พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระโกศ “องค์ภา” ตั้งแต่ 27 มิ.ย. และร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศล สวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน ส่วนการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง กลับมาเปิดให้เข้ากราบตามปกติตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.เป็นต้นไป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงทำเครื่องเสวย มี “แกงเปอะ-น้ำพริกปลาร้า-ส้มตำ” อาหารทรงโปรดของ “พระองค์ภา” ทรงบาตรถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ด้านมหาวิทยาลัยคอร์แนลออกแถลงการณ์ยกย่องสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ทรงเป็นศิษย์เก่า และถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์ไทย ระบุการสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควรของสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทยและของโลกเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. สำนักพระราชวัง แจ้งว่า ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 15 วัน การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 09.00 น. ถึง 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ราชสกุล ราชนิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วันช่วงค่ำวันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรี สวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังส่วนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปและคณะบุคคลเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพตามเวลาปกติ ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป รวมถึงการเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรี รัตนศาสดาราม สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวเข้าชมตามเวลาปกติ ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป เช่นกันวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก “กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์” เผยแพร่คลิป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงทำเครื่องเสวยเพื่อทรงบาตร ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีรับสั่งในคลิปความว่า“นานแล้วนะคะพี่ ที่หนูไม่ได้ทำอาหารให้พี่ทาน พี่กับหนูเราลิ้นเดียวกัน เรากินเผ็ดมากเราชอบอาหารบ้านๆ หนูจำได้ว่าพี่ชอบแกงเปอะ น้ำพริกปลาร้า กับส้มตำของหนูที่สุด วันนี้หนูทำให้พี่สุดฝีมือ รสจัดจ้านแบบที่พี่ชอบเลยค่ะและปลาร้าอย่างดีเจ้าประจำของหนูจากหนองคาย พี่ทานเยอะๆนะคะ แล้วหนูจะทำให้พี่เรื่อยๆแล้วตลอดไปค่ะ”ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. มหาวิทยาลัยคอร์แนล ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหา วัชรราชธิดา เคยเสด็จไปศึกษาต่อในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายในประเทศไทย โดยทรงได้รับปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต (LL.M.) ในปี ค.ศ.2002 และปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ ในปี 2005 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯโดยศาสตราจารย์จอห์น บาร์เซโล อดีตประธานคณะกรรมการวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก เป็นผู้โพสต์ข้อความระบุว่า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชร กิติยาภาฯ ศิษย์เก่า LL.M. รุ่นปี 2002 และ J.S.D. รุ่นปี 2005 ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ทรงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พระองค์ทรงเป็นทั้งแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบของโครงการดังกล่าว ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองสถาบันได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากพระกรณียกิจในฐานะอัยการ นักการทูต และผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่งเสริมสิทธิสตรี พระกรณียกิจและพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ ยังได้สร้างคุณูปการอันยั่งยืนให้แก่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนลด้วยในแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยคอร์แนล ศาสตราจารย์จอห์น บาร์เซโล ยังระบุด้วยว่า ระหว่างที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะอัยการ อยู่ในประเทศ ไทย พระองค์ทรงตระหนักอย่างลึกซึ้งถึงปัญหาและความท้าทายที่ผู้ต้องขังหญิงต้องเผชิญ โดยเฉพาะหญิงที่เป็นแม่และหญิงตั้งครรภ์ในเรือนจำ พระองค์ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับโอกาสทางการศึกษาและการฝึกอาชีพสำหรับผู้ต้องขังหญิง และทรงมีบทบาทสำคัญในความร่วมมือระดับนานาชาติ ที่นำไปสู่ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง หรือข้อกำหนดกรุงเทพฯ พระกรณียกิจดังกล่าวได้รับการยกย่องจากนานาชาติและมีส่วนช่วยพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของผู้หญิงในกระบวน การยุติธรรมทั่วโลกขณะที่คณบดีกิตติคุณและศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย สจวร์ต เจ. ชวาบ ระบุว่า ข้าพเจ้ายังระลึกถึงพระเมตตาและความโอบอ้อมอารีของพระองค์ ขณะที่เราร่วมกันสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับมหาวิทยาลัยคอร์แนล การสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควรของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชร กิติยาภาฯ นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทยและของโลกมหาวิทยาลัยคอร์แนลระบุด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับประเทศไทย เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาและในปี 2012 พระองค์ภาได้เสด็จฯกลับมายังเมืองอิธากา ในโอกาสที่มหา วิทยาลัยคอร์แนลและเนติบัณฑิตยสภาแห่งประเทศไทย ลงนามต่ออายุบันทึกความเข้าใจซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือระหว่างสองสถาบันตอนท้ายแถลงการณ์ระบุด้วยว่า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล ขอถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ต่อพระบรมวงศานุวงศ์ไทย ประชาชนชาวไทยและบุคคลทุกคนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาวะผู้นำ การอุทิศตน พระกรณียกิจและแบบอย่างอันทรงคุณค่าของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาอีกด้าน ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร เวลา 17.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยภริยา เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ “๑๓ รอบนักษัตรวัดราชบพิธ พระบรมราชูทิศแห่งพระราชศรัทธา” เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีนิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเฉลิมพระเกียรติเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ในมงคลสมัยพระชนมายุ 99 พรรษา ก่อนเริ่มพิธีเปิด นายอนุทินได้วางพวงมาลัยพร้อมจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สักการะพระพุทธอังคีรส และเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่