“นุ่น-ศิรพันธ์” ทุ่มเวลาให้ละครเวที โชคดี “ท็อป” เข้าใจคือความสนุก แพลนหลังเกษียณควงคู่ใช้ชีวิตในบ้านพักคนชรา ผุดไอเดียอาจสร้างเองได้ถ่ายทอดอารมณ์ดราม่าสุดอินอีกครั้ง นักแสดงเจ้าแม่บทบาท “นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา” ร่วมแสดงในละครเวทีเรื่องใหม่ “Once Again อีกสักครั้ง…ยิ่งเจ็บ ยิ่งจำ ยิ่งรัก” เปิดให้สื่อเก็บภาพร่วมการซ้อมบนเวที ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ อุ่นเครื่องก่อนแสดงจริง วันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.69-วันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค.69 เลยได้อัปเดตหลายเรื่องราว เริ่มจากได้เล่นละครเวทีอีกครั้ง? “ปีที่แล้วเล่นเรื่องเล่าคืนเฝ้าผี ปีนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงค่ะ มีความแตกต่างกันบ้าง แล้วก็เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี คือละครเวทีเรื่องที่แล้วเป็นละครแบบผี มีแบบมีฉาก มีวิธีการเล่าเรื่องที่แบบสนุก แล้วก็คือบรรยากาศมันเอื้อ มีแบบกลิ่น เสียง สัมผัส แต่ว่าละครเวทีเรื่อง Once Again ก็หลักๆมันคือบทค่อนข้างเรียลลิสติกมากๆ อย่างที่บอกว่าเป็นบทที่เคยกลับไปบอกพี่ท็อปว่า เราเคยพูดประโยคแบบนี้กัน เราเคยมีเหตุการณ์แบบนี้กัน คือมันเป็นชีวิตแบบรีเลตกับคนมากๆ” ละครเวทีมันต้องใช้เวลาในการซ้อม ต้องยอมทิ้งอะไรหลายๆอย่างเลยมั้ย? “ทิ้งสามี ใช่ค่ะ (ยิ้ม)” แล้วมีอะไรอีก? “คือตอนนี้หลักๆพยายามรับงานทีละหนึ่งโปรเจกต์ เพราะว่าอย่างนี้ลางานพี่ท็อปเลยว่าตั้งแต่บ่ายสองจนถึงสี่ทุ่มก็จะมาอยู่ที่นี่ เวลากลับบ้านกลับรถไฟใต้ดินกะจะไปถึงห้องก็ห้าทุ่ม พี่ท็อปก็หลับแล้ว แต่ว่าตอนเช้าเค้าตื่นมาทำข้าวเช้าให้กินคุยเรื่องงานกันและบ่ายเราก็มาซ้อม” เค้ามีบ่นมั้ยว่าเดี๋ยวนี้ให้เวลาเราน้อยลง? “ไม่พี่ท็อปเข้าใจค่ะ โชคดีว่าพี่ท็อปรู้ว่าละครเวทีสำหรับนุ่นเป็นเหมือนแบบยอดพีระมิด ยอดมงกุฎ คือถ้ามีโปรเจกต์ที่เรามีโอกาสเราก็จะไม่ค่อยอยากทำอย่างอื่นเลย อยากจะอยู่กับที่นี่เราชอบ คือนุ่นว่าละครเวทีมันไม่ใช่แค่ขึ้นสเตจแล้วเล่น แต่มันคือตั้งแต่การมาซ้อมแล้วมันสนุกมากสำหรับนุ่น” ยังเหลืออะไรที่เราอยากทำ? “นั่นน่ะสิมีหลากหลายโอกาสที่กำลังคิดอยู่ว่าจะเป็นผู้กำกับ เป็นคนเขียนบท คือมันมีโอกาส แต่ว่าบางทีเราก็รู้สึกว่าเรายังไม่พร้อม ก็ยังเป็นนักแสดงไปก่อน” แพชชันอะไรทำให้เราขยับเวลาเกษียณเพิ่มขึ้นมาเพราะก่อนหน้านี้พี่นุ่นบอกว่าอยากจะใกล้เกษียณแล้ว แต่ว่าเราต้องขยับออกไป?“ซื้อบ้าน เค้าบอกว่ามีภาระแล้วเราจะขยัน เพิ่งเข้าใจค่ะ” ซื้อไปแล้วด้วย? “ก็มีอสังหาเล็กๆกับพี่ท็อป แล้วก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องขยันทำงาน” ก็เป็นแรงขับเคลื่อนทำงานเยอะขึ้น? “แต่จริงๆก็เยอะเท่าเดิมค่ะ เพียงแต่ว่าใช้เวลากับตอนแรกที่คิดว่ามันจะสบายๆ ก็อาจจะมีเรื่องที่เราต้องจริงจังทำธุรกิจที่มันจริงจังค่ะ” กับการวางแผนชีวิต มองยังไงบ้าง? “กับการวางแผนชีวิตก็ว่ามันเป็นเรื่องปกติด้านสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยเราก็ต้องทำอะไรที่มันมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งก็ยากเหมือนกัน แล้วก็พอเรามีสิ่งที่เราต้องดูแลด้วย มันก็ต้องเพิ่มไปแต่ไม่อยากให้กดดัน แล้วก็วางแผนเกษียณแก่มาคงอยู่บ้านพักคนชราก็ยังเป็นเรื่องจริง อันนี้มีปรึกษาคุยกันเลยว่าเดี๋ยวคอยดูอีกแป๊บนึง มันจะต้องมีอสังหา มีโครงการที่จะดูแลคนสูงอายุที่ดีกว่านี้ คือปัจจุบันก็ดีนะ แต่ว่าเชื่อเหอะว่าเดี๋ยวจะมี Wellness ที่มันดูแลคนสูงวัยที่ใจไม่แก่ สถานพยาบาลที่มันครบเครื่องกว่านี้ ดังนั้นเราก็ดูไปเรื่อยๆว่าโครงการไหนเหมาะกับคู่เรา” ศึกษาจริงจัง? “ก็คิดว่าต้องมีแพลนแต่อาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ คือเราเข้าใจว่าด้วยความนุ่นกับท็อปเราไม่มีลูก แล้วเราก็คิดว่าเราคงไม่ฝากภาระการดูแลตัวเองของเราให้กับใครเลย ดังนั้นเราต้องวางแผนเกษียณให้ดี” แล้วอสังหาที่เราซื้อมาเยอะๆใครจะดูแล ทำเป็นธุรกิจ wellness? “ก็ไม่แน่เนาะ อาจจะเป็นนักธุรกิจท่านนึง คืออย่างที่บอกค่ะว่าสำหรับนุ่นการแสดงมันเป็นเหมือนงานอดิเรกที่นุ่นรู้สึกว่ามันมีคุณค่ามาก เวลารับ 1 เรื่องคือนุ่นจะอยู่แบบมีความสุขมาก แต่ว่าเราต้องเลี้ยงชีพ เราอยู่บนโลกความจริง ดังนั้นธุรกิจที่เราทำมันต้องเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าอาจจะเบนเข็มมาทำเรื่องนี้ ในเมื่อเราจะแก่แล้วทำไมต้องให้คนอื่นสร้าง เดี๋ยวขอไปจดไอเดียก่อนค่ะ”.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม