สหรัฐฯ-อิหร่าน ลงนามเห็นชอบร่างข้อตกลงหย่าศึก ขณะประชุมประเทศจี 7 ที่ฝรั่งเศส เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ หลังลงนามเป็นทางการ 19 มิ.ย. เผยร่างข้อตกลงให้ยุติการต่อสู้ในทุกสมรภูมิรวมทั้งในเลบานอน ภายหลังการลงนาม 60 วัน เปิดทางเจรจาโครงการนิวเคลียร์ ด้าน “ทรัมป์” โต้ข่าวจัดตั้งกองทุน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฟื้นฟูอิหร่านหากปฏิบัติตามเงื่อนไขหยุดยิง ยืนยันเดโมแครตปล่อยข่าวปลอม ขณะที่เนทันยาฮูประกาศกร้าว อิสราเอลไม่ผูกพันข้อตกลงหยุดยิง การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด จะไม่ถอนทหารออกจากเลบานอน ฉนวนกาซา และซีเรียสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีสัญญาณฟื้นตัว เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯเปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธาน รัฐสภาอิหร่าน ได้ลงนามเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจหย่าศึกทั้งหมดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อย แล้ว การลงนามดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่นายทรัมป์เข้าประชุมกลุ่มประเทศจี 7 ที่เมืองเอวิยอง-เลส์-แบงส์ ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส ริมทะเลสาบเจนีวา ระหว่างวันที่ 15—17 มิ.ย. มีผู้นำและแขกผู้มีเกียรติจากหลายประเทศเข้าร่วม ส่วนเนื้อหาของร่างบันทึกความเข้าใจยังไม่เป็นที่เปิดเผย นายทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงเบื้องต้นเรื่องการยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านได้ลงนามเรียบร้อยแล้ว และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า ร่างบันทึกความเข้าใจมีการระบุถึงการยุติการต่อสู้ในทุกสมรภูมิภายหลังการลงนาม รวมทั้งในพื้นที่ประเทศเลบานอน เป็นเวลา 60 วัน เพื่อให้ทางการสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถเจรจาประเด็นสำคัญๆ รวมถึงประเด็นโครงการ นิวเคลียร์ของอิหร่าน นายทรัมป์ประกาศว่าอิหร่านเห็นชอบเรื่องการไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เรียบร้อย แล้วและจะใช้มาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อผลักดันให้เป้าหมายดังกล่าวเป็นจริง นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังออกมาปฏิเสธรายงานข่าวจากสื่อว่าทางการสหรัฐฯ เตรียมจัดตั้งกองทุนรวมมูลค่าสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยฟื้นฟูประเทศอิหร่านหากอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขหยุดยิงและข้อตกลงนิวเคลียร์ โดยระบุว่าเป็นข่าวปลอมสร้างขึ้นโดยพวกเดโมแครตสำหรับช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญในการเดินเรือและอุตสาหกรรมพลังงานโลก นายทรัมป์กล่าวว่า จะยกเลิกการปิดล้อมและเปิดให้เดินทางผ่านโดยสมบูรณ์หลังลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย. ขณะที่นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ทางการฝรั่งเศส อังกฤษ และอีกเกือบ 20 ประเทศ จะเป็นผู้นำผลักดันและประสานงานเพื่อให้เส้นทางการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าวกลับมาใช้ได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเปิดเผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การจะทำให้ เส้นทางเดินเรือกลับมาใช้งานตามปกติอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ เนื่องจากยังมีทุ่นระเบิดหลงเหลืออยู่จำนวนมาก ปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิดด้วยเรือกวาดและโดรนสมัยใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 40-50 วันนอกจากนี้ ยังมีความขัดแย้งด้านการเก็บค่าธรรมเนียม เนื่องจากนายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงว่า จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมกับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อนำไปบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมเส้นทางเดินเรือ ขณะที่นายแวนซ์ชี้ว่า จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในช่วงเวลา 60 วัน ของการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงหยุดยิงโดยสมบูรณ์ รวมทั้งนายมาครงระบุระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์จะผลักดันไม่ให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบฮอร์มุซด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้แถลงการณ์ต่อประชาชนด้วยท่าทีแข็งกร้าวพร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่า อิสราเอลไม่มีส่วนร่วมและไม่ผูกพันกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยย้ำว่าการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด พร้อมยืนยันหนักแน่นว่ากองทัพอิสราเอลไม่มีความตั้งใจที่จะถอนกำลังออกจากตอนใต้ของเลบานอน รวมถึงในฉนวนกาซาและซีเรีย จะตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่ตราบเท่าที่จำเป็น ท่าทีดังกล่าวถือเป็นการหักดิบเงื่อนไขหลักของอิหร่านที่เรียกร้องให้สหรัฐฯ กดดันให้อิสราเอลถอนทหารจากเลบานอน และเนทันยาฮูยังใช้โอกาสนี้ประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัยในช่วงปลายปีด้วยขณะที่สถานการณ์ในสมรภูมิยังรุนแรงต่อเนื่อง กองทัพอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้เปิดฉากยิงจรวดถล่มกองกำลังอิสราเอลทางตอนใต้ของเลบานอนตลอดทั้งวัน แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลสกัดกั้นได้ทั้งหมด กองทัพอิสราเอล ได้ตอบโต้ทางอากาศอย่างรุนแรงรวม 4 ระลอก สะท้อนถึงคำประกาศของผู้นำอิสราเอลที่จะไม่ยอมถอนทหารและเดินหน้าสู้รบต่อไป โดยการปะทะกันอย่างดุเดือดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน ได้สร้างความสูญเสียอย่างมาก มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนมากกว่า 3,700 ราย บาดเจ็บ 11,781 คน ขณะที่ฝั่งอิสราเอล มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 รายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่