ญาติมารับศพเหยื่อรถไฟชนรถ ปอ.รายที่ 8 แล้ว บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกสลด ถือเป็นรายสุดท้ายที่ระบุตัวตนได้ ชีวิตสุดเศร้า พ่อ แม่ และน้องชายเสียชีวิตไปหมดแล้ว เหลือแต่ญาติห่างๆที่นานๆติดต่อกันครั้ง ทำแต่งานไม่มีครอบครัว ญาติเผยเพียงต้องการรับร่างกลับไปทำบุญ ส่งผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น ไม่ได้หวังเงินทอง ต่อให้ไม่ได้สักบาทก็ไม่เป็นไร แค่อยากดูแลส่งน้องครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด ด้านคดีเริ่มงวดเร่งสอบปากคำพนักงานรถไฟหลายคนเป็นพยาน “สิริพงศ์” รมช.คม. เล็งใช้เทคโนโลยีติดตั้งไม้กั้นรางอัตโนมัติ ใช้งบฯกองทุนเลขสวยป้องกันเหตุสลดซ้ำรอยกรณีโศกนาฏกรรมรถไฟขนสินค้าขบวน2126 ระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี-สถานีชุมทางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 (ปอ.206) สีส้ม เลขข้างรถ 3-44197 วิ่งระหว่างอู่เมกาบางนา-ม.เกษตร ทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร ที่จอดคารางที่พาดผ่านถนนอโศก-ดินแดง เนื่องจากการจราจรติดขัดจนเกิดไฟลุกไหม้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บ 30 คน พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน แจ้งข้อหาดำเนินคดีผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วยนายสยมพร สวนกูล อายุ 46 ปี คนขับรถไฟ และนายอุเทน จอมคีรี อายุ 57 ปี คนโบกธง และนายลาพิศทองบุญ อายุ 56 ปี คนขับรถเมล์ ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้นความคืบหน้าจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พ.ค. น.ส.นันทวัลย์ นักรบ อายุ 60 ปี ญาติฝ่ายแม่ พร้อมด้วยนายหลง ปิ่นทอง อายุ 59 ปี น้องพ่อ นายเสริมลาภ หรือเอ ปิ่นทอง อายุ 44 ปี พนักงานบริษัทประกันภัย (Chuub) ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 และเป็นศพสุดท้ายที่ระบุตัวได้จากเหตุรถไฟชนรถ ปอ.บริเวณแยกอโศก-ดินแดง เดินทางมาติดต่อรับร่างนายเสริมลาภกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาคดีนี้ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สน.มักกะสัน ใช้เวลาติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถแกะรอยจากภาพสตอรี่ในอินสตาแกรมของ “น้องโรส” หรือ น.ส.วิภารักษ์ เผ่าภูรี หนึ่งในผู้เสียชีวิต ที่โพสต์ภาพสุดท้ายไว้ ก่อนเชื่อมโยงกับข้อมูลจากเพื่อนสนิทของผู้ตายที่โทรศัพท์มาแจ้งว่า เพื่อนหายตัวไปจากที่ทำงานอย่างผิดปกติ นำไปสู่การติดต่อนายไพรัตน์ ปิ่นทอง ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อของนายเสริมลาภ ให้เข้ามาตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์จนยืนยันตัวบุคคลได้สำเร็จ แม้ทั้งสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนน.ส.นันทวัลย์ นักรบ เผยว่า ตนเลี้ยงดูผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่เด็กเคยนอนบ้านเดียวกัน ก่อนแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต ไม่ได้พบหน้ากันมากว่า 30 ปี แม้จะห่างหายกันไปแต่ยังติดต่อ คอยช่วยเหลือกันมาตลอด หากมีอะไรจะโทร.หาน้องเสมอ พร้อมยอมรับว่าตอนเกิดเหตุยังนั่งดูข่าวอยู่ ไม่คิดเลยว่า 1 ในผู้เสียชีวิตจะเป็นคนในครอบครัว กระทั่งเพื่อนและบริษัทที่ทำงานติดต่อมารีบเดินทางมาดำเนินเรื่องทันที ชีวิตน้องโดดเดี่ยวบางครั้งไม่ค่อยรับสายจึงไม่ค่อยได้คุยกัน น้องเป็นคนเก่ง ขยัน นิสัยดี พ่อ แม่ และน้องชายเสียชีวิตหมดแล้ว ไปทำงานกลับบ้านดึกทุกวัน บางครั้งเราไปหา ต้องยืนรอหน้าบ้านมืดๆเพราะยังไม่กลับและไม่มีครอบครัว การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้หวังเรื่องทรัพย์สินหรือเงินเยียวยาใดๆ ครอบครัวเพียงต้องการรับร่างกลับไปทำบุญและส่งผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น เราไม่ได้หวังเงินทองอะไร ต่อให้ไม่ได้สักบาทก็ไม่เป็นไร แค่อยากดูแลและส่งน้องครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด หลังจากนี้ญาติจะนำร่างนายเสริมลาภไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดชมภูเวก อ.เมืองนนทบุรี เนื่องจากเป็นสถานที่บรรจุกระดูกพ่อ แม่ และน้องชาย ส่วนที่พักครอบครัวยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการใดๆอยู่ระหว่างหารือกันด้านนายธนกร สังข์แก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาบุคคล องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ที่เดินทางมาร่วมรับศพวันนี้เผยว่า ขสมก.ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต จะรับผิดชอบดูแลเรื่องการรับศพ การจัดพิธีทางศาสนา และอำนวยความสะดวกด้านต่างๆอย่างเต็มที่ รวมถึงการเยียวยาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ญาติสามารถกำหนดวันและขั้นตอนต่างๆได้ตามความประสงค์ ขณะนี้ ขสมก.เข้าไปดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตครบทั้ง 7 รายแล้ว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องงานศพอย่างใกล้ชิดส่วนนายประลองพล ธิวงศ์ บุคลากรและผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทาง รฟท.ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และพร้อมรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปที่ สน.มักกะสัน นายไพรัตน์ ปิ่นทอง อายุ 34 ปี ญาติของนายเสริมลาภ ปิ่นทอง อายุ 44 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อรับเอกสารสำหรับนำไปใช้ ประกอบการรับร่างผู้เสียชีวิตที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดชมภูเวกเป็นเวลา 3 วันส่วนความคืบหน้าคดี ตำรวจ บก.น.1 ประชุมร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน ติดตามความคืบหน้า และนัดสอบปากคำพยานเพิ่มเติม 7 ปาก ประกอบด้วยนายสถานีคลองตัน นายสถานีมักกะสัน เจ้าหน้าที่ประจำซุ้ม 3 ซุ้ม สารวัตรรถไฟ และผู้เชี่ยวชาญการขับรถไฟ พยานทั้ง 7 ปากอยู่ระหว่างทยอยเข้าให้ข้อมูล ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้ให้ฝ่ายจราจรขอรายงานการปฏิบัติการจัดการจราจรและประชาสัมพันธ์ บริเวณจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่ ตามมาตรการจัด จับ ปรับ เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด หรือฝ่าฝืนกฎจราจรที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถ ปอ.ว่า เยียวยาไปเรียบร้อยแล้ว 6 จาก 8 ราย เบื้องต้นได้ครอบครัวละ 2,090,000 บาท ยังเหลืออีก 3 แสนบาทจากกองทุนคุ้มครองสิทธิ์ที่ ขสมก.และ รฟท.จะทำเรื่องขอไป ส่วนผู้บาดเจ็บที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ขสมก.และ รฟท.เดินทางไปเยี่ยม และดูแลในเบื้องต้น ส่วนผู้เคราะห์ร้ายที่เหลือจะดำเนินการต่อไป ส่วนการดำเนินคดีกรมรางร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งคนขับรถไฟที่ประมาท และทุกคนที่จอดรถบริเวณทางข้ามรางรถไฟข้อหาประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจรนายสิริพงศ์กล่าวถึงการแก้ปัญหาไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซากว่า ลักษณะทางลักข้ามที่มีทางรถไฟและชุมชนมีหลายจุดในประเทศ กลายเป็นอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกหรือความปลอดภัยไม่ครบถ้วน จำเป็นต้องแก้ไขทันที สถาบันพัฒนารางจะทำแผนให้ รฟท.นำงบประมาณกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) หรือกองทุนเลขสวย ไปใช้ยังจุดตัดต่างๆเพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน เริ่มจาก กทม. ปริมณฑล ก่อนขยายไปทั่วประเทศ เช่น การทำสัญญาณไฟหรือเสียงหวูดแจ้งเตือนในหลายจุดที่เป็นทางลักข้ามที่ยังไม่มี ส่วนในอนาคตระยะ1-2 ปีนี้ คงจำเป็นต้องใช้ไม้กั้นอัตโนมัติหรือนำเทคโนโลยีมาช่วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่