตนจะบริหารโปร่งใสตามนโยบายพรรค ทำการเมืองสุจริตอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่