ชำระล้างภูเก็ตให้สะเด็ดน้ำ ครม.มีมติเห็นชอบโยกย้าย “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” ผวจ.ภูเก็ต เข้ากรุรองปลัดฯสลับ “โชตินรินทร์ เกิดสม” ไปเป็น ผวจ.ภูเก็ต แทน มท.เสนอเข้าวาระจร “นายกฯหนู” แจงเหตุทำงานร่วมกันไม่ได้ ยึดประสิทธิภาพงานเป็นหลัก “พลพีร์” จ่อลงไปสังคายนาเร็วๆนี้ ปลัด มท.เปรียบแค่เม็ดทรายในรองเท้า เอาออกแล้วสวมใหม่ “เฮ้ง” ตั้งชุด ฉก.ลุย “จิ๊กโก๋กลางซอย” เดินหน้า “ภูเก็ตโมเดล” รออุทธรณ์รุกที่อุทยานฯจบจัดให้เต็มเหนี่ยว “ไอซ์” ขยี้ TH-AI Passport ต่อ ลั่นฟ้าเปลี่ยนสีมีคนนอนตะราง แช่งแรงใครโกง “ขอให้ไม่ตายดี” “ลิซ่า” แฉ “บิ๊กรัฐบาล” ผุดนอมินีกว้านซื้อที่ “ไอติม” ไล่บี้ กกต.เห็นอะไรในโพย จี้ ปธ.วุฒิแจงมีแลกผลประโยชน์ไหม ก๊วนน้ำเงินอ้างศาลชี้ถือโพยเข้าคูหาไม่ผิดการบริหารจัดการภายใน จ.ภูเก็ต ยังวุ่นวายไม่เลิก ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติโยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต มาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย สลับนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดฯ ไปเป็น ผวจ.ภูเก็ตแทน ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอเข้าเป็นวาระจร“อนุทิน” โยนปลัด มท.ย้ายรองฯซีฟู้ดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยเข้าหารือเป็นการภายในบนตึกไทยคู่ฟ้า เป็นที่น่าสังเกตว่ามีการขอความร่วมมือให้คณะผู้ติดตามรัฐมนตรีแต่ละคนออกมารออยู่ด้านนอก ท่ามกลางกระแสข่าวมีรัฐมนตรีหลายคนถูกตำหนิเรื่องการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต หลังจากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ในวงประชุมมอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงมหาดไทย นายกฯกล่าวตำหนิการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล จนเป็นเหตุให้มีคำสั่งโยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ 5 คน ผู้สื่อข่าวสอบถามนายกฯถึงการโยกย้ายรอง ผวจ.ภูเก็ต ถึง 2 คน นายกฯตอบสั้นๆว่า “ให้ไปถามปลัดกระทรวงมหาดไทย” เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามประเด็นดังกล่าวกับนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่นายอรรษิษฐ์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ และรีบเดินตามนายกฯขึ้นห้องประชุม ครม.ไปแจงย้ายผู้ว่าฯภูเก็ตทำงานไม่ได้ต่อมาเวลา 12.15 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณี ครม.มีมติให้โยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต มาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า “ย้ายแล้วครับ ท่านปลัดเสนอมา ให้ถามปลัดกระทรวงมหาดไทย เราเอาประสิทธิภาพการทำงาน แต่ตรงนี้ย้ายมาดีขึ้น มาเป็นรองปลัดมหาดไทย เพราะ ผวจ.ภูเก็ต อาวุโสในเรื่องโปรไฟล์” เมื่อถามว่าการโยกย้ายนี้มีผลจากความขัดแย้งในพื้นที่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า มีการปรับ เพราะภูเก็ตมีหลายเรื่อง ผู้สื่อข่าวก็เห็นลงไปดำเนินการ 2-3 วันก็ยังไม่ดีขึ้น พอมีอะไรขึ้นมาก็มีการแฉนั่นแฉนี่ มันทำงานกันไม่ได้แบบนี้ เราต้องเอาคนที่ไม่มีความขัดแย้ง เอาคนที่ทำงานร่วมกันได้ไป เพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปว่า ช่วงนี้มีปัญหาเยอะให้เร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด เมื่อถามว่าเคยพูดว่าจะสอบปลัดฯด้วย นายอนุทินตอบว่า วันนี้ปลัดฯแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่ แต่ไม่ต้องห่วงสอบทุกวัน ปลัดฯอยู่กับตนทุกวัน เมื่อถามว่ามีความเชื่อมโยงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ด้วยหรือไม่ ถึงต้องย้าย 2 รองผู้ว่าฯ นายอนุทินตอบว่า ให้ถามปลัดฯมหาดไทย ท่านเป็นคนนำเสนอขึ้นมา แล้วทำให้ตนเห็นชอบตามบอกว่าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เผยมหาดไทยเสนอเป็นวาระจรนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงมติ ครม.ที่โยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต ไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย สลับนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดฯ ไปเป็น ผวจ.ภูเก็ตแทนว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องการหาบุคลากรลงไปแก้ปัญหาในพื้นที่ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่านายนิรัตน์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ใช่หรือไม่ นายพลพีร์ตอบว่า ไม่ได้พูดอย่างนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยคงมีหลายองค์ประกอบที่ต้องคำนึงถึง และหาคนลงไปแก้ไขปัญหา เพราะส่งผลกระทบมาต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้นายกฯลงพื้นที่ไปแล้ว ปัญหาที่ไม่ควรมียังมีอยู่ นายกฯเป็นห่วงทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เรียก รมช.มหาดไทยทั้ง 3 คนเข้าไปพูดคุยถึงปัญหา เร็วๆนี้จะลงพื้นที่ จ.ภูเก็ตไปสังคายนาผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวาระพิจารณา โยกย้ายตำแหน่ง ผวจ.ภูเก็ตครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยเสนอเป็นวาระจร ในที่ประชุม นายกฯและรัฐมนตรีคนอื่นไม่มีใครท้วงติงและมีมติเห็นชอบปลัด มท.เทียบเม็ดทรายในรองเท้านายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวชี้แจงว่า เพื่อให้การแก้ปัญหาคลี่คลาย จึงปรับเปลี่ยนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยแค่นั้น ไม่มีอะไร เป็นการปรับคนที่อยู่เดิมไปอยู่ในที่ที่เขาเคยอยู่ คนที่มาใหม่จะมาช่วยแก้ไขและสางปัญหาตามนโยบายรัฐบาล เมื่อถามว่าการย้ายผู้ว่าฯกับเรื่องย้ายปลัดจังหวัดภูเก็ตก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่า ไม่ เราต้องการคลี่คลายปัญหา เหมือนเราใส่รองเท้า แล้วมีเม็ดทรายอยู่ในรองเท้า เราลำบากที่จะแก้มัน บางทีเราก็ต้องถอดออกมาเพื่อจัดสวมเข้าไปใหม่ คนที่ไปใหม่เขาไม่เคยเห็นในพื้นที่มาก่อน ก็ใช้ประสบการณ์เข้าไปแก้ปัญหา คนที่อยู่เก่ารู้ปัญหาแต่ปัญหาไม่คลี่คลายสักที เมื่อถามว่าเป็นเรื่องของความขัดแย้งส่วนตัว หรือเรื่องผลประโยชน์ นายอรรษิษฐ์ตอบว่า การย้ายทั้งหมดไม่มีเรื่องผลประโยชน์ สิ่งเดียวสําคัญที่สุด เพื่อให้การบริหารราชการ จ.ภูเก็ต ต้องเดินหน้าต่อไปได้ นายนิรัตน์เป็นผู้ว่าฯที่อาวุโสและรู้ปัญหา แต่บางทีปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขเต็มที่ และมีรองผู้ว่าฯที่อาจจะไม่เข้าทีมกัน จึงต้องเปลี่ยนยกทีม เอาทีมใหม่เข้าไปโวแนะทางออกให้นายกฯดีที่สุดแล้วผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายนิรัตน์เสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไปหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่า ตอนนี้เรามีการตั้งคณะกรรมการอยู่แล้ว พยายามติดตามและให้รายงานมาที่กระทรวงมหาดไทย แต่ยังไม่มีอะไร เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะตัวนายอรรษิษฐ์ กลัวนายกฯจะสอบสวนด้วยใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์หัวเราะก่อนตอบว่า “ไม่ ผมไม่ได้กลัว มองการปฏิบัติราชการเป็นสำคัญ ทุกเรื่องนายกฯก็ถามผมว่ามันต้องเป็นยังไง ก็แนะนำว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือการทําให้ปัญหามันคลี่คลาย ทุกอย่างที่เราเห็นก็คือปัญหาที่มันอยู่ที่ภูเก็ต เราก็เห็นโพสต์ทุกวันว่ารองผู้ว่าฯคนนั้นทะเลาะกับรองผู้ว่าฯคนนี้ คนนั้นมีปัญหากับคนนี้ ฉะนั้นมันก็ต้องไปอย่างนั้น ถ้าหากยังมีปัญหาทะเลาะกันต่อไปเรื่อยๆ ก็แก้ปัญหาอื่นไม่ได้”รอฟังรายงาน “รองผู้ว่าฯซีฟู้ด” ก่อนเมื่อถามว่าวางกรอบไว้หรือไม่ว่าปัญหาเรื่องนี้จะถูกแก้ในระยะเวลาเท่าไหร่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่า เดี๋ยวคนใหม่คงจะเข้าไปดู แต่เชื่อมั่นว่าเขามีประสบการณ์ เป็นคนที่ถูกเลือกแล้วจากกระทรวงมหาดไทย เมื่อถามย้ำว่านายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผวจ.ภูเก็ต บอกว่าจะขอส่งหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ความคืบหน้าตรงนี้ไปถึงไหนแล้ว นายอรรษิษฐ์ตอบว่า กําลังรอเขา เพราะเขาพูดเองก็ต้องรอ เมื่อถามอีกว่าแม้ย้ายออกไปแล้ว การสอบยังไม่จบใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่า เขาบอกเองว่าจะทำรายงานมาก่อน ต้องดูรายงานเขา เราต้องมาดูข้อเท็จจริงว่าเป็นยังไง เพื่อจะเดินไปต่อ“ผู้ว่าฯเซมเบ้” โวยไม่ใช่ตัวปัญหานายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต ให้สัมภาษณ์ว่า รับทราบมติ ครม. ให้ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดฯมหาดไทยแล้ว เดี๋ยวขอคุยกับนายกฯก่อน ยืนยันไม่มีปัญหากับใคร เพราะเป็นคนลงไปแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีมาก่อนจะไปอยู่ภูเก็ต ไปทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้เป็นพวกของใคร เมื่อคอนโทรลควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ก็ต้องถูกกระทรวงมหาดไทยพิจารณาปรับย้าย เคารพการตัดสินใจของปลัดฯมหาดไทยและนายกฯ ที่มาวันนี้เพื่อมารายงานสถานการณ์ให้นายกฯรับทราบ เพราะหลายอย่างมีความคืบหน้า ไม่ใช่แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ เรื่องมาเฟียต่างชาติตอนนี้นิ่งจบ ส่วนความขัดแย้งภายในของคนในพื้นที่ ยังแก้ปัญหาไม่ได้เพราะเป็นปัญหาระดับกระทรวง เมื่อถามว่าท้อใจไหมที่โดนแบบนี้ นายนิรัตน์ตอบว่า ไม่ท้อ เดินหน้าตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด และรักษาความถูกต้อง ทำได้เท่าไหร่อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาประเมิน ถ้าบางเรื่องเราทำไม่สำเร็จก็ต้องยอมรับไปฉะคู่กรณีงัดข้อเตือนแล้วไม่พอใจเมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการสอบยังคงเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ตอบว่า ควรมีกรรมการมากกว่ากรมใดกรมหนึ่งลงไปสอบ เพราะเป็นเรื่องระดับรองผู้ว่าฯ กระทรวงมหาดไทยควรส่งกรรมการลงไปสอบ นำโดยรองปลัดกระทรวงฯ เรียกทุกกรมทุกหน่วยมาตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ได้ เมื่อถามว่าการย้ายยกชุดแบบนี้ ปัญหาความขัดแย้งจะจบลงหรือไม่ นายนิรัตน์ตอบว่า ต้องแยกก่อน เรื่องปัญหาความขัดแย้งระหว่างบุคคล ถ้าบุคคลที่ถูกอ้างว่าขัดแย้งถูกย้ายออกไป ก็หมดไปพร้อมกับบุคคล “ผมเป็นผู้ว่าฯ เป็นซี 10 ปีที่ 9 อาวุโสที่สุดในประเทศ ไม่ใช่น้องของใคร เห็นทุกคนเป็นน้อง มีหน้าที่ช่วยให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง จึงเตือนไป ไปหาข่าวดูได้สั่งห้ามทำอะไรนอกกฎหมาย และห้ามไปเรียกรับจากใคร ตักเตือนเมื่อมีการปะทะกันงัดวัดพลัง เตือนในที่ประชุมอย่างเปิดเผยชัดเจน และไม่ใช่คู่ขัดแย้ง” เมื่อถามว่าเลยเป็นชนวนเหตุทำให้เขาไม่พอใจ นายนิรัตน์ตอบว่า แน่นอนโผสวมกอดส่งนายกฯไปรัสเซียกระทั่งเวลา 14.00 น. ที่ห้องรับรอง ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต มารอพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย มีการกล่าวทักทายและนั่งพูดคุยกับนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มารออยู่ก่อน ทันทีที่นายอนุทินเดินทางมาถึง นายนิรัตน์เข้าไปสวมกอด นายอนุทินกล่าวตอบว่า “มาอยู่กับพี่ มาอยู่ใกล้ๆ” ก่อนที่นายนิรัตน์จะรายงานการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จ.ภูเก็ต หลังการพูดคุยเสร็จ นายอนุทินออกเดินทางไปเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ที่เมืองคาซาน“เฮ้ง” ตั้งชุด ฉก.ลุย “จิ๊กโก๋กลางซอย”นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์กรณีเพจเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูลภูเก็ต โพสต์อ้างถึงการดำเนินการในที่ดินป่าไม้ บริเวณเทศบาลเชิงทะเล กว่า 50 ไร่ ที่ไม่มีใครกล้าทำอะไร เหตุเกรงใจรองฯหวงอำนาจว่า วันที่ 15 มิ.ย. มีการประชุมคณะกรรมการภูเก็ตโมเดล นายกฯกำชับให้ทำไทม์ไลน์การลงพื้นที่ตรวจสอบหาดต่างๆ บางหาดศาลตัดสินคดีจนถึงที่สุดแล้ว เช่น หาดนุ้ย ตัดสินแล้วเมื่อปี 2561-2562 แต่พบว่ายังมีการกลับเข้ามายึดที่ดินอีก ต้องนำหมายไปติด กำหนดระยะเวลา 45 วัน เขามีสิทธิอุทธรณ์ ทางหน่วยงานต้องยอมให้อุทธรณ์ แต่เมื่อครบกำหนดแล้วเราต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากมีการรื้อครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะจะนำชุดป่าไม้ ชุดอุทยาน ชุดฉลามขาว ชุดพยัคฆ์ไพร รวมกันเป็นชุดเฉพาะกิจตั้งอยู่ที่นั้นเลย ให้ประชาชนและชาวประมงใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ว่าประชาชนมาหาปลากลับมีมาเฟียเอาปืนไล่ยิงชาวบ้าน หรือยิงเรือ แบบนี้ไม่ถูกต้อง วันนี้เราต้องเอาคืนให้ประชาชน ไม่ใช่ว่าชาวบ้านเดินลงหาดแล้วไปเก็บเงิน 300 บาท แบบนี้มันเป็นจิ๊กโก๋กลางซอย ทำแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวเราจะเอาคืนให้หมดรอครบอุทธรณ์จัดให้เต็มเหนี่ยวผู้สื่อข่าวถามว่าเพจศูนย์ข้อมูลภูเก็ตยังแฉว่าเป็นการแย่งชามข้าวหมากัน นายสุชาติตอบว่า ไม่ได้โทษใคร แต่หากมีใครทำผิดไม่ไว้หน้าอยู่แล้ว เพราะนายกฯสั่งเด็ดขาดว่าไม่ให้สนใจใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ กรมหรือกระทรวงที่ดูแลอยู่ก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน เช่น อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต เป็นพื้นที่อุทยาน แต่มีโรงแรมหลายแห่ง ที่ศาลสั่งบังคับคดีถึงที่สุดแล้ว กำลังทำตัวเลขโฉนดไปให้กับอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อให้เพิกถอนโฉนด ที่ออกมาไม่ถูกต้อง เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ส่งเจ้าหน้าที่อุทยานไปตรวจสอบ เคยมีข้อมูลว่าข้าราชการระดับรองผู้ว่าฯมาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายสุชาติตอบว่า ขอไม่ก้าวล่วง แต่ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องความร่วมไม้ร่วมมือกัน เมื่อวานมีการประชุมข้าราชการมีข้อมูลว่าได้รับแรงกดดันเยอะมาก ถ้าใครไม่ไหวห่วงความปลอดภัยในชีวิตและครอบครัว สามารถย้ายได้ เพื่อนำคนใหม่ไปทำงานแทน หลังจากนี้กระทรวงจะนำชุดเฉพาะกิจทั้ง 3 กรม ลงไปอยู่ในพื้นที่ ต้องปกป้องหาดของประชาชน คาดการณ์ว่าประมาณกลางเดือน ก.ค. ประชาชนจะได้เห็นทีละแปลงที่จะครบกำหนดอุทธรณ์ ตอนนี้ปล่อยให้เค้าดีใจไปก่อน รอเวลานิดแจงปมถอนที่ป่าทับลาน 1.5 แสนไร่นายสุชาติยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865 ไร่ ว่าต้องแยกออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มแรก 55,000 ไร่ ประกาศเป็นที่ดิน ส.ป.ก. เมื่อปี 2521 เราประกาศอุทยานแห่งชาติทับลานปี 2524 กลุ่มนี้ต้องคืนเขาตามกฎหมาย กลุ่มที่ 2 หมู่บ้านไทยสามัคคี มติ ครม.ปี 2520 มอบ 8,000 กว่าไร่ ให้กับผู้ที่สู้รบในช่วงปราบปรามคอมมิวนิสต์ และมีภาพถ่ายทางอากาศชัดเจนว่าอยู่ก่อนการประกาศอุทยาน กลุ่มที่ 3 กว่า 80,000 ไร่ เป็นหมู่บ้านด้านความมั่นคงในอดีต มีมติ ครม.เมื่อปี 2535 แต่กลุ่มที่ 4 กว่า 1 แสนไร่ เรายังไม่ให้ถอน เพราะมีคดีในกลุ่มนี้เยอะมาก เนื่องจากอยู่นอกเขต ส.ป.ก. และนอกเขตที่ดินป่าไม้ ต้องทำการพิสูจน์ก่อนเป็นรายๆ ประมาณ 5,200 ราย และกลุ่มที่ 5 เป็นพื้นที่ราชพัสดุของหน่วยงานทหารไว้ใช้ซ้อมรบ มีรั้วรอบขอบชิด กว่า 6,000 ไร่ ต้องยกให้ราชพัสดุเพื่อไปทำการเช่ากับทหาร ดังนั้นเราตัดเนื้อที่ไปจริงๆประมาณ 155,000 ไร่ แต่เราไปเอาพื้นที่ที่เป็นป่าไม้กับพื้นที่เกือบ 90,000 ไร่ เติมกลับมา“ไอซ์” ขยี้ต่อฟ้าเปลี่ยนมีคนนอนคุกวันเดียวกัน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เปิด หลักฐานใหม่โครงการ TH-AI Passport เริ่มประมูลเดือน ม.ค.2569 แต่หลักฐานชี้ชัดว่าบริษัทเริ่มทำโครงการนี้ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 ต้องขอขอบคุณคนที่ยังเห็นแก่ประโยชน์สาธารณะ เห็นแก่บ้านเมือง ส่งหลักฐานทั้งหมดมาให้ นี่คือหลักฐานว่าโครงการประกาศผู้ชนะปีนี้ แต่งานเริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว ตามแนวนโยบายนายกฯ ที่ว่า “สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน” ฟ้าเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเมื่อไหร่น่าจะมีคนได้นอนตะราง และไม่ใช่แค่โครงการนี้ยังมีโครงการ IT, AI, คลาวด์, upskill/reskil e-learning ที่อยู่ในวงโคจรสีน้ำเงินทั้งหมด รวมกว่าหมื่นล้านบาท ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. สั่งทบทวนทีโออาร์แล้ว แต่รัฐมนตรีติ๊กต่อกยังนิ่ง ตัวเลขเม็ดเงินทั้งหมดที่กำลังถูกยักย้ายถ่ายโอน คืออนาคตของพวกเราทุกคน แต่คนพวกนี้ขโมยเงินขโมยความฝันของคนอื่นไปหมดเลย เอาไปปรนเปรอพวกพ้องตัวเองแช่งแรงใครโกง “ขอให้ไม่ตายดี”น.ส.รักชนกระบุอีกว่า เสวยสุขวันนี้ทำได้ทำไป แต่ช่วงสุดท้ายของชีวิต ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในขบวนการผลาญงบประมาณแผ่นดิน ขอแช่งกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกแขนงที่คนพวกนี้นับถือ ใครทุจริตคอร์รัปชันขอให้ไม่ตายดี ฝากถึงรัฐมนตรีคนหนุ่มอนาคตไกล ชีวิตนี้มีพร้อมทุกอย่าง อยากได้อะไรมีคนประเคนให้หมด คนที่บ้านอาจหาให้ได้ทุกอย่าง การศึกษา เงินทอง ลาภยศ ชื่อเสียง อำนาจ ตำแหน่ง แต่สิ่งที่ทำให้ไม่ได้ท่านต้องทำเอง คือทำให้คนรักและเคารพนับถือ ของพวกนี้เงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ วันนึงไม่มีคนให้หลบอยู่ข้างหลัง ระวังจะลำบาก“ลิซ่า” แฉบิ๊ก รบ.ผุดนอมินีกว้านซื้อที่น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้ากลุ่มนายทุนกว้านซื้อที่ดินรองรับโครงการแลนด์บริดจ์ว่า หลังเปิดข้อมูลกลุ่มทุน “อาม่า” ที่อาจเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ตอนนี้มีข้อมูลใหม่ คือ ที่ จ.ระนอง มีนายทุนกลุ่มหนึ่ง ถ้าสาวกันจริงน่าจะเป็นบุคคลสำคัญใน ครม. เชื่อว่าประชาชนเดาไม่ออกว่าเป็นใคร ไม่ใช่รัฐมนตรีที่ทุกคนคิด ตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ เรื่องนี้ไม่ง่าย คนทำธุรกิจระดับนี้มีนอมินี ขณะเดียวกันรัฐบาลยังจงใจทำให้แลนด์บริดจ์ถูกลืม แต่ล่าสุดนายกฯไปพูดบนเวทีที่ประเทศเวียดนาม ยืนยันพร้อมเดินหน้าโครงการนี้ เปรียบเหมือนรัฐบาลเล่น 2 หน้า เพราะคณะกรรมการชุดที่มีรองนายกฯ และ รมว.คลังเป็นประธาน ยังศึกษาอยู่ เป็นความขี้ขลาดของรัฐบาลต่อนโยบายนี้ ที่เลือกพูดในเวทีนานาชาติ คิดว่าต้องมีการลักไก่ชัดเจนเตือนลุยไฟ “รัฐบาลอนุทิน” อายุสั้นน.ส.ภคมนกล่าวต่อว่า ครม.สัญจรช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่เลื่อนออกไป นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รอง นายกฯและ รมว.คมนาคม ระบุว่ามีหลายเรื่องที่ยังศึกษา ไม่เสร็จ แต่พอเห็นว่าจะมีม็อบใหญ่ จึงเลื่อน ครม.สัญจรออกไปไม่มีกำหนด เลื่อนเพราะกลัวภาคประชาชน เข้าประชิดตัว ภาคใต้ไม่เคยขาดเมกะโปรเจกต์ แต่รัฐบาลพยายามขายมายาคติว่าภาคใต้ไม่เคยพัฒนา สิ่งที่ขาดคือเจตจำนงทางการเมืองทำให้เสร็จ เราไม่ได้ขวางการพัฒนา แต่การเดินหน้าพัฒนาไม่เคยเปิดโอกาสให้คนใต้ได้คิดว่าควรเป็นแบบไหนทั้งในด้านทรัพยากร วิถีชีวิต รัฐบาลมักง่ายที่คิดแบบหัวใจนายทุน ถ้าเลือกลุยไฟโครงการนี้จะทำให้รัฐบาลภูมิใจไทยอายุสั้นฉะคน รบ.รีบงับข่าวฝากเลี้ยง สส.น.ส.ภคมนยังโพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “ต้องชี้แจง ไม่งั้นไปกันใหญ่ สภาวะป้อนง่าย งับง่ายข่าวแฉ สส.ฝากเลี้ยง เกิดจากการให้สัมภาษณ์หน้า 3 ไทยรัฐ เนื้อหาต่อเนื่องชั่วโมงกว่า พูดถึงการเมืองปัจจุบัน และมีการสอบถามขึ้นมาว่า สมัยนี้หรือที่เขาพูดกันเรื่องการให้เงิน สส.เป็นรายเดือนหรือมีการจ่ายกันข้ามพรรคมีจริงหรือไม่ จึงตอบไปว่ามีจริง เขาพูดกันถึงจำนวนเงินเลย ในยุคเปลี่ยนผ่านพรรคก้าวไกลยังถูกทาบทามกับตัว เรื่องนี้แน่นอนเขาไม่มีหลักฐานกันหรอก แต่ในฐานะที่เราติดตามการเมือง ทราบดีว่าเรื่องแบบนี้มีมาตลอด ก็พูดคุยกันเป็นแค่ส่วนนึง และเป็นส่วนน้อยในบทสัมภาษณ์ตลอดกว่า 1 ชั่วโมง แต่สื่อออนไลน์หลายที่กลับนำไปหยิบยกแล้วนำเสนอเหมือนเป็นเรื่องเดี่ยวๆ แต่ฝ่ายรัฐบาลงับตอบกลับมาโดยไม่ได้อ่านเนื้อใน ไปตีความกันใหญ่โต ยืนยันอีกครั้งนี่เป็นส่วนนึงของการพูดถึงสภาพการเมือง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในการสัมภาษณ์พิเศษ“ไอติม” ไล่บี้ กกต.เห็นอะไรในโพยขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคปชน. ประธานวิปฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เจาะลึกคลิปฮั้ว สว. (ภาค 2) หลังเผยแพร่คลิปหลักฐานที่ปรากฏภาพของ 1 ใน 7 กกต. เดินเก็บโพยและตักเตือนผู้สมัครเกี่ยวกับการดำเนินการที่ไม่สุจริต ในวันเลือก สว.ระดับประเทศ คำถามที่ยังไม่มีคำอธิบายคือ กกต.เห็นอะไรในโพย หรือเห็นพฤติกรรมประกอบอะไรที่เสี่ยงว่าไม่สุจริตหรือไม่ หากเอกสารและพฤติกรรมทั้งหมดไม่มีปัญหา กกต.จะเก็บเอกสาร และจะตักเตือนผู้สมัครทำไม และวันนั้น กกต.ดำเนินการอย่างไรต่อหลังเหตุการณ์ในคลิป มีการเรียกประชุมทันทีระหว่าง กกต.ทั้ง 7 คน เพื่อตรวจหลักฐานหรือไม่ หากไม่ประชุมทำไมถึงไม่ประชุม หากประชุมแล้วเหตุใดถึงไม่ใช้อำนาจยับยั้ง แก้ไข หรือเลื่อนการเลือก ผ่านมาแล้ว 2-3 วัน ยังไม่ได้ยินคำชี้แจงใดๆ โดยเฉพาะจากนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. ที่ปรากฏอยู่ในคลิป ยังรอให้นายฐิติเชฏฐ์ชี้แจงอยู่จี้ “มงคล” ตอบมีแลกผลประโยชน์ไหมนายพริษฐ์โพสต์ย้ำว่า มีคำถามเบื้องต้นถึงประธานวุฒิสภาจะปฏิเสธหรือไม่ว่าไม่ใช่บุคคลในคลิปที่ยื่นเอกสารให้นายฐิติเชฏฐ์ คือโพยหมายเลขผู้สมัครใช่หรือไม่ หากใช่ ใครเป็นคนจัดโพยดังกล่าว ท่านเป็นคนเขียนตัวเลขทั้งหมดเองจากการพิจารณาความเหมาะสมของผู้สมัครแต่ละคน หรือมีคนจัดทำหรือสั่งการให้ท่านเขียนโพยดังกล่าว ก่อนวันเลือก ทราบหรือไม่ว่ามีผู้สมัครคนอื่นที่มีโพยตัวเลขชุดเดียวกันกับโพยในมือของท่านหรือไม่ ยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้สมัครที่มีการจัดทำโพย และจัดตั้งการลงคะแนนร่วมกัน โดยมีการตกลงแลกเปลี่ยนกันเรื่องเงิน ตำแหน่ง หรือผลประโยชน์อื่นใด ในฐานะเพื่อนสมาชิกรัฐสภา หวังว่าจะให้คำตอบชัดๆต่อคำถามดังกล่าว เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับสังคมสว.อ้างศาลชี้ถือโพยเข้าคูหาไม่ผิดที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.กลุ่มสีน้ำเงิน แถลงโต้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรค ปชน. กรณีนำคลิปโพยฮั้วเลือก สว.มาเปิดเผยว่า ต้องถามกลับนายพริษฐ์ทราบหรือไม่ว่า ศาลคดีอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาว่าการนำโพยหรือเอกสารที่เป็นเอกสาร สว.3 ใดๆ เข้าไปในวันเลือกตั้งไม่เป็นความผิด คลิปที่นายพริษฐ์เปิดเผย ถามว่าได้มาอย่างไร ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าคลิปอยู่ในสำนวน การเอามาจากสำนวนศาล หรือสำนวน กกต. ได้รับอนุญาตจากใคร ใช้อำนาจใดนำคลิปออกมา เสียงในคลิปที่นายพริษฐ์อ้างว่ามีโพยนั้น ขอถามว่ามีประโยคใดทำให้การเลือกตั้งทุจริตบ้าง นายพริษฐ์ต้องการสื่อให้สังคมเข้าใจผิด แต่คงไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ เพราะคลิปมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว ต้องถามกกต.อนุญาตให้ปล่อยคลิปหรือไม่ เมื่อถามว่าล่าสุดมีคลิปเปิดเผยว่าคนที่ยื่นโพยให้ กกต. คือนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำให้มีข้อสังเกตอาจมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ นายพิสิษฐ์ตอบว่า เอาตรงๆยังไม่รู้เป็นเอกสารใด ต้องไปถามนายมงคล แต่ถ้ามีการทำผิดจริง กกต.ต้องดำเนินการตั้งแต่วันเลือกแล้ว คงไม่ปล่อยมาถึง 2 ปี โดยไม่ทำอะไรเลย และถ้าผิดจริงทำไม กกต.ถึงรับรองซัดกลับฝั่งเสียงข้างน้อยก็มีโพยพล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สว. กล่าวว่า เรื่องโพย ผู้สมัคร สว.อีกกลุ่มก็มีโพยเช่นกัน เรื่องการมีโพยไม่ผิดกฎหมาย กฎหมายไม่ห้าม ในวันเลือก สว. เสียงข้างน้อยก็มีโพยแต่ไม่โดนตรวจสอบ ขอให้ กกต.ตรวจสอบด้วย ทุกครั้งที่ขยี้เรื่องนี้มีแต่ฝั่ง 138 สว. อีกฝั่งไม่เคยถูกตรวจสอบ ทั้งที่พยานหลักฐานชัดมีคลิปหมด ต้องให้ความเป็นธรรมกับ สว.ทั้ง 2 ฝั่งกกต.ยกคำพิพากษาศาลยันไม่ผิดที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กล่าวว่า กกต.พิจารณาสำนวนคดีฮั้วเลือก สว.ไม่อืด ไม่ล่าช้า เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ด้านนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต. กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านมีการเปิดคลิปวันเลือก สว.ระดับ ประเทศ มีภาพนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. รู้ว่ามีโพยและเดินเก็บนั้น เป็นเรื่องนานแล้ว ศาลมีคำพิพากษาไปหมดแล้ว ขณะที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงเหตุการณ์วันเลือก สว. วันที่ 26 มิ.ย.2567 กล่าวเพียงว่า ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ในวันเลือก สว. กกต.และศาลได้วินิจฉัยหมดแล้ว เมื่อถามว่าโพยที่เดินเก็บในวันนั้นตอนนี้ยังเก็บไว้อยู่หรือไม่ และวันนั้นมีการเรียกประชุมทันทีหรือไม่ นายแสวงไม่ตอบคำถาม“ทนายตั้ม” ชงดีเอสไอสอบฮั้ว AOTอีกเรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับการฮั้วประมูลโครงการของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่มีนักการเมืองชื่อดัง ร่วมกับสำนักข่าวรายใหญ่ เป็นผู้ประสานให้งานแก่บริษัท ปีเตอร์ วิชั่น จำกัด วงเงิน 74.9 ล้านบาท มี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค โฆษกดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง นายษิทรากล่าวว่า นำหลักฐานเป็นข้อมูล Cellebrite (เซเรไบรต์) แชตไลน์กลุ่มสนทนามาขอให้ดีเอสไอตรวจสอบโครงการของ AOT สิ่งที่นำมาให้ตรวจสอบเพราะเกี่ยวข้องกับคดีตน และตรวจสอบเจอเรื่องที่สงสัยว่าน่าจะมีการฮั้วประมูล หรือมีการตกลงให้งานกัน ขอให้ดีเอสไอไปตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีการตกลงกันในกลุ่มไลน์ เหตุใดจึงได้งานจาก AOT โดยที่ไม่ต้องยื่นซองประมูลเสนอราคาหรือไม่ พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า ได้รับเอกสารไว้เรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบเบื้องต้น ดีเอสไอยังไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนในประเด็นดังกล่าวมาก่อนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่