เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงที่หาคำตอบไม่ได้ แต่เราเชื่อในเรื่องนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ อานิสงส์ของการทำบุญมีจริง ในเช้าวันหนึ่ง ที่น่าจะสดใสกว่าปกติเพราะได้หยุดจากเทศกาลตรุษจีน ช่วงวันหยุดนั้นเราได้ไปทำบุญที่วัดหลวงพ่อจรัญ ที่จังหวัดสิงห์บุรี เราจำได้วันนั้นเราถวายผ้าไตร จีวร และบาตร ที่กุฏิของหลวงพ่อณ ตอนนั้น หลวงพ่อยังไม่ละสังขาร เราเลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อมาก หลวงพ่อท่าน เคยบอกว่า ถ้าใครอยากให้เราช่วยต้องมีบุญของตัวเองอยู่บ้าง เราถึงพอจะช่วยได้ คำพูดนี้หลวงพ่อพูดมาเสมอ เราก็ฟังแบบไม่ได้คิดอะไร แต่รับฟังในคำสอนของหลวงพ่อ ความรู้สึกในวันนั้นเราไม่มีวันลืมเลย เราเข้าไปในกุฏิตามรอบที่มีการถวายของต่างๆ หลวงพ่อท่านนำอาราธนาศีลเอง หลังจากนั้นก็มีการแผ่เมตตา ช่วงเวลานั้นเรายังจำได้ หลวงพ่อได้กวาดสายตาไปรอบๆกุฏิและได้มองมาทางเรา ช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาทีเองความรู้สึกเราขนลุกตั้งแต่บนศีรษะยันเท้าเลย เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แต่ไม่ได้กังวลหรือกลัวใดๆหลังจากนั้นเราขับรถกลับกรุงเทพฯ ปลอดภัยดี เช้าวันรุ่งขึ้นเปิดงานวันแรกหลังจากหยุดเทศกาลตรุษจีน เราขับรถเอาไปให้น้องชายตามปกติ และขากลับเรานั่งแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน โดยปกติการโดยสารรถแบบนี้เราจะนั่งตอนหลังให้ใกล้ประตูให้มากที่สุดเพื่อมีเหตุการณ์คนขับรถไม่ดี เราจะได้เปิดประตูลงเลยจะได้ปลอดภัย เราคิดว่างั้นนะ แต่วันนั้นไม่ใช่ ความรู้สึกมันบอกว่าเราไม่อยากนั่งใกล้ประตู เราเลยมานั่งคร่อมตรงกลางเบาะหลัง ทางกลับบ้านเราต้องใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ คนขับก็ขับใช้ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ไม่เร็วนะ ขับมาเรื่อยๆ ขับมาถึงบริเวณมัสยิด จู่ๆเหมือนโลกนี้ไฟดับและมีแรงกระแทกแรงมากๆด้านซ้ายมือของเรา แค่ชั่วเวลานั้นเป็นเพียงวินาที โลกยังไฟดับอยู่ เรามองไม่เห็นอะไรเลยทั้งๆที่ยังลืมตาอยู่ แต่สิ่งมหัศจรรย์มันเกิดขึ้น เราเห็นหลวงพ่อจรัญท่านมายืนตรงหน้า ท่าที่ท่านสอนกรรมฐานและพูดออกมาให้เราได้ยินว่า “สติ สติ” และไฟที่เหมือนดับอยู่มันสว่างขึ้นมาทันที พร้อมกับสภาพที่รถหมุนในมอเตอร์เวย์ รับรู้ได้ว่ามีการชนเกาะกั้นถนนในมอเตอร์เวย์ ในเวลานั้นทุกอย่างมันเชื่องช้าไปหมดทุกขณะ หลวงพ่อมาช่วยช่วงเวลาที่รถกำลังหมุน หลวงพ่อท่านมาเตือนสติให้เอามือกั้นระหว่างรถหมุนไปทางซ้ายและทางขวา สติทำให้เราประคองตัวไม่ให้หัวไปฟาดกับสิ่งใดๆในรถรุนแรงกระแทกไปมาสักพัก รถหยุดหมุน เราถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นเหมือนสติแตก เพราะอาการเริ่มหายใจลำบาก ปวดหลังมาก ขยับตัวลำบาก สักพักสติมา เราต้องแจ้งรถโรงพยาบาล เพราะเราว่ามันไม่โอเคและโชคดีที่เราไม่สลบ มีสติ แจ้งรถโรงพยาบาล มีรถร่วมมา 3 คัน รถคงเริ่มติด ตำรวจมาเพื่อจะเคลื่อนย้ายรถ แต่เมื่อเริ่มมีการ ยกรถเราปวดมากแบบไม่เคยปวดมาก่อน ดีที่เรามีสติและไม่สลบ เราร้องและบอกเจ้าหน้าที่รถร่วมว่าอย่ายกรถ เราปวดมากๆๆ ดีที่เขาเชื่อเรา รอสักพักรถโรงพยาบาลที่เราติดต่อเองมารับเราในที่เกิดเหตุ เรากระดูกสันหลังหักระดับคอ นอนโรงพยาบาล 2 อาทิตย์ ใส่เฝือกตั้งแต่คอถึงเอว 2-3 เดือน กายภาพอีกเป็นปี คุณหมอ บอกว่าเราโชคดีมากๆ ถ้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นไม่ดีเราอาจพิการเป็นอัมพาต ตั้งแต่คอลงมาเลย เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้เราเชื่อว่าหลวงพ่อจรัญ ท่านมาช่วยเราจริงๆให้เหตุร้ายผ่อนเป็นดี ตอนนี้เราเข้าใจในคำสอนท่านแล้วว่า ถ้าใครอยากให้เราช่วยต้องมีบุญของตัวเองอยู่บ้าง ฉะนั้นเราอย่าหยุดทำบุญ คิดดีทำดี ต้องได้ดี สาธุ พวกเราอย่าประมาทกับชีวิต ขนาดเรานั่งรถเฉยๆ ภัยยังมาถึงตัวเลย สภาพรถแท็กซี่ด้านซ้าย คัสซีหัก รถพังทั้งคัน ด้านหน้ายุบมาถึงตัวถัง คนขับติดคาพวกมาลัย ไม่เสียชีวิตนะ แต่บาดเจ็บ ต้องเอาไปขายซากเท่านั้น ส่วนรถคู่กรณีพลิกคว่ำ ส่วนหน้ายุบเข้าไปในตัวถัง คนขับปลอดภัย และมารยาทยอดแย่ มายกมือส่งๆข้างๆกระจกรถแท็กซี่ว่า “โทษทีพี่ รีบไปหน่อย” คนแบบนี้เยอะมากในสังคม.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม