รัฐบาลเปิดฉากประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันหรือ กกร. เพื่อสังคายนากฎหมายลำดับรอง ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามที่ภาคเอกชนสะท้อนปัญหาในหลายมิติ โดย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ที่เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยกับข้อเสนอหลักมุ่งเป้าปฏิบัติด้วยวิธีคิดออกแบบกฎหมายใหม่ทั้งระบบให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน โละทิ้งกติกาโลกเก่าที่กำลังถูกดิสรัปต์ เพราะการปะผุกฎหมายเพียงบางจุดไม่อาจนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริง ควบคู่ไปกับการเร่งทลายคอขวด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐให้เป็นหนึ่งเดียว และจุดระเบิดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่เดินหน้าทันที โดยตั้งคณะทำงานชุดเล็ก โดยวางตัวเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นประธาน มีตัวแทนภาครัฐ และกกร.เข้าร่วม จัดทำแผนนำร่อง เฟ้นหาประเด็นเร่งด่วนที่ทำได้ทันที ควบคู่เปิดรับฟังความคิดเห็นกว้างขวาง 30 วัน ก่อนสรุปข้อเสนอชง ครม.ภายในกรอบเวลาไม่เกิน 2 เดือนเมื่อดูองค์ประกอบคณะทำงานชุดเล็ก มีเพียง ก.พ.ร. กฤษฎีกา กกร. แต่โจทย์หลักกลับเป็นการรื้อถอนอุปสรรคจากข้อ บังคับทางกฎหมายใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งข้อกฎหมายลำดับรองถูกกำกับโดยกระทรวงและกรมเฉพาะทาง เมื่อไม่มีเจ้ากระทรวงหรือผู้มีอำนาจโดยตรงในคณะทำงาน เสี่ยงเกิดต่อต้านหรือส่งข้อมูลล่าช้าในขณะที่กฎหมายโลกเก่าที่เตรียมโละมีความยุ่งยากซับซ้อน กรอบเวลาที่เปิดรับฟัง 30 วัน อาจไม่เพียงพอให้สตาร์ตอัพ หรือผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมใหม่ได้วิเคราะห์เนื้อหาที่ถูกรื้อทำใหม่ทั้งระบบอย่างถี่ถ้วน เช่นเดียวกับข้อสรุปเป็นรูปธรรมเสนอต่อ ครม.ภายใน 2 เดือน เป็นกรอบเวลาที่เร่งรัดมาก เสี่ยงทำให้ได้กฎหมายที่ขาดความรัดกุมอีกหนึ่งรอยรั่ว คือ สุญญากาศเจ้าภาพหลัก ดูระบบเชื่อมโยงข้อมูล หรือ Data Sharing/Single Gateway ที่เป็นหัวใจสำคัญทลายระบบอุปถัมภ์ ตัดวงจรคอร์รัปชันให้หมดไป รัฐบาลควรดึงหน่วยงานด้านเทคโนโลยีชั้นนำ หรือองค์กรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากรัฐ หรือ กกร.เข้ามาร่วมเป็นกำลังเสริมทัพด้วยสำหรับเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่รัฐบาลฝากเป็นโจทย์ใหญ่ให้ กกร.ร่วมขบคิด ในความเป็นจริงยังคงติดหล่มข้อจำกัดทางปฏิบัติ เนื่องจากโมเดลทางธุรกิจแห่งอนาคตเป็นสิ่งใหม่ ยังไม่มีรากฐานหรือพิมพ์เขียว กฎหมายลำดับรองที่มีอยู่จึงเหมือนเสื้อตัวเก่าที่ไม่รองรับโลกยุคใหม่ ส่งผลให้แจ้งเกิดไม่ได้ด้วยกรอบเวลาจำกัด แค่ 2 เดือน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม