เห็นโพสต์ในเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) ของสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำตุรกีที่มีข้อความสั้นๆ เขียนว่า “Welcome to the Middle East of a new era.” ที่หมายถึง “ยินดีต้อนรับสู่ยุคใหม่ของตะวันออกกลาง”ข้อความนี้นำความปลาบปลื้มยินดีให้กับประเทศส่วนใหญ่ในตะวันออกกลาง มีเพียงประเทศเดียวที่เหงาหงอยสร้อยเศร้าไม่พอใจในข้อความของสถานทูตอิหร่านประจำตุรกี นั่นคืออิสราเอลอิสราเอลมีความเชื่อว่าตนเองจะเป็นตัวแทนของสหรัฐฯและตะวันตกที่จะเข้าควบคุมตะวันออกกลาง ไม่ให้ประเทศอิสลามต่างๆ ไม่ว่าจะนับถือนิกายซุนหนี่หรือชีอะห์ เติบโตมาหืออือกับโลกตะวันตกสหรัฐฯและตะวันตกผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่ามโหฬารมีความจำเป็นที่ต้องสร้างความกลัวและความขัดแย้งให้เกิดขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้มีการซื้ออาวุธเหล่านี้ความขัดแย้งที่สร้างให้กับประเทศแอฟริกัน พวกบูร์กินาฟาโซ โตโก รวันดา บุรุนดี ฯลฯ ไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นความขัดแย้งและความกลัวที่มีต้นทุนต่ำ ตระหนกตกใจหรือกลัวยังไง ก็ไม่มีสตางค์ไปช็อปอาวุธยุทโธปกรณ์ไม่เหมือนกับประเทศตะวันออกกลางที่มีรายได้มากมายมหาศาลจากการขายทรัพยากรธรรมชาติประเภทน้ำมัน ได้เงินมาเท่าใดก็ต้องแบ่งสตางค์ไปให้สหรัฐฯและตะวันตก ด้วยการนำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ผมเดินทางไปคูเวตเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ไปออกรายการโทรทัศน์ตอนเช้าเพื่อเรียกร้องให้ซัดดัม ฮุสเซน ประธานาธิบดีอิรักในสมัยนั้น ปล่อย POWs หรือ Prisoners of War เชลยสงครามชาวคูเวตจำนวนหลายร้อยคนที่ซัดดัมจับตัวไปขังไว้ในอิรัก แล้วก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านผู้ใหญ่ของคูเวตในสมัยนั้นท่านเล่าว่า อ้า หลังจากที่สหรัฐฯเข้ามาช่วยขับไล่ทหารซัดดัมออกไป ก็บังคับให้คูเวตซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทหารจำนวนมากมายมหาศาล เงินที่ได้จากการขายน้ำมันส่วนใหญ่ใช้กับการซื้อและบำรุงรักษาเครื่องบินและอาวุธเหล่านั้น ซึ่งหลังจากซื้อมาก็ไม่เคยได้ใช้เลย แต่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาจำนวนมโหฬารทุกปีเมื่อผมมีโอกาสไปอิรักก็ได้คุยกับนายพลอิรัก พบความจริงว่า 25 กรกฎาคม 1990 เพียงไม่กี่วันก่อนการบุกคูเวต ซัดดัม ฮุสเซนได้พบกับนางเอพริล แกลสพี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำอิรักคุยกันถึงเรื่องว่าจะต้องบุกคูเวต นางแกลสพีไม่ได้ว่าอะไร นางแกลสพีติดต่อไปยังรัฐบาลสหรัฐฯที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก็ไม่มีการคัดค้าน ซัดดัมจึงบุกคูเวตเมื่อ 2 สิงหาคม 1990ซัดดัมซึ่งเคยเป็นคนที่สหรัฐฯใช้ให้ไปรบกับอิหร่านยาวนานถึง 8 ปี (22 กันยายน 1980–20 สิงหาคม 1988) ก็โดนสหรัฐฯหักหลัง โยนข้อหาผู้รุกราน และรัฐบาลสหรัฐฯก็ใช้ภาพลบของซัดดัมหากินกับการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีอิสราเอลเป็นคอหอยลูกกระเดือกให้การสนับสนุนเหตุการณ์ต่างๆอย่างนี้ ที่สหรัฐฯและอิสราเอลช่วยกันชุมนุมสุมหัวพล็อตร่วมกันมายาวนานกำลังจะหายไปเพราะสงครามสหรัฐฯ+ อิสราเอลกับอิหร่าน (ที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026)ต้องขอบคุณอิหร่านที่ต่อสู้กับสหรัฐฯและอิสราเอลอย่างไม่ถอย โดยมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดีเป็นเวลานานเกือบ 30 ปี จนสหรัฐฯและอิสราเอลได้ลองลิ้มชิมรสเหตุการณ์ในนรก หลังจากนั้น สองประเทศนี้ก็แขยงแขงขนกลัวอิหร่านเป็นไปตามข้อความที่สถานทูตอิหร่านประจำตุรกีโพสต์ครับว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว หลายประเทศที่เคยอยู่ภายใต้การชี้นำของสหรัฐฯจะตีตัวออกห่าง ด้วยการเดินทางไปเยือนจีนบ้าง ไปเยือนรัสเซียบ้าง เหมือนกับว่า อ้า ต่อไปนี้ฉันไม่มีสหรัฐฯเป็นจอมบงการอีกแล้วนับตั้งแต่วันนี้ (17 มิถุนายน) จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 มีเวลาเหลืออีกเพียง 17 วันเท่านั้น ก็จะเป็น Semiquincentennial “เซมิควินเซนเทนเนียล” หรือ “ครบรอบ 250 ปีของการประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ” เป็นการถือกำเนิดสหรัฐอเมริกาขึ้นมาเป็นชาติรัฐอย่างเป็นทางการหลังจากได้บ่อน้ำมันใหญ่โตมโหฬารมหาศาลบานเบอะเยอะแยะจากเวเนซุเอลาเมื่อ 3 มกราคม 2026 ทรัมป์ก็คิดว่าจะต้องปล้นน้ำมันจากอิหร่านอีกสักแห่งหนึ่งเป็นของขวัญในวัน America 250ทว่า สหรัฐฯกลับได้รับความอับอายขายหน้าอุจจาระปัสสาวะเลอะเปรอะปะเต็มประเทศ สวัสดี โชคดี America 250.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม