ศึกฟุตบอลโลก 2026 (15 มิ.ย.) ซัดกันมันหยด 4 คู่ 4 สนาม กลุ่มเอช “กระทิงดุ” สเปน แชมป์ยุโรปทีมล่าสุด ดวลกับ “หมู่เกาะเคปเวิร์ด” น้องใหม่เวิลด์ คัพ ทั้งคู่ตั้งเป้าเก็บชัยกรุยทางสู่รอบน็อกเอาต์, กลุ่มจี “เบลเยียม” ปะทะ “อียิปต์” คาดใส่กันแหลกแน่, กลุ่มเอช “ซาอุดีอาระเบีย” ดวลเดือด “อุรุกวัย” อดีตแชมป์โลก 2 สมัย ปิดท้ายที่กลุ่มจี “อิหร่าน” พบกับ “นิวซีแลนด์” ส่วนผลการแข่งขันในกลุ่มซี “แซมบ้า” บราซิล อดีตแชมป์โลก 5 สมัยฟอร์มยังไม่แจ่ม ไล่เจ๊า “โมร็อกโก” 1-1, “สกอตแลนด์” บดชนะ “เฮติ” 1-0 ทะยานขึ้นจ่าฝูง, กลุ่มบี “สวิตเซอร์แลนด์” สุดเซ็งโดน “กาตาร์” ไล่ตีเสมอช่วงทดเจ็บ 1-1, กลุ่มดี “จิงโจ้” ออสเตรเลีย โชว์พลังร้อนแรงไล่อัด “ไก่งวง” ตุรกี 2-0 ประเดิมชัยสวยหรูผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. เกี่ยวกับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ประจำวันที่ 15 มิ.ย. มีการแข่งขัน 4 คู่ 4 สนาม เริ่มที่กลุ่มเอช “กระทิงดุ” สเปน เต็ง 1 รายการนี้ เจ้าของแชมป์ยุโรปทีมล่าสุด พบกับหมู่เกาะเคปเวิร์ด ทีมน้องใหม่ในบอลโลกครั้งนี้จากโซนคอนคาเคฟ ฟาดแข้งกันที่แอตลันตา สเตเดียม, รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เวลา 23.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ และโมโนแม็กซ์ สปอร์ต (ช่อง 29) ถ่ายทอดสดหลุยส์ เด ลา ฟวนเต กุนซือทีมชาติสเปน สภาพทีมไม่มีปัญหาใดๆ ได้รับข่าวดี ลามีน ยามาล แนวรุกตัวเก่ง ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามได้ไม่มีปัญหา เกมนี้จะใช้ระบบ 4-1-2-3 แนวรับวางเปา กูบาร์ซี, อายเมอลิค ลาปอร์ต ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โรดรี กัปตันทีม ปักหลักตัดเกมฟาเบียน รูอิซ, เปดรี ขับเคลื่อนเกมกลางสนาม แดนหน้าวางลามีน ยามาล ผนึกกำลังมิเกล โอยาร์ซาบัล, อเล็กซ์ บาเอนา ยืนเป็น 3 ประสานล่าตาข่าย บับติสตา เทรนเนอร์ของหมู่เกาะเคปเวิร์ด สภาพทีมค่อนข้างพร้อม จัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม แนวรับมีโลแกน คอสตา, ปิโก ยืนเป็นแกนหลักแกร์รี โรดริเกซ คุมจังหวะเกมร่วมกับเควิน ปินา, โจวาน คาบรัล, ชูเอา เปาโล แดนหน้าวาง ไรอัน เมนเดส กัปตันทีมลงล่าตาข่ายเคียงข้าง เบรชิโมล นัดนี้สเปนเหนือกว่าหลายช่วงตัว จะเปิดเกมรุกกดดันเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม แม้ว่าหมู่เกาะเคปเวิร์ดจะแพ็กหลังมาแน่น แต่ชื่อชั้นและศักยภาพยังต่างกันเยอะ “กระทิงดุ” น่าจะปูพรมบุกเข้าใส่จนเงยหน้าไม่ขึ้น ก่อนอาศัยจังหวะเข้าทำที่เด็ดขาดไล่ถล่มเอาชนะไปได้ไม่ยากกลุ่มจี “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม พบกับ “มัมมี่” อียิปต์ ทีมดังกาฬทวีป เกมนี้ฟาดแข้งกันที่ซีแอตเติล สเตเดียม, วอชิงตัน วันที่ 15 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 16 มิ.ย. เวลา 02.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ ถ่ายทอดสด เกมนี้รูดี การ์เซีย เทรนเนอร์ทีมชาติเบลเยียม ไม่มีปัญหาในการจัดทัพตัวหลักอย่างเควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู, เลอันโดร ทรอสซาร์, ยูรี ติเลมันส์ อยู่กันพร้อมหน้าจะผนึกกำลังเก็บชัยชนะให้ได้ ส่วนฮอสซัม ฮัสซัน เฮดโค้ชทีมชาติอียิปต์ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ เกมนี้จะได้โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ กองหน้ากัปตันทีมเป็นตัวชูโรง จะผนึกกำลัง โอมาร์ มาร์มูซ, มาห์มูด ฮัสซัน ล่าตาข่ายกลุ่มเอช “สิงห์ทะเลทราย” ซาอุดีอาระเบีย ยักษ์ใหญ่จากเอเชีย ดวลกับ“จอมโหด” อุรุกวัย อดีตแชมป์โลก 2 สมัยจากอเมริกาใต้ ฟาดแข้งกันที่ไมอามี สเตเดียม, ฟลอริดา วันที่ 15 มิ.ย. เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 16 มิ.ย. เวลา 05.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสด นัดนี้จอร์จอส โดนิส เทรนเนอร์ทีมชาติซาอุฯ สภาพทีมค่อนข้างพร้อม ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ วางฟิราส อัล-บูไรคัน, ซาเลห์ อัล-เชห์รี เป็นตัวทีเด็ดไล่ล่าตาข่าย ขณะที่มาร์เซโล บิเอลซา นายใหญ่ทีมชาติอุรุกวัยค่อนข้างเน้นเป็นพิเศษ เพราะหากเก็บ 3แต้มได้จะผ่านเข้ารอบทันที แนวรับมีโจเซ มาเรีย ฆิเมเนซ กัปตันทีมเป็นแกนหลัก มานูเอล อูร์กาเต, โรดริโก เบตันกูร์ คุมจังหวะเกม เฟเดริโก บัลเบร์เด, นิโคลัส เด ลาครูซ, จอร์เจียน เด อาร์ราสเคตา ปั้นเกมรุก มีดาร์วิน นูนเญซ ลงยืนหน้าเป้าล่าตาข่ายปิดท้ายที่กลุ่มจี “นักรบแห่งเปอร์เซีย” อิหร่าน ทีมแกร่งจากเอเชีย พบกับ “กีวี” นิวซีแลนด์ ตัวแทนจากโซนโอเชียเนีย ฟาดแข้งกันที่ลอสแอนเจลิสสเตดียม, ลอสแอนเจลิส วันที่ 15 มิ.ย. เวลา18.00น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 16 มิ.ย. เวลา 08.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ ถ่ายทอดสด นัดนี้ อาเมียร์ กาเลโนอี เทรนเนอร์ทีมชาติอิหร่าน ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ นักเตะได้วีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯครบทุกคน แนวรับมีเอห์ซาน ฮาจซาฟี เป็นแกนหลัก อาริเรซา โยฮานบัคห์ ผนึกกำลังซาอีด เอซาโตลาฮี คุมจังหวะเกมกลางสนาม แดนหน้ามี เมห์ดี ทาเรมี กองหน้าตัวเก่งลงล่าตาข่าย ด้านดาร์เรน บาซีเลย์ เฮดโค้ชทีมชาตินิวซีแลนด์ สภาพทีมไม่มีปัญหาเช่นกัน จัดชุดใหญ่ลงฟาดแข้งหวังเก็บชัยชนะประเดิม มีคริส วูด กองหน้ากัปตันทีมจากนอตติงแฮม ฟอเรสต์ เป็นตัวชูโรงขณะที่ผลการแข่งขันเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ไฮไลต์อยู่ในกลุ่มซี “แซมบ้า” บราซิล อดีตแชมป์โลก 5 สมัยลงดวลกับ “สิงโตแห่งแอตลาส” โมร็อกโก แชมป์ทวีปแอฟริกาทีมล่าสุด เกมนี้ฟาดแข้งกันที่ นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐฯ เปิดฉากมาเป็นทางบราซิลเดินหน้าเกมรุกเข้าใส่ทันที แต่ทำได้แค่หวาดเสียว จนนาทีที่ 21 อิสมาแอล ไซบารี ยิงให้ทีมดังจากแอฟริกาขึ้นนำไป 1-0 จากนั้นนาทีที่ 32 วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงตีเสมอให้กับทัพ “แซมบ้า” ตามมาเป็น 1-1 ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกกันดุเดือด แต่ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันไม่ได้ จบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้มอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน “วิสกี้” สกอตแลนด์ ทีมดังจากยุโรป บดเอาชนะเฮติ น้องใหม่ในเวทีบอลโลกไปหวุดหวิด 1-0 โดยได้ประตูชัยจากจอห์น แม็คกินน์ ในนาทีที่ 25 ส่งผลให้ทัพ “ตาร์ตัน” ประเดิมชัยชนะใน “เวิลด์ คัพ” หนนี้ได้สำเร็จ สถานการณ์ในกลุ่มซี สกอตแลนด์ ที่เก็บชัยชนะได้มี 3 แต้มรั้งจ่าฝูง บราซิล กับโมร็อกโก มี 1 แต้มเท่ากัน แต่ทีมแกร่งจากทวีปแอฟริการั้งรองจ่าฝูง ตามมาด้วยบราซิล ที่รั้งอันดับ 3 ส่วนเฮติรั้งบ๊วยของตารางด้านกลุ่มบี “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ทีมดังจากยุโรปสุดเซ็ง พลาดท่าโดนกาตาร์ ตัวแทนจากเอเชีย ไล่ตามตีเสมอไปอย่างน่าเจ็บใจ สวิส ออกนำไปก่อนจากบรีล เอ็มโบโล นาทีที่ 17 ก่อนที่กาตาร์จะตามตีเสมอได้จากการทำเข้าประตูตัวเองของมิโร มูไฮน์ นาทีที่ 90 (+4) จบเกมเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม สถานการณ์ในกลุ่มบี ทั้ง 4 ทีมนัดแรกเสมอกันทั้งหมด ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ รั้งจ่าฝูง ส่วนแคนาดา เจ้าภาพร่วมรั้งรองจ่าฝูง ด้านกาตาร์ รั้งอันดับ 3 ขณะที่บอสเนียฯ รั้งบ๊วยของตารางส่วนกลุ่มดี “จิงโจ้” ออสเตรเลีย โชว์ฟอร์มสุดแกร่งไล่อัด “ไก่งวง” ตุรกี ไป 2-0 โดยได้ประตู จากเนสตอรี อิรันกุนดา นาทีที่ 27 และคอนเนอร์ เมตคาล์ฟ นาทีที่ 75 ชัยชนะในเกมนี้ทำให้ออสเตรเลีย คว้า 3 แต้มแรกในทัวร์นาเมนต์สำเร็จ มีแต้มเท่ากับสหรัฐอเมริกา แต่ลูกได้เสียเป็นรองทำให้รั้งรองจ่าฝูง ขณะที่ตุรกีไม่มีแต้มรั้งอันดับ 3 ส่วนปารากวัย รั้งบ๊วยของตารางอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่