“นายสิบ ตชด.” มีปากเสียงเรื่องราคาค่าโดยสารกับวิน จยย.รับจ้างย่านห้วยขวาง ถูกถีบจนทรุดเดินหนียังถูกตามทำร้าย ถึงจุดเดือดชัก 9 มม.หันกลับมายิงสวนเดือด ผลวิน จยย.รับจ้างตาย 1 เจ็บ 2 มีคลิปวงจรปิดในที่เกิดเหตุเป็นหลักฐาน หลังจากนั้นดอดไปมอบตัวที่ สน.มักกะสัน ประสานพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวางไปรับตัวมาดำเนินคดี ถูกแจ้ง 3 ข้อหาฉกรรจ์ ทั้งฆ่าคนตายโดยเจตนา พยายามฆ่า และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะฯ พ่อมือปืนถึงกับเสียน้ำตาระหว่างตอบคำถามสื่อ เพราะลูกป่วยจิตเวชต้องกินยาต่อเนื่อง ลางานเข้ากรุงมาสอบปลัด แต่ชวดการสอบเพราะเกิดเหตุฉกรรจ์ขึ้นก่อน ล่าสุด “บช.ตชด.” ต้นสังกัด ตั้งคณะพนักงานสอบสวนตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น และสั่งให้ออกราชการไว้ก่อนแล้วตำรวจยิงวิน จยย.ตายเจ็บหลายรายครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 02.50 น. วันที่ 14 มิ.ย. พ.ต.ท.หญิง ภินท์ เมฆไพบูลย์ สว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุยิงกันบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณวินจยย.รับจ้างตลาดเกียรติธงชัย ซอยประชาสงเคราะห์ 38 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง รายงานผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พ.ต.อ.เอกภพ ตันประยูร รอง ผบก.บก.น.1 พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.บก.น.1 พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.อัครเจตต์ วันแจ้ง สว.สส.สน.ห้วยขวาง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุหน้าวินตลาดเกียรติธงชัย บนทางเท้าพบศพนายภูริต มังธิสาร อายุ 37 ปี สภาพนอนหงายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำคลุมทับด้วยเสื้อวินสีส้มเบอร์ 12 กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดตามร่างกาย 3-4 นัด นอนหงายจมกองเลือด นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ทราบชื่อนายเกียรติศักดิ์ ศรีรัตน์ อายุ 46 ปี ถูกยิงที่ต้นขาขวา 1 นัด และนายชรินทร์ ขุนารักษ์ อายุ 48 ปี ถูกยิงเข้าที่ต้นขาขวา 1 นัด และมือซ้าย 1 นัด นำตัวส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ และ รพ.พญาไท พหลโยธิน ตามลำดับสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ขณะผู้เสียชีวิตและเพื่อนร่วมวิน จยย.รับจ้างกำลังนั่งรอผู้โดยสาร ผู้ก่อเหตุเป็นชายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น สะพายกระเป๋าสีดำ เดินเข้ามาหาเหมือนจะเรียกใช้บริการ ก่อนมีปากเสียงกันรุนแรงบานปลายถึงขั้นทะเลาะวิวาท 1 ในวิน จยย.ถีบชายคนดังกล่าวจนล้ม รีบลุกขึ้นมาจะเดินหนี แต่วิน จยย.รับจ้างตามไปทำร้ายอีก จนชายดังกล่าวชักปืนออกมายิงใส่กลุ่มวิน จยย.รับจ้างจนล้มลง บางคนรีบวิ่งหนีตายจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว หลังจากนั้นเดินหนีไปท่ามกลางความตกตะลึงของผู้อยู่ในที่เกิดเหตุต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง รับแจ้งว่าผู้ก่อเหตุเดินทางไปมอบตัวที่ สน.มักกะสัน ทราบชื่อ ส.ต.อ.นำทัพ ภาควรรธนะ อายุ 33 ปี สังกัด บช.ตชด. พร้อมของกลางปืน 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวเออร์พร้อมแมกกาซีน ให้การว่า เหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องค่าโดยสารรถ จยย.รับจ้าง เป็นเหตุให้ทะเลาะวิวาท จึงใช้ปืนยิงใส่กลุ่มวินรถ จยย. ส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ไปรับตัวกลับไปสอบสวนดำเนินคดีที่ สน.ห้วยขวางเวลา 05.00 น. พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.อัครเจตต์ วันแจ้ง สว.สส.สน.ห้วยขวาง นำตัว ส.ต.อ.นำทัพ ภาควรรธนะ ผบ.หมู่ ฝอ.2 บก.บช.ตชด. มาสอบปากคำที่ห้องฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ใช้เวลานานกว่า 4 ชม.ถึงเวลา 09.30 น. จึงแล้วเสร็จ ส.ต.อ.นำทัพรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่อ้างว่าก่อเหตุเพราะป้องกันตัว เนื่องจากถูกกลุ่มคนขับขี่วินจยย.รุมทำร้ายก่อน ก่อนถูกพาตัวเข้าห้องขังมีญาติมาเยี่ยม ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีญาติ ส.ต.อ.นำทัพ (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) เผยว่า การทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นหลังจาก ส.ต.อ.นำทัพเรียกวินรถ จยย.รับจ้างให้ไปส่งที่บ้านย่าน สน.มักกะสัน แต่ตกลงราคากันไม่ได้ เนื่องจากผู้ขับขี่รถวิน จยย.เรียกราคาแพงเกินจริง ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกัน ก่อนที่ ส.ต.อ.นำทัพจะถูกรุมทำร้ายตามภาพวงจรปิดที่เห็น นอกจากนี้ ส.ต.อ.นำทัพมีปัญหาสภาพจิต อยู่ระหว่างการรักษาต้องกินยาทุกวัน วันนี้เอายามาให้ด้วย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากสภาพจิต แต่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบเพราะถูกรุมทำร้ายต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 เผยว่า หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาเข้ามอบตัวที่ สน.มักกะสัน รับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุ เนื่องจากโมโหที่ถูกผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตรุมทำร้าย ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาไปดื่มเบียร์และกินอาหารกับแฟนสาว ก่อนเดินมาที่วินเกิดเหตุ แฟนสาวเรียกรถจักรยานยนต์ให้ไปส่งห้องพักไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ต้องหาเรียกให้ไปส่งบ้านญาติย่านมักกะสัน แต่คิดราคาสูงถึง 100 บาท ผู้ต้องหาต่อรองเหลือ 60 บาท จนเกิดมีปากเสียง ก่อนใช้ปืนที่พกติดตัวมายิงใส่ ส่วนปืนเป็นของผู้ก่อเหตุเองมีทะเบียนถูกต้องพ.ต.อ.ศักยะกล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาพกปืนเป็นประจำอยู่แล้ว เมื่อวานไม่ได้กินยารักษาโรคจิตเวชด้วย ทั้งนี้ ผู้ต้องหาเดินทางมาจาก จ.สุรินทร์ เข้ากรุงเทพฯ อ้างว่าเพื่อไปสอบปลัดอำเภอวันนี้ (14มิ.ย.) แต่ก่อเหตุขึ้นก่อน ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 คน มี 1 คนอาการสาหัส คือ นายเกียรติศักดิ์ ศรีรัตน์ อายุ 46 ปี รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เบื้องต้นแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นต่อมาพ่อของ ส.ต.อ.นำทัพ (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) เดินทางมาเยี่ยมลูกชายนำอาหารและของใช้ส่วนตัวมาให้ก่อนเข้าไปพูดคุยกับลูก ขณะเดินออกมาผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างที่กลุ่มผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตบอกหรือไม่ พ่อของ ส.ต.อ.นำทัพตอบว่า ไม่ได้เป็นตำรวจ พร้อมบอกว่าให้ไปดูกล้องวงจรปิดว่าเหตุมันเกิดขึ้นจากอะไร ไม่อยากอธิบาย แม้ว่าหลังเหตุเกิดขึ้นแล้วแก้ไขปัญหาแบบนั้นมันไม่ถูก ถามว่าเหตุที่เกิดขึ้นเพราะลูกชายใช้ปืนป้องกันตัวหรือไม่ พ่อมือปืนตอบว่า ให้ไปดูตามคลิป ไม่ขอพูดอะไรมาก ให้ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐานกระบวนการยุติธรรม ถามว่าวันนี้ลูกชายต้องไปสอบปลัดหรือไม่ พ่อผู้ต้องหาตอบว่าไม่ทราบ ลูกชายบอกแค่ว่าขอติดรถจาก จ.สุรินทร์ มาหาเพื่อน แต่ไม่ทราบว่าลูกจะไปทำอะไร ถามว่าลูกชายมีอาการซึมเศร้าต้องกินยาทุกวันหรือไม่ พ่อผู้ต้องหาตอบว่า ลูกชายเป็นคนเครียด มีปัญหาส่วนตัว แต่ยังขับรถได้ปกติ ถามว่า จากที่เข้าไปคุยกับลูกชายมีอาการเครียดหรือไม่ พ่อ ส.ต.อ.นำทัพไม่ตอบ แต่ร้องไห้ออกมาแทนที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ออกหนังสือชี้แจงระบุว่า กรณีปรากฏกระแสข่าวและคลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. กรณีเหตุใช้อาวุธปืน บช.ตชด.ขอเรียนว่า ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุ คือ ส.ต.อ.นําทัพ (สงวนนามสกุล) สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 (กก.ตชด.21) จ.สุรินทร์ ขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างลาพักผ่อนเพื่อทําธุระส่วนตัว โดยวันที่ 14 มิ.ย.เวลา 02.25 น. บริเวณหน้าซอยประชาสงเคราะห์ 38 ส.ต.อ.นำทัพมีเหตุกระทบกระทั่งกับ จยย.รับจ้าง มีการใช้อาวุธปืนตามที่ปรากฏทางสื่อต่างๆ ปัจจุบัน ส.ต.อ.นำทัพอยู่ในการควบคุมของพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีแล้ว ขณะนี้ กก.ตชด.21 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และเสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่