ความไว้วางใจมีสิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งระหว่างรัฐบาลกับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” รัฐบาลถูกโจมตีเริ่มจากสารตั้งต้นระบอบสีน้ำเงินไปจนถึงเขากระโดง สังคมเชื่อว่ามีการทำผิดจริงแต่พอ “ชัชชาติ” ถูกโจมตีเรื่อง “อากง”แทบจะไม่มีคนเชื่อว่าจริงมันเป็นอย่างนี้แหละ...ก็คงไม่แปลกที่คนกรุงเทพฯต้องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ต่างจากเลือก สส.ซึ่งจะเลือกแบบอิสระมากกว่าเป็นพรรคไปหาคำตอบมาแล้วจับความได้ว่าที่เป็นไปอย่างนั้นก็การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ คนเมืองหลวงมีแนวคิดที่ต่างกัน พวกเขาเชื่อว่าการเลือกระดับท้องถิ่นนั้นจะมุ่งไปที่ตัวบุคคลที่คุ้นเคยกัน ขอความช่วยเหลือเรียกหาได้ง่าย ต้องการอะไรก็บอกไปจะได้ตามนั้น พวกเขาเชื่อว่าจะสนองความต้องการได้ต่างกับการเลือกตั้งระดับชาติ พอกาบัตรเสร็จก็ต่างคนต่างไปไม่ใช่ตัวแทนของพวกเขาแล้ว!เกิดปัญหาขึ้นมาก็ช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้ต่างกับท้องถิ่นที่เรียกหาได้ทันทีและสามารถตอบสนองความต้องการได้เช่นกันด้วยความคิดแบบนี้จึงเกิดความรู้สึกว่าเป็น “เจ้าเข้าเจ้าของ” มากกว่ากัน จึงทำให้ผลการเลือกตั้งออกมาคนละแบบก็ไม่แปลกที่พรรคประชาชน ซึ่งสนับสนุนการกระจายอำนาจ เลือกตั้งท้องถิ่นจึงไม่ค่อยจะได้รับการเลือกตั้งอย่างที่ควรจะเป็นต่างกับการเลือกตั้งระดับชาติที่พวกเขากำลังมาแรงอย่างกรุงเทพฯชนะเลือกตั้ง สส.ทุกเขต แต่ไม่สามารถเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ได้ด้วยความคิดแบบนี้ทำให้บรรดาบ้านใหญ่สามารถชนะเลือกตั้งท้องถิ่นได้ แต่เลือกตั้งระดับชาติเริ่มถดถอยลงไปเรื่อยๆไม่ต่างกับ “สองนครา” ที่คนกรุงเทพฯเลือกรัฐบาลแต่คนต่างจังหวัดล้มรัฐนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ระบบการเมืองไทยจะยังคงเป็นแบบ “ครึ่งใบ” ไม่เต็มใบสักที ยิ่งการเมืองระดับชาติยังเลวร้ายโกงกิน ซื้อเสียง ใช้อำนาจบาตรใหญ่วัฏจักรแห่งความเลวร้ายจึงวนเวียนอยู่แบบนี้ที่แน่นอนก็คือรัฐบาลเลือกตั้งจะอยู่ในอำนาจไม่ได้นาน บางคนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าทำเนียบสักครั้งก็ตกเก้าอี้เสียแล้วเห็นได้จากนายกรัฐมนตรีอยู่ไม่ได้นานก็เรียบร้อยแต่ผู้ว่าฯ กทม.อยู่ครบเทอมแทบทุกคนหนำซ้ำยังได้เป็นต่อสมัยที่สองเสียอีกเพราะความมั่นคงในตำแหน่งต่างกันที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะประชาชนให้ความเชื่อมั่นและเชื่อถือต่างกัน จะเห็นว่าผู้ว่าฯ กทม.บางคนแม้ผลงานจะไม่ดีเด่นอะไรแต่ก็สามารถอยู่ครบเทอมได้เพราะประชาชนยังให้โอกาสอยู่จนครบวาระ 4 ปีแต่นายกรัฐมนตรีแค่ 3-4 เดือนก็มีอาการแล้วแม้จะมีกติกาเหมือนกันแต่ความยอมรับนั้นต่างกัน!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม